โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดรถบรรทุก 8 หมื่นล้านระอุ ซีพีโฟตอนถล่มรถใหม่-MAN จ่อแชมป์ยุโรป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 ส.ค. 2563 เวลา 07.24 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2563 เวลา 07.24 น.

ตลาดรถบรรทุก 8 หมื่นล้านเดือด ซี.พี.ผนึกโฟตอนจากจีนเดินเครื่องรุกตลาดเต็มสูบ หลังเซตอัพระบบลงตัว เข็นรถใหม่กระทุ้งตลาดครึ่งปีหลัง พร้อมเร่งขยายเน็ตเวิร์กคลุมทุกพื้นที่ ตะลุยเจาะลูกค้าฟลีต ดันเป้าทั้งปีทะลุ 450 คัน ลั่น 2 ปีขึ้นไลน์ผลิต ด้าน “เอ็ม เอ เอ็น” เทอีก 300 ล้านปูพรมเซอร์วิส ดึงช่องว่างราคาญุี่ปุ่น-ยุโรปแคบลง ทะยานขึ้นเบอร์หนึ่งแบรนด์ยุโรป

นายกฤษณะ เศรษฐธรางกูร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี โฟตอน เซลส์ จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) บรรลุข้อตกลงร่วมลงทุนกับกลุ่มโฟตอนจากจีน โดยใช้เวลาเซตระบบต่าง ๆ มา1 ปีเต็ม มั่นใจว่าหลังจากนี้จะเป็นช่วงเวลารุกทำตลาดอย่างเต็มสูบ โดยซีพี โฟตอนจะมีความพร้อมทุกด้านทั้งทีมงาน โปรดักต์ ดีลเลอร์เน็ตเวิร์ก และบริการหลังการขาย ซึ่งในวันที่ 18 สิงหาคมนี้ ซีพี โฟตอนจะจัดงาน “Drive The Future” พร้อมทั้งเปิดตัวรถบรรทุกและรถบัสขนาด 20 ที่นั่งรวดเดียวถึง 4 รุ่น

“แผนการรุกตลาดในครึ่งปีหลังของเราจะเข้มข้นมากขึ้น และเชื่อว่าน่าจะผลักดันยอดขายที่ตั้งเป้าไว้ 450 คันให้บรรลุหรือใกล้เคียงเป้าหมายได้ แม้ว่าตลาดรถยนต์ปีนี้จะหดตัวจากผลกระทบโควิดก็ตาม”

นอกจากนี้ บริษัทจะเร่งขยายดีลเลอร์เน็ตเวิร์กเพื่อรองรับโปรดักต์ที่เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีเพียง 10 รายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ซึ่งคาดว่าเร็ว ๆ นี้น่าจะขยายได้ครบ 25 แห่ง รวมทั้งขยายงานด้านบริการหลังการขายให้สามารถตอบสนองความต้องการลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายกฤษณะกล่าวว่า ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ซึ่งมีมูลค่าต่อปีประมาณ 8 หมื่นล้านบาท หรือมีวอลุ่มต่อปีประมาณ2 หมื่นคัน ปีนี้น่าจะดุเดือดพอสมควร เนื่องจากตลาดเริ่มมีความต้องการใช้รถประเภทนี้มากขึ้น จากการขยายโครงการต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งซีพี โฟตอนก็ได้ตั้งทีมเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าที่เป็นองค์กรขนาดใหญ่ (ฟลีต) เพิ่มมากขึ้นด้วย

“ปีนี้โปรดักต์ทั้ง AUMAN และ AUMARK น่าจะใกล้ ๆ 20 รุ่น มีทั้งหัวลาก รถดัมพ์ทั้ง 10 ล้อ 6 ล้อ หรือประเภท 4 ล้อเล็กที่เอามาใช้งานแทนปิกอัพ และยังมีมินิบัสขนาด 20 ที่นั่ง ซึ่งใช้ทดแทนรถตู้อีกด้วยโครงสร้างเดมเลอร์ เครื่องคัมมินส์ เกียร์ ZF จุดขายเรายังเน้นเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี ในขณะที่คู่แข่งอื่น ๆ มั่นใจว่ามีกลุ่มลูกค้าในมือแล้วมักจะหยุดพัฒนา ทำให้มั่นใจว่าสินค้าของเราน่าจะเป็นที่ต้องการของตลาด และตอบได้ครบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้า”

ส่วนแผนขึ้นไลน์ผลิตในประเทศ คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี ตอนนี้ยังเป็นซีบียูจากจีนทั้งหมด

นายจักรพงษ์ ศานติรัตน์ ผู้อำนวยการเอ็ม เอ เอ็น ทรัค แอนด์ บัส ประเทศไทย หรือ MAN เปิดเผยว่า ตอนนี้บริษัทแม่ที่เยอรมนีตัดสินใจเข้ามาลงทุนทำตลาดรถบรรทุกและรถบัสในประเทศไทยอย่างเต็มตัว หลังจากหมดสัญญากับตัวแทนจำหน่ายเดิม เนื่องจากมองเห็นโอกาสการทำตลาดในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากตัวเลขปี 2562ที่ผ่านมา เอ็ม เอ เอ็นฯมีส่วนแบ่งตลาดในภูมิภาคนี้อยู่ราว 8% จากยอดขายทั่วโลก แบ่งเป็นรถบัส600 คัน และรถบรรทุก 3,000 คัน

