โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Shale Oil พลังมังกรที่ยังหลับไหลอยู่ใต้ดินของจีน

BottomLiner - บทสรุปการลงทุน

อัพเดต 06 ต.ค. 2566 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2566 เวลา 14.50 น.

หากเรามองย้อนกลับไป ต้นทุนพลังงานที่ถูก
จะนำมาซึ่งความสามารถในการผลิตที่ดีกว่าของประเทศนั้น ๆ
ในทางตรงข้าม การไม่สามารถควบคุมราคาพลังงานได้ เป็นปัจจัยหนึ่งของการเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต่าง ๆ เช่นเงินเฟ้อ เงินอ่อนค่ารุนแรงด้วย
รวมถึงเมื่อเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศ ประเทศที่มีเสถียรภาพทางพลังงานจะได้เปรียบเป็นอย่างมาก
ตัวอย่างเช่น
ญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ถูกสหรัฐบีบและทำให้ญี่ปุ่นเสียเปรียบในช่วงสงครามครั้งที่ 2 (1941)
หรือ การทำ Oil Embargo ของ OPEC ทำให้สหรัฐและญี่ปุ่น เจ็บปวดจากเงินเฟ้อ และเงินอ่อนค่าอย่างรุนแรงร่วม 10 ปี
ทั้งนี้เพราะในอดีต สหรัฐ ญี่ปุ่น เป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่ของโลก แต่กับผลิตเองได้น้อยเมื่อเทียบการบริโภค

เรื่องแบบนี้ก็กำลังเกิดขึ้นกับจีนด้วยเช่นกัน
และหากจีนต้องการขึ้นเป็นมหาอำนาจของโลก นี่คืออีก 1 จิ๊กซอว์ที่ขาดไป !
ในปัจจุบันทุกคนคงทราบดีว่าจีนเป็นโรงงานผลิตอันดับ 1 ของโลก

ซึ่งต้องการใช้น้ำมันถึง 16 ล้านบาร์เรลต่อวัน แต่จีนสามารถผลิตน้ำมันได้เพียง 25 % ของความต้องการหรือวันละ 4 ล้านบาร์เรลเท่านั้น
เปรียบเทียบกับสหรัฐซึ่งบริโภคน้ำมันเป็นอันดับ 1 ของโลกที่ 21 ล้านบาร์เรล แต่ผลิตเองได้กว่า 60% ที่ประมาณ 13 ล้านบาร์เรล ยังห่างไกลอีกมาก
จากเดิมที่สหรัฐโดนโจมตีด้วย Oil Embargo จากตะวันออกกลาง ก้าวมาสู่การเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกได้จากการเพิ่มประสิทธิภาพในการขุด Shale Oil
ซึ่งสหรัฐเป็นเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่สามารถขุด Shale Oil มาใช้ได้ในราคาต้นทุนที่ถูกกว่าทุกชาติบนโลก จากการพัฒนาเทคโนโลยีการขุดที่เรียกว่า Hydraulic fracturing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ Advance มาก ๆ และผูกขาดโดยสหรัฐ
(ดังนั้นการทำ Oil Embargo กับสหรัฐตอนนี้จึงยากมาก และทำให้ประเทศตะวันออกกลางมีบทบาทน้อยลงไปมาก)
ขอกลับมาที่จีนบ้าง เพราะถ้าพูดเรื่อง Shale Oil ของสหรัฐแบบเต็ม ๆ คงได้อีก 1 บทความ
จีนมี Shale Oil เป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงแค่ รัสเซียและ สหรัฐเท่านั้น
แต่จีนกลับสามารถขุดมาใช้ได้น้อยมาก เพราะขุดมาได้ในต้นทุนที่สูงมาก ๆ เนื่องจากเทคโนโลยีของจีนในด้านนี้ยังห่างชั้นจากสหรัฐมาก

แต่ต่อให้จีนจะได้เทคโนโลยีเหมือนสหรัฐมาเป๊ะ ๆ มาใช้ ก็ยังไม่สามารถทำให้ต้นทุน Shale Oil ต่ำได้เท่าสหรัฐอยู่ดี
เนื่องจาก บริเวณที่มี Shale Oil ของจีนส่วนใหญ่อยู่ในภูมิประเทศที่เป็นภูเขา ซึ่งทำให้การขุดเจาะยากกว่ามาก รวมถึง การขุด Shale Oil นั้นจำเป็นต้องใช้น้ำจำนวนมาก จึงต้องมีการลงทุนสร้างระบบส่งน้ำขึ้นไปยังบริเวณขุดด้วย
ซึ่งแน่นอนว่าจีนก็รู้เรื่องความสำคัญของ Shale Oil ใต้ดินของตนเป็นอย่างดี
ปัจจุบันจีนยังเป็นประเทศที่ให้ทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีในการขุดและสำรวจ Shale Oil มากที่สุดในโลก
แต่ในขณะเดียวกันก็มีการส่งเสริมพลังงานสะอาดเช่น Solar Cell และ พลังงานลม คู่ไปด้วย เพื่อทดแทนการพึ่งพาน้ำมันและถ่านหิน
ในอนาคตซึ่งไม่รู้อีกนานเท่าไหร่ ถ้าจีนสามารถคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถทำให้การขุด Shale Oil ในจีนมีต้นทุนที่ถูกลงได้มาก ๆ ก็อาจเป็นเหมือนการปลุกมังกรที่หลับอยู่ใต้ดินของจีนให้ตื่นขึ้นมา ทำให้เสถียรภาพทางพลังงานและศักยภาพในด้านต่าง ๆ ของจีนนั้นสูงขึ้นมาก ๆ
BottomLiner

=====
ไม่อยากพลาดสาระเนื้อหาในการลงทุนต่างประเทศ อย่าลืมติดตามเรา
เพราะตอนนี้โซเชียลต่าง ๆ ถูกปิดการเข้าถึงมาก ๆ
ไม่งั้นอาจพลาดโพสต์ดี ๆ จากเรา
https://linktr.ee/bottomliner

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...