โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"แอชตัน"โล่งอกไม่ต้องทุบตึกทิ้ง กทม.ยัน-แนะแก้ตามศาล

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 ส.ค. 2566 เวลา 00.51 น. • เผยแพร่ 31 ก.ค. 2566 เวลา 23.30 น.

“แอชตัน”โล่งอกไม่ต้องทุบตึกทิ้ง กทม.ยัน-แนะแก้ตามศาล

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมาถึงกรณีแอชตัน อโศก คอนโดมิเนียมหรู มูลค่ากว่า 6.4 พันล้านบาท ว่าสำหรับประเด็นคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีแอชตัน อโศก ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้เพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างนั้น สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร จะมีหนังสือแจ้ง สำนักงานเขตวัฒนา พิจารณาออกคำสั่งให้เจ้าของอาคารดำเนินการแก้ไขอาคารให้ถูกต้องตามกฎหมายควบคุมอาคาร

โดยใช้อำนาจตามมาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 แล้วแต่กรณี การเพิกถอนใบรับแจ้งการก่อสร้างดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าอาคารชุดแอชตัน อโศก จะต้องมีการรื้อถอนอาคาร บริษัทผู้เป็นเจ้าของโครงการสามารถยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างใหม่ได้ที่สำนักการโยธา บริษัทต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่ศาลสั่ง คือเพิ่มทางเข้าออกโครงการให้มีความกว้างของถนน 12 เมตร และอยู่ติดกับถนนสาธารณะที่มีความกว้าง 18 เมตร ตามที่กฎหมายควบคุมอาคารและกฎหมายผังเมืองกำหนด หากบริษัทเจ้าของโครงการสามารถปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางเข้าออกแล้วเสร็จก็สามารถยื่นขอใบแจ้งก่อสร้างได้

แหล่งข่าวจากกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวว่า วันที่ 3 สิงหาคมนี้ในการแถลงข่าว กทม.จะลำดับความเป็นมาของการอนุญาตก่อสร้างโครงการ ชี้แจงรายละเอียดคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด และแนวทางแก้ไข บริษัทต้องไปหาทางออกกว้าง 12 เมตร ติดถนนสาธารณะที่มีเขตทางกว้างไม่น้อยกว่า 18 เมตร และดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามคำสั่งศาลและยื่นขออนุญาตก่อสร้างใหม่ กทม.โดยสำนักงานเขตวัฒนาจะแจ้งยกเลิกใบอนุญาตและให้บริษัทดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามมาตรา 40 และมาตรา 41 ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นไว้

“การเพิกถอนใบอนุญาตไม่ได้ทุบตึกก็จริง แต่บริษัทต้องไปหาที่ดินเพื่อทำทางเข้าออกให้กว้าง 12 เมตร เพราะทางผ่านใช้บนที่ดิน รฟม.ศาลตัดสินแล้วว่าไม่ใช่ทางสาธารณะ มีทางเดียวบริษัทต้องซื้อตึกแถวขยายทางด้านหลังเพิ่มเพื่อออกสุุขุมวิทซอย 19 หรือซื้อที่ดินของสมาคมนามธารีออกถนนอโศกมนตรี เพราะโอกาสจะไปเจรจากับ รฟม.ใหม่คงยาก และ รฟม.ต้องไปแก้กฎหมาย รฟม.ให้เป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเงื่อนไขอีก แล้ว รฟม.จะทำให้หรือไม่ เพราะทำแล้วอาจมีปัญหาอีก ถึงที่สุดแล้วหากบริษัทหาทางออกกว้าง 12 เมตรไม่ได้ คงจะมีการฟ้องร้องกันยาวระหว่างลูกบ้านกับบริษัท และบริษัทกับหน่วยงานรัฐ” แหล่งข่าวกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...