น่าดูเป็นที่ซู้ด หนังรัก ฮา แฟนตาซี อนิเมะ สืบสวน 'เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2562'
ชวนชมหนังคัดสรรจากแดนอาทิตย์อุทัยใน ‘เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น 2562’
เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น กลับมาให้คอหนังได้ชมกันอีกครั้ง ประเดิมปีหมู พ.ศ. 2562 อย่างยิ่งใหญ่เมื่อโรงภาพยนตร์เอส เอฟจับมือกับเจแปนฟาวน์เดชั่นเพื่อนำ
ในปีนี้เทศกาลได้คัดสรรภาพยนตร์จากแดนอาทิตย์อุทัยมาให้ทุกคนได้ชมกันอย่างเต็มอิ่มถึง 12 เรื่องด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์หลากหลายประเภทให้คอหนังได้เลือกชมตามใจชอบ ตั้งแต่หนังดราม่า สืบสวนสอบสวน ไปจนถึงสารคดีและหนังอนิเมะ
เทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่นจะจัดขึ้น ณ โรงภาพยนตร์เอฟ เอสใน 3 จังหวัดด้วยกัน ดังนี้
- กรุงเทพ: โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเวิลด์ วันที่ 24 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ (ค่าเข้าชม 120 บาท / เรื่อง)
- เชียงใหม่: โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เมญ่า วันที่ 8 – 10 กุมภาพันธ์ (ค่าเข้าชม 80 บาท / เรื่อง)
- ภูเก็ต: โรงภาพยนตร์เอส เอฟ เอ็กซ์ ซีเนม่า เซ็นทรัลเฟสติวัล ภูเก็ต วันที่ 22 – 24 กุมภาพันธ์ (ค่าเข้าชม 80 บาท / เรื่อง)
ภาพยนตร์ทุกเรื่องฉายพร้อมคำบรรยายไทย ผู้ชมสามารถลงทะเบียนเพื่อสำรองที่นั่งล่วงหน้าได้ตั้งแต่วันที่ 14 มกราคม 2562 เป็นต้นไปทางเว็บไซต์ http://www.sfcinemacity.com และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก The Japan Foundation, Bangkok
ส่วนภาพยนตร์ทั้ง 12 เรื่องนั้นจะเกี่ยวกับอะไรบ้าง สามารถอ่านเรื่องย่อภาพยนตร์ได้ด้านล่างนี้
1. “Chihayafuru” ภาค 1 (ผู้กำกับ: โนริ โคอิสึมิ)
ชิฮายะ, ไทอิจิ และ อาราตะ เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่ผูกพันกันไว้ด้วยความชื่นชอบการเล่นไพ่คารุต พวกเขาแยกย้ายหลังจบการศึกษาโรงเรียนประถม แต่ชิฮายะยังคงเล่นเกมที่อาราตะสอนเธอ เธอกับไทอิจิได้เจอกันอีกครั้งในโรงเรียนมัธยมและได้รวมตัวกันก่อตั้งชมรมไพ่คารุตะ โดยชิฮายะเชื่อว่าถ้าพวกเขาสามารถเข้ารอบในการแข่งขันระดับชาติได้ เธอจะได้เจออาราตะอีกครั้ง
2. “Chihayafuru” ภาค 2 (ผู้กำกับ: โนริ โคอิสึมิ)
หลังชิฮายะก่อตั้งชมรมไพ่คารุตะกับไทอิจิ โดยหวังจะเจอเพื่อนในวัยเด็กของเธอ อาราตะ อีกครั้ง ชิฮายะได้กลายเป็นผู้ชนะการแข่งขันระดับโตเกียวและเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมการแข่งขันระดับชาติ แต่เมื่อชิฮายะโทรหาอาราตะเพื่อบอกข่าวดี อาราตะกลับบอกเธอว่า “ฉันจะไม่เล่นไพ่คารุตะอีก” ชิฮายะจึงมุ่งมั่นในการแข่งไพ่คารุตะระดับชาติ เพื่อพิสูจน์ให้อาราตะได้เห็นความสามารถอันแข็งแกร่งของเธอ
3. “Chihayafuru” ภาค 3 (ผู้กำกับ: โนริ โคอิสึมิ)
ฤดูร้อนปีนี้เป็นฤดูร้อนที่ยากจะลืมเลือนสำหรับสมาชิกชมรมไพ่คารุตะที่มีเป้าหมายอันสูงสุดคือการเข้าแข่งขันในระดับประเทศ นอกจากนี้ยังเป็นปีสุดท้ายของชิฮายะในฐานะนักเรียนชั้นม. 6 เธอต้องพยายามอย่างมากเพื่อผ่านรอบคัดเลือกการแข่งขันที่รอคอยมาแสนนาน แต่แล้วจู่ ๆ เพื่อนของเธอ ไทจิ กลับออกจากชมรมอย่างกะทันหัน แล้วชิฮายะจะทำอย่างไร
4. “Laughing Under the Clouds” (ผู้กำกับ: คัตสึยูกิ โมโตฮิโระ)
ภาพยนตร์เล่าเรื่องประเทศญี่ปุ่นในช่วงสุดท้ายของยุคเอโดะที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคเมจิ ซึ่งไปเหมาะเจาะกับปีที่ตำนานกล่าวไว้ว่างูยักษ์โอโรจิจะฟื้นขึ้นมาเพื่อทำลายล้างประเทศญี่ปุ่น สามพี่น้อง เท็นกะ, โซระมารุและจูทาโร่ ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ศาลเจ้าจึงลุกขึ้นมาต่อสู้กับอำนาจของงูยักษ์โอโรจิ ในขณะเดียวกัน มีกลุ่มนินจาพรรคฟูมะที่ต้องการครอบครองอำนาจของงูยักษ์เพื่อต่อกรกับฝ่ายรัฐบาล แล้วศึกครั้งนี้จะลงเอยเช่นไร
5. “Life Is Fruity” (ผู้กำกับ: เคนชิ ฟูชิฮาระ)
สารคดีที่ได้รับรางวัลคิเนม่า จุนโป (Kinema Junpo Award) สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมแห่งปีในหมวดวัฒนธรรมชูอิจิ เล่าเรื่องราวของคู่สามีภรรยาวัยชรา ซึบาตะ (90 ปี) และฮิเดโกะ (87 ปี) ในจังหวัดไอจิ โดยพวกเขาใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ บ้านสวนที่ปลูกผักไว้ถึง 70 ชนิดและผลไม้อีก 50 ชนิด
6. “Lu Over the Wall” (ผู้กำกับ: มาซาอากิ ยูอาซะ)
ภาพยนตร์แอนิเมชั่น เล่าเรื่องของ ไค เด็กมัธยมต้นที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงชื่อฮินาชิ หลังจากที่พ่อแม่ของเขาหย่ากัน ไคก็รู้สึกโดดเดี่ยวและไม่มีความสุขกับการไปโรงเรียน ความสุขอย่างเดียวของเขาคือการอัพโหลดเพลงที่เขาเขียนลงในอินเตอร์เน็ต จนวันหนึ่งไคได้พบกับ ลู นางเงือกน้อยตนหนึ่ง
7. “Mirai” (มิไร มหัศจรรย์วันสองวัย) (ผู้กำกับ: มาโมรุ โฮโซดะ)
เรื่องราวของครอบครัวหนึ่งในญี่ปุ่น มีพ่อ แม่ เด็กชายวัยสี่ขวบชื่อ คุน และสุนัขตัวหนึ่ง แต่เมื่อคุนมีน้องสาวตัวน้อยชื่อ มิไร คุนเกิดน้อยใจพ่อแม่ และไม่พอใจในตัวน้องสาวของเขา จนวันหนึ่งคุนได้พบหญิงสาวคนหนึ่งที่แทนชื่อตัวเองว่า มิไร เหมือนกัน ชีวิตของคุนก็เปลี่ยนไป
8. “Mixed Double” (ผู้กำกับ: จุนอิจิ อิชิกาว่า)
ตอนทะมะโกะยังเด็ก เธอเป็นนักปิงปองที่เก่งกาจ เมื่อโตขึ้นทะมะโกะตกหลุมรักเอจิมะ หนุ่มสุดฮ็อตในบริษัทของเธอ แต่แล้วเอจิมะก็นอกใจเธอไปคบกับไอริ ทะมะโกะจึงตัดสินใจกลับบ้านเกิดและได้พบกับสมาชิกชมรมปิงปองที่แม่ของเธอเคยดูแล เธอจึงฝึกซ้อมปิงปองอย่างหนักเพื่อที่เอาชนะเอจิมะและไอริ
9. “Shashin Koshien Summer in 0.5 Seconds” (ผู้กำกับ: ฮิโรชิ ซูกะวาร่า)
ภาพยนตร์ที่ดัดแปลงมาจากการเรื่องราวประกวดภาพถ่ายจริงในเมืองฮอกไกโด เล่าเรื่องเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยม 18 แห่งที่ร่วมเข้าแข่งขันประกวดภาพถ่ายระดับชาติชื่อ “ชะชินโคชิเอ็น” งานประกวดจัดขึ้นที่ฮอกไกโดที่เต็มไปด้วยป่าไม้กว้างใหญ่ ผู้แข่งขันต่างต้องพยายามอย่างมากเพื่อให้ได้มาซึ่งภาพถ่ายอันงดงามที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของญี่ปุ่น
10. “The Crimes That Bind” (ผู้กำกับ: คัตสึโอะ ฟูกุวาระ)
ศพผู้หญิงถูกพบภายในอพาร์ตเมนต์ย่านคัตสึชิกะในกรุงโตเกียว จากการสืบสวน ตำรวจสงสัยฮิโรมิ หญิงสาวที่มีผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ฮิโรมิ มีพยานที่อยู่ที่หนักแน่น นักสืบชื่อ ยูเฮ พบโน้ตที่เขียนชื่อสะพานทั้ง 12 ที่นิฮงบาชิ ในขณะเดียวกัน นักสืบอีกคนชื่อ เคียวอิจิโร่ รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่ค้นพบ เพราะมันทำให้เขานึกถึงแม่ของเขาที่หายตัวไป
11. “The Scythian Lamb”(ผู้กำกับ: ไดฮาชิ โยชิดะ)
คนแปลกหน้า 6 คนถูกส่งมายังเมืองท่าเรือเก่าเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ภายใต้โครงการลับของรัฐบาลที่ต้องการปล่อยอาชญากรสู่สังคม พวกเขาทั้ง 6 คนมีเจ้าหน้าที่ชื่อฮาจิเมะเป็นคนคอยดูแลพวกเขา จนกระทั่งต่อมาเกิดฆาตกรรมอันเป็นปริศนา ทำให้อดีตอาชญากรทั้ง 6 ตกเป็นผู้ต้องสงสัยอีกครั้ง
12. “Yakiniku Dragon” (ผู้กำกับ: วุย-ซิน ชอง)
ปีค.ศ. 1970 เป็นปีที่เศรษฐกิจกำลังรุ่งเรืองสุดขีดในญี่ปุ่น มีร้านอาหารบาร์บีคิวแห่งหนึ่งตั้งอยู่ย่านชานเมืองของคันไซชื่อ “ยากินิกุดราก้อน” โดยเจ้าของกิจการคือครอบครัวเล็ก ๆ ชาวเกาหลี-ญี่ปุ่น ประกอบไปด้วย ริวคิจิ ทหารผ่านศึกที่สูญเสียแขนซ้ายที่สงครามในประเทศเกาหลี บ้านเกิดของเขา ริวคิจิมีภรรยาชื่อ ยองซุน พวกเขามีลูก 4 คน ร้านยากินิกุของริวคิจิมักเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ แต่แล้ววันนึงเขาและครอบครัวก็ต้องเจอกับบททดสอบอันยิ่งใหญ่
อ่านเรื่องนี้ในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ : Get Japanese Feels as Traveling Film Fest Hits Bangkok, Chiang Mai, Phuket