โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองกำลังกะเหรี่ยงคะยาบุกโจมตียึดฐานที่มั่นทหารเมียนมาได้เกือบหมด

แนวหน้า

เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2566 เวลา 17.00 น.

กองกำลังติดอาวุธกะเหรี่ยงคะยาเผยสามารถบุกเข้าโจมตียึดฐานที่มั่นทหารเมียนมาด้านฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินได้ 6 ฐาน เหลืออีก 1 ฐานคาดว่าจะยึดได้เบ็ดเสร็จในเร็วๆ นี้ หวังสถานการณ์จะสงบและผู้ลี้ภัยจะได้กลับบ้านในอีกไม่นานนี้

วันที่ 24 มิ.ย.66 พ.ต.อ่อง เมียด ผบ.ทหารสูงสุด กองทัพกะเหรี่ยงคะยา KARENNI ARMY / KA เปิดเผยถึงสถานการณ์การสู้รบในรัฐคะยา บริเวณพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินว่า ล่าสุดกองทัพกะเหรี่ยงคะยา สามารถยึดฐานที่มั่นทหารเมียนมา ด้านทิศตะวันออก ของแม่น้ำสาละวิน จากทั้งหมด 7 ฐานที่มั่นทางกองทัพกะเหรี่ยงคะยาและแนวร่วม สามารถยึดได้แล้ว 6 ฐานที่มั่น เหลือฐานที่มั่นของทหารเมียนมา สังกัดกองพัน เคลื่อนที่เร็ว 430 ฐานน้ำพอง ตรงข้ามช่องทางห้วยต้นนุ่น อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน ที่ยังไม่สามารถยึดได้ เนื่องจากกองทัพเมียนมา มีการสนับสนุนการสู้รบทางอากาศ ที่ฝ่ายคะยาตัองได้รับการสูญเสีย แต่ทางกองทัพกะเหรี่ยงคะยา ยังมุ่งมั่นที่ผลัดดันให้ทหารเมียนมา ออกนอกพื้นที่ด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำสาละวิน เพื่อทางกองทัพกะเหรี่ยงคะยาจะได้พัฒนาพื้นที่เป็นแหล่งปลอดภัยสำหรับชาวประชาชนชาวคะยา

จากการสู้รบที่ผ่านมา ทหารเมียนมาระดับรอง ผบ.ได้เข้ามอบตัวต่อกองทัพกