โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดอดีต 'ป๋อมแป๋ม นิติ ' กับช่วงเวลา 8 ปีที่พ่อไม่ยอมรับ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 ส.ค. 2561 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 06 ส.ค. 2561 เวลา 07.28 น.

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้จะเห็นชีวิตของป๋อมแป๋ม นิติ ชัยชิตาทร ในหลากหลายมุมมอง ที่ทั้งสนุกสนาน เฮฮาอยู่ตลอด แต่ก็มีหนึ่งเรื่องที่นับเป็นเรื่องส่วนตัวของป๋อมแป๋มที่อาจจะตลกไม่ออก เมื่อเจ้าตัวเปิดใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างพ่อ (สมศักดิ์ ชัยชิตาทร) ในWoody พร้อมเผยอดีตที่ไม่เคยคุยกับพ่อมาเป็นเวลา 8 ปี 

“ตั้งแต่เด็กเรารู้สึกว่าความสัมพันธ์ของเรากับพ่อไม่ได้ราบรื่น ถึงแแม้ว่าจะอยู่บ้านเดียวกันก็ตาม”

อีกทั้งเรื่องเพศสภาพของตนนั้นทำให้เป็นชนวนของความขัดแย้งกับผู้เป็นพ่อ

“น่าจะเป็นจุดแตกหักที่ทำให้ไม่ได้คุยกับพ่อ ห่างไปเลย ไม่ได้คุยกัน 8 ปี”

“อยู่บ้านเดียวกันนะ  แต่ว่าจริงๆมันก็มีเหตุมาก่อนหน้านี้”

ย้อนกลับไปตอนนั้นอยู่ ม.3 อายุ 15

“จำได้ว่า มีเรื่องที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร คือเราคุยกับน้องอยู่ แล้วอยู่ๆพ่อก็โกรธขึ้นมาแล้วก็ตี”

“ตอนนั้นเราก็เหมือนว่าเราโตแล้ว รู้สึกว่ากำลังวังชาเราก็มี เราก็สู้ ”

พอเริ่มสู้กัน จากนั้นก็มีแม่และน้องเข้ามาเกี่ยว

“ทั้งแม่และน้องโดนลูกหลง ต่างหูเขาหลุดและมีเลือดออก”

“เรารู้สึกว่าเราโกรธ”

พร้อมทั้งตั้งคำถาม

“นี่พ่อฉันจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นเราโดนเราจะไม่รู้สึกแบบนี้ คือโกรธ จำได้ว่ามันไม่หยุด มันไม่หยุดโมโห จนเขาต้องเรียกมาเคลียร์”

หากมองจากวันนี้ปัญหามันไม่ควรจะใหญ่ขนาดนั้น

“เป็นครั้งแรกที่พ่อพูดว่าเขาไม่พอใจ เขาถามว่าพฤติกรรมหลายๆอย่างของเรา มันเหมาะสมหรือเปล่า”

“เขาไม่พูดตรงๆว่าเราตุ้งติ้ง แต่เรารู้ว่าเขาไม่ชอบที่เราเป็นตุ๊ด เขาไม่ชอบ”

ป๋อมแป๋มในวัย 15 ปีได้ยินอย่างนั้น จึงตัดสินใจตอบกลับไปด้วยความรวดเร็วทางอารมณ์

“เราตอบไปว่า คิดเอาเองว่าเป็นเพราะใคร เราไม่ได้เป็นตุ๊ดเพราะเราอยากเป็นตุ๊ด ”

“ความรู้สึกตอนนั้นคือเราอยากเป็นตุ๊ดเพราะไม่ได้อยากเป็นผู้ชายที่แบบพ่อ เรารู้สึกว่าดุร้าย”

หลังจากตอบพ่อของตนอึ้งไปเลย

” ไม่พูดอะไร หลังจากนั้น 7 ปี บ้านไม่เคยมีเทศกาลงานเลี้ยงอะไรเลย วันเกิดไม่เคยได้ของขวัญจากพ่อ”

จากนั้นหลังตนเรียนจบมีงานทำ ความสัมพันธ์ของตนและพ่อก็ดีขึ้นตามลำดับ

“จุดหนึ่งเรารู้สึกว่าพ่อเขาอ่อนลง และเห็นแววตาของพ่อทที่อ่อนลง พ่อไม่ได้แข็งกับเราแล้ว”

“พ่อแอบดูผลงานของเราเทยเที่ยวไทย ตอนออกอากาศ พ่อนั่งหัวเราะ พ่อดูความสำเร็จของเราอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่บอก ทั้งเราและเขาต่างไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อกันดี”

ตลอดเวลาที่ผ่านมาตนรับรู้ว่าพ่อเป็นห่วงอยู่เสมอ

” แต่ว่าพ่อเราเขาเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีเพศที่สาม แล้วพอเราเป็นตุ๊ดขึ้นมา มันหักจากชีวิตเขาไป”

“เขาไม่เข้าใจว่าพอเราเป็นตุ๊ดแล้วมันจะเท่ากับว่าเราต้องเสียคนไหม ถ้าลูกเราเป็นตุ๊ด ที่ไหนเขาจะรับลูกเราไหม ”

จนในวาระสุดท้ายในชีวิตพ่อ เมื่อโรคมะเร็งคร่าชีวิต

“อยู่กับพ่อที่โรงพยาบาล มีเวลาที่อยู่กับพ่อสองคน จับมือพ่อพูดว่าไม่โกรธเขาแล้ว บอกเขาว่าถ้าเขายังห่วงตรงนี้คือเราไม่โกรธเขาแล้ว ไม่เคยพูดมาก่อน ตั้งแต่มีเรื่องกันก็ไม่เคยขอโทษ ปรับความเข้าใจ”

จนใกล้ถึงลมหายใจสุดท้าย พ่อเรียกคนในครอบครัวทุกคนมาถ่ายทอดเรื่องราวดีๆของหัวหน้าครอบครัวที่กำลังจะลาโลกนี้

“เรากลายเป็นคนที่ไม่มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับพ่อ แต่ไม่มีใครร้องไห้ เพราะว่าทุกคนเล่าแล้วก็ยิ้มกัน จนพ่อไป ”

“ย้อนกลับไปพ่อมีข้อดีเยอะ เขาไม่ใช่คนแย่ แต่ว่าเขาแค่ปฏิบัติกับเรา ในอารมณ์ที่ทำให้เราเสียใจ แต่ว่าพ่อเราไมใช่คนแย่”

จนถึงวันนี้ป๋อมแป๋มนิติ ไม่มีอะไรค้างคากับพ่ออีกแล้ว
“ที่เรารู้สึกคือมันต้องมีวิธีคุย ถ้าพ่อเขาได้รู้จักหรือพูดคุยแลกเปลี่ยนกับพ่อแม่ที่มีลูกเป็นเพศที่สาม และผ่านการยอมรับมา มันจะไม่มี 7-8 ปีที่หายไป”

และนี่คือคลิปเปิดใจเต็มๆ

rjv

ขอบคุณWoody

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...