สำหรับประเทศไทยนั้นถือเป็นประเทศที่มีโอกาสและมีศักยภาพในการเติบโตค่อนข้างสูง ประกอบกับอนาคตมีโอกาสที่ไทยจะเป็นเซลเซ็นเตอร์ของเอ็ม เอ เอ็นฯในภูมิภาคด้วย

การตัดสินใจเข้ามาทำตลาดครั้งนี้ของบริษัท เบื้อต้นมีการลงทุนมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ทั้งในส่วนของสต๊อกสินค้าและอะไหล่ รวมทั้งการลงทุนในด้านโอเปอเรตต่าง ๆ เบื้องต้นตั้งเป้าจะทำตลาดในส่วนของรถเพื่อการขนส่งและเพื่อการพาณิชย์ โดยเฉพาะตลาดโลจิสติกส์ไทยประกอบกับพฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไป โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการที่มองหาความคุ้มค่าปลอดภัยมากขึ้น จากก่อนหน้านี้จะเน้นไปที่เรื่องของราคาจำหน่าย ซึ่งเปิดโอกาสให้รถแบรนด์ยุโรปเข้ามาทำตลาดได้มากขึ้น และในอนาคตเชื่อว่าช่องว่างด้านราคาระหว่างรถยุโรปและรถญี่ปุ่นจะแคบลง เนื่องจากลูกค้าเริ่มเปรียบเทียบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งราคา, อัตราการบริโภคน้ำมัน, มาตรฐานยุโรป, ค่าเสื่อม, บริการหลังการขาย และระยะเวลาในการใช้งานที่คุ้มค่าคุ้มราคามากขึ้น

โดยตั้งเป้าจะขึ้นเป็นผู้นำรถบรรทุก รถบัสสัญชาติยุโรปให้ได้ภายในระยะเวลา 5 ปีจากนี้ โดยปี 2562 ตั้งเป้าว่าจะมียอดขายที่ราว 100-120 คัน โต 20% จากปีนี้ที่เป็นปีแรกในการเข้ามาทำตลาดอย่างเต็มตัว

เบื้องต้นสถานการณ์ของตลาดรถบรรทุกปีนี้คาดว่าจะลดลงอย่างน้อย 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือมียอดขายอยู่ราว 17,000-18,000 คัน ในจำนวนนี้แบ่งเป็นรถแบรนด์ยุโรปประมาณ 400-450 คัน และกลุ่มรถยุโรปนั้น 90% ของตลาดเป็นแบรนด์ที่มีการทำตลาดมาอย่างยาวนาน ขณะที่ 10% จะเป็นแบรนด์ยุโรปอื่น ๆ และเอ็ม เอ เอ็นฯอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย

สำหรับกลยุทธ์ในการทำตลาด บริษัทจะเน้น 3 กลยุทธ์หลัก 3 ด้าน ได้แก่ 1.จัดจำหน่ายรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ที่มีความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรป สอดคล้องกับการใช้งานของลูกค้า ได้แก่ รถหัวลาก และรถบรรทุก ที่ได้มาตรฐานยุโรป นำเข้าซีบียู 100% ในราคาที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงได้

2.สร้างความพร้อมด้านการให้บริการหลังการขาย ทั้งอะไหล่และช่างเทคนิคเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับธุรกิจของลูกค้า และ 3.ขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการ 10 แห่ง ภายใน 5 ปี ครอบคลุมการให้บริการลูกค้าทั่วประเทศ

และบริษัทได้ส่งรถบรรทุกหัวลากเอ็ม เอ เอ็นฯ รุ่น TGS 6×4 แบบ 10 ล้อ แบบหัวเก๋ง แบบ L และแบบ LX หรือหลังคาสูง ทั้งหมด 3 รุ่นย่อยประกอบไปด้วย 1.TGS 6×4 360 แรงม้า 2.TGS 6×4 400 แรงม้า 3.TGS 6×4 440 แรงม้า โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้นที่ 4.2 ล้านบาทขึ้นไป

“เรามั่นใจว่าเราจะสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการทำตลาดในประเทศไทยได้ไม่ยาก เรามีคอนเซ็ปต์ที่ชัดเจน คือ ชูความประหยัด ทนทาน มาตรฐานเยอรมนี ที่สำคัญรถของเรายังเป็นการ นำเข้าทั้งคันจากเยอรมันด้วย”

นอกจากนี้ บริษัทยังได้ความมั่นใจด้วยการบริการหลังการขายผลิตภัณฑ์ มีการรับประกันคุณภาพของตัวรถทั้งคัน 12 เดือนโดยไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันระบบขับเคลื่อน 24 เดือนโดยไม่จำกัดระยะทาง พร้อมกันกับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน roadside assistance 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 24 เดือนโดยไม่จำกัดระยะทางเช่นกัน ส่วนด้านอะไหล่มีการรับประกันคุณภาพของอะไหล่ 24 เดือนโดยไม่จำกัดระยะทาง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...