โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สมัครใจหรือบังคับ’ เทียบ พ.ร.บ. เกณฑ์ทหาร ฉบับ 2497 vs พ.ร.บ. เกณฑ์ทหาร ฉบับก้าวไกล

The MATTER

เผยแพร่ 11 พ.ย. 2563 เวลา 09.32 น. • Politics

ประเด็นยกเลิกหรือเปลี่ยนระบบ ‘เกณฑ์ทหาร’ เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงกันมากในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ สาเหตุหนึ่งก็เพราะสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงหน้าที่ของกองทัพ กับความพยายามยึดอำนาจนับสิบครั้งในประวัติศาสตร์ไทยที่ผ่านมา จนเลยให้สังคมพูดกันว่า พอเสียทีดีไหม และ ถึงเวลาปฏิรูปกองทัพหรือยัง ? 

ข้อเสนอยกเลิก หรือปรับกฎเกณฑ์คัดเลือกทหารเกณฑ์ เป็นหนึ่งในซีรีส์ข้อเสนอปฏิรูปกองทัพ ส่วนหนึ่งก็เพราะงบประมาณที่ใช้สำหรับทหารเกณฑ์ที่มากกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็นทั้งค่าอุปกรณ์ เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน เงินเพิ่มบำรุง 

แต่ยังไม่วาย มีข่าวหลุดออกมาว่าทหารเกณฑ์ถูกหักเบี้ยเลี้ยง ได้เงินไม่เต็มจำนวน หรือล่าสุดที่ วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.พรรคก้าวไกล นำราคาเครื่องแบบทหารเกณฑ์ที่ประเมินโดยกองทัพ กับใน Shopee มาเทียบกัน และพบว่าราคาจากกองทัพแพงกว่าถึง 2 เท่า 

เมื่อปีที่แล้ว แอมเนสตี้อินเตอเนชั่นแนล ประเทศไทย ได้ออกรายงานฉบับหนึ่งชื่อว่า ‘เราก็เป็นแค่ของเล่นเขา: การละเมิดทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศต่อทหารเกณฑ์ในกองทัพไทย’ พูดถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนของทหารเกณฑ์ภายในค่าย ไม่ว่าในแง่ร่างกาย อาทิ ฟาดด้วยไม้หน้าสาม ชกต่อย หมวกกันน็อคฟาด หรือประทุษร้ายจิตใจคำพูด ลดทอนศักดิ์ศรีด้วยการให้กินข้าวเหมือนหมา รวมถึงการล่วงละเมิดทางเพศ เช่น รถไฟ หรือการบังคับให้ทหารเกณฑ์กำปลายอวัยวะของกันและกัน และเดินต่อกันเป็นวงกลม แต่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาก็ยังมีข่าวทหารเกณฑ์หนุ่มจากจังหวัดร้อยเอ็ด ผูกคอตายอยู่ภายในค่ายทหารอยู่ดี

พูดในแง่หนึ่ง การเกณฑ์ทหาร อาจเป็นขั้นแรกที่ประนีประนอมที่สุดแล้ว ในการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย คำนึงถึงสิทธิมนุษยชน และออกจากการเมืองไทยเสียที แต่ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลับปัดตกร่างของ พ.ร.บ.ทหารเกณฑ์ ฉบับพรรคก้าวไกลทิ้งเสียแบบนั้น จึงทำให้ รังสิมันต์ โรม ถึงกับระบายในเฟซบุ๊กว่า “ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง”

อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร ฉบับพรรคก้าวไกลถูกปฏิเสธจากนายกฯ แต่ไม่ได้หมายความว่าถูกตีตกจากฝ่ายนิติบัญญัติ ดังนั้น พูดกันให้เข้าใจโดยง่าย ยังมีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาในสมัยประชุมสภาครั้งหน้า The MATTER จึงชวนเทียบให้ดูว่าระหว่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร 2497 และร่าง พ.ร.บ.เกณฑ์ทหาร ฉบับก้าวไกล แตกต่างกันอย่างไรบ้าง 

พระราชบัญญัติรับราชการทหาร 2497

ภายใต้ พ.ร.บ. รับราชการทหาร 2497 ระบุว่า ชายไทยทุกคนที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ต้องเข้ารับการเกณฑ์ทหาร โดยจะมีเว้นให้แก่บุคคลบางประเภท เช่น พระภิกษุสงฆ์, ผู้ทุพลยภาพ หรือผู้เข้ารับการฝึกรักษาดินแดนครบ 3 ปี 

โดยจะมีระยะเวลาการฝึก 2 ปี พร้อมเงินเดือนประมาณ 15,000 บาท แบ่งเป็นเงินเดือน เงินเพิ่มค่าครองชีพ และเบี้ยเลี้ยง โดยผู้เข้ารับการฝึกอาจได้รับสิทธิในการเข้ารับราชการทหารในชั้นประทวนต่อได้ โดยจะได้รับยศนายสิบของกองทัพบก

สถานะ: ประกาศใช้

กฎเกณฑ์แรกเข้า

ระบบบังคับ ชายไทยทุกคนที่อายุ 21 ปี ต้องเกณฑ์ทหาร ระหว่างฝึก

ระยะเวลาการฝึก 2 ปี เงินเดือนราว 10,000 บาท หลังฝึก

มีสิทธิสอบคัดเลือกนายสิบ ทบ. พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ฉบับก้าวไกล

พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตกรรมการและ ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ ได้เสนอร่างแก้ไข พ.ร.บ.ทหารเกณฑ์ เมื่อช่วงปี 2562 ก่อนที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม โดยยึดหลักการเดิมคือเปลี่ยนจากระบบบังคับ เป็นระบบสมัครใจ และอนุญาตให้บุคคลใดก็ตาม ที่มีสัญชาติไทยและมีอายุระหว่าง 18-40 ปี ที่มีวุฒิมัธยมปลายหรือเทียบเท่า มีสิทธิสอบเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ตามกฎเกณฑ์ที่กระทรวงกลาโหมเป็นผู้วางเอาไว้

พรรคก้าวไกลเสนอให้มีการขยายระยะเวลาการฝึกเพิ่มขึ้นเป็น 5 ปี โดยตลอดระยะเวลาการฝึกจะได้รับการอบรมเรื่องประชาธิปไตย ควบคู่ไปกับประเด็นสิทธิมนุษยชน และกฎหมายระหว่างประเทศของด้านการทหาร พร้อมเงินเดือนเทียบเท่าระดับปริญญาตรี และได้รับประกันสุขภาพ ทุนการศึกษา และสวัสดิการอื่นๆ ทั้งตัวผู้ฝึกและครอบครัว

ร่างดังกล่าวมีการกำหนดอย่างชัดเจนไว้ในมาตรา 8 ว่า รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่ควบคุม ดูแลไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนขึ้นในการฝึก พร้อมทั้งให้อำนาจในการลงโทษระดับผิดวินัยร้ายแรงหากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ละเมิด  และยังมีการระบุไว้เช่นกันว่าห้ามไม่ให้นำทหารเกณฑ์ไปใช้ในงานรับใช้ส่วนตัว หรือที่เรียกภาษาปากว่า ‘ทหารเฝ้าบ้าน’

และเมื่อสิ้นสุด ระยะเวลาการเกณฑ์ทหารภายใน 5 ปี มีสิทธิที่จะสอบขึ้นรับราชการทหารในชั้นประทวนได้ และเมื่อครบในราชการทหารอีก 5 ปี สามารถสอบเพื่อเลื่อนยศเป็นชั้นสัญญาบัตรต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ร่าง พ.ร.บ. ฉบับก้าวไกล กำหนดไว้ว่า บุคคลที่เข้ารับราชการทหารจากระบบทหารเกณฑ์จะมียศได้ไม่เกินระดับ พันโท และจะต้องเกษียรอายุราชการเมื่ออายุครบ 46 ปี ซึ่งเมื่อเกษียรแล้วมีจะมีทุนช่วยสำหรับการประกอบอาชีพต่อไป

ทั้งนี้ พ.ร.บ. ดังกล่าวยังคงให้อำนาจคณะรัฐมนตรีในการเรียกบุคคลเข้ามาเป็นทหารเกณฑ์ได้ หากเกิดภาวะสงครามขึ้น โดยจะมีระยะเวลาประจำการคราวละ 1 ปี

สถานะ: นายกฯ ตีตก ต้องรอยื่นสมัยประชุมสามัญ

กฎเกณฑ์แรกเข้า

ระบบสมัครใจ บุคคลอายุ 18-40 ปี มีสิทธิ์สอบคัดเลือก ระหว่างฝึก

ระยะเวลาการฝึก 5 ปี เงินเดือนราว 15,000 บาท มีสวัสดิการระหว่างฝึก (ผู้ฝึกและครอบครัว) มีอบรมด้านประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ยกเลิกระบบทหารรับใช้ หลังฝึก

มีสิทธิสอบถึงชั้นสัญญาบัตร มีทุนหลังปลดประจำการ เพิ่มเติม

คงเรียกเกณฑ์ทหารได้ในภาวะสงคราม ทั้งนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวของพรรคก้าวไกล ได้ถูกพิจารณาว่าเป็นร่างงบประมาณ ดังนั้น จึงไม่สามารถนำเข้าสภาได้ทันที แต่ต้องรอสมัยการประชุมงบประมาณสามัญในปีหน้า อย่างไรก็ตาม พรรคก้าวไกลก็ได้พยายามให้นายกฯ ใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อยืนร่างฉบับนี้เข้าสภา ซึ่งล่าสุด นายกฯ ก็ได้ปัดร่างดังกล่าวตกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

ดังนั้น จึงมีควาเป็นไปได้ว่า ชายไทยคนใดก็ตามที่มีอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ก่อนเดือนเมษายน ปี 2564 ยังคงต้องทัวร์ไหว้พระขอพรครั้งใหญ่ เพื่อจับใบดำ-แดงอีกครั้ง เมื่อฤดูกาลคัดตัวมาถึง 

อ่าน ร่าง พ.ร.บ.รับราชการทหาร ฉบับก้าวไกลได้ที่ 

https://www.parliament.go.th/section77/manage/files/file_20200601113513_1_82.pdf

อ้างอิง:

ilaw

ilaw

voicetv

amnesty

Illustration by Waragorn Keeranan

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...