โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

มิติใหม่ศาลไทย พิจารณาคดีเเพ่งออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นหลีกเลี่ยงเเพร่ระบาดโควิด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 27 เม.ย. 2564 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 05.51 น.

มิติใหม่ศาลไทยพิจารณาคดีเเพ่งออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่น โฆษกศาลเผย ศาลออกประกาศเเนวทางหลักเกณฑ์การพิจารณาคดีแพ่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ช่วงโควิด-19 ฉ.3 หลีกเลี่ยงการเดินทาง ลดความเสี่ยงเเพร่เชื้อ

เมื่อวันที่ 27 เมษายน 64 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยว่าในสถานการณ์การแพ่งระบาดของโควิด 19ปัจจุบัน ทำให้ประชาชนมีข้อจำกัดในการเดินทาง โดยเฉพาะผู้ที่มีคดีอาจเกิดความกังวลว่าศาลจะเลื่อนคดีออกไปหรือไม่ หรือถึงแม้ไม่เลื่อนคดี การเดินทางไปศาลก็เป็นความเสี่ยงที่จะสัมผัสเชื้อ  ศาลยุติธรรมคำนึงถึงความปลอดภัยและข้อกังวลของประชาชนดังกล่าว  จึงนำวิธีการดำเนินคดีทางอิเล็กทรอนิกส์หรือทางออนไลน์มาอำนวยความสะดวกให้ประชาชน โดยได้ออกประกาศสำนักงานศาลยุติธรรม เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 จำนวน 3 ฉบับ สรุปสาระสำคัญของประกาศทั้งสามฉบับ คือ ให้คู่ความสามารถร้องขอให้ศาลไต่สวนคดีหรือสืบพยานในคดีแพ่งทางออนไลน์ โดยที่คู่ความหรือพยานไม่ต้องเดินทางไปที่ศาล  แต่จะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชั่นสื่อสารหรือประชุมออนไลน์ต่างๆ ที่ประชาชนสามารถเข้าระบบเองได้ไม่ยาก และไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ระบบ  เมื่อศาลพิจารณาคดีเสร็จจะส่งคำสั่งศาลให้คู่ความทางระบบออนไลน์  ทำให้ประชาชนไม่ต้องเดินทางไปศาลแม้แต่ครั้งเดียว  โดยคดีที่เปิดให้ใช้วิธีไต่สวนหรือสืบพยานทางออนไลน์ตามประกาศดังกล่าว  ได้แก่ คดีผู้บริโภค คดีมโนสาเร่ คดีไม่มีข้อยุ่งยากที่จำเลยไม่ต่อสู้คดี รวมถึงการไต่สวนคำร้องต่างๆ ในคดีแพ่ง เช่น คำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดก หรือคำร้องขอรับรองบุตร เป็นต้น  แต่ไม่ใช้กับการดำเนินคดีอาญาและไม่ใช้กับกรณีที่คู่ความหรือพยานมีถิ่นที่อยู่ในต่างประเทศ

โจทก์หรือผู้ร้องที่ต้องการใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์อาจร้องขอต่อศาลในตอนที่ยื่นคำฟ้องหรือคำร้อง โดยต้องระบุสถานที่และแอปพลิเคชั่นที่จะใช้มาให้ศาลทราบล่วงหน้า  จำเลยก็ขอใช้วิธีพิจารณาคดีทางออนไลน์เช่นเดียวกัน

โฆษกศาลกล่าวต่อว่า เมื่อถึงวันนัดพิจารณาคดีหรือนัดไต่สวนคำร้องตามที่นัดหมายกันไว้ว่าจะใช้ระบบออนไลน์  ก่อนเริ่มพิจารณาคดีต้องมีขั้นตอนการแสดงตนของผู้ใช้ระบบ  เจ้าหน้าที่ศาลจะตรวจสอบบุคคลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ว่าตรงกับคู่ความหรือพยานในคดีหรือไม่โดยให้บุคคลดังกล่าวแสดงบัตรประจำตัวประชาชนให้ปรากฎทางจอภาพของระบบ แล้วให้เจ้าหน้าที่ศาลบันทึกภาพใบหน้าบุคคลนั้นพร้อมกับบัตรประจำตัวประชาชนเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้มั่นว่าไม่มีการแอบอ้างสวมรอยมาดำเนินการแทนกัน

วิธีการไต่สวนหรือสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลทางระบบออนไลน์เป็นการให้พยานเบิกความผ่านทางจอภาพผ่านแอปพลิเคชั่น โดยเจ้าหน้าที่ศาลจะตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนของพยานก่อนที่จะให้เบิกความต่อหน้าศาลที่นั่งพิจารณาในห้องพิจารณา ส่วนการส่งเอกสารเป็นพยานหลักฐานสามารถส่งทางระบบรับส่งอิเล็กทรอนิกส์ (ระบบ e-Filingหรือระบบ CIOS แล้วแต่กรณี) แต่ต้องแสดงต้นฉบับเอกสารผ่านจอภาพเพื่อให้ศาลตรวจสอบความถูกต้องด้วย  หรือถ้าศาลเห็นว่าจำเป็นต้องใช้ต้นฉบับเอกสารก็อาจกำหนดให้โจทก์หรือผู้ร้องนำมาส่งต่อศาลภายในเวลาที่ศาลเห็นสมควร

โฆษกศาลกล่าวทิ้งท้ายว่า  ศาลยุติธรรมได้นำวิธีการฟ้องคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e Filing มาให้บริการประชาชนในการยื่นฟ้องคดีแพ่งทางออนไลน์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมายื่นฟ้องศาลมาระยะหนึ่งแล้ว ผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากทนายความเป็นอย่างดี  ในครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนำวิธีการทางออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นมาใช้ในขั้นตอนการพิจารณาคดี ทำให้ประชาชนสามารถดำเนินคดีทางออนไลน์ได้ครบวงจร ตั้งแต่การยื่นฟ้อง การพิจารณาคดีสืบพยาน และการรับคำสั่งศาล สามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้ตั้งแต่ต้นจบจบกระบวนการ ถือเป็นมาตรการที่ศาลยุติธรรมนำมาอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่มีอรรถคดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยด้านสุขภาพและยังคงมาตรฐานการอำนวยความยุติธรรม เพื่อให้กระบวนการศาลสามารถดำเนินอย่างต่อเนื่องแม้ในภาวะวิกฤตที่มีอุปสรรคหลายประการ

โดยสามารถอ่านประกาศหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับการใช้วิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019ฉบับ 3เต็มตามลิงค์

https://jla.coj.go.th/th/content/category/detail/id/1602/iid/242417

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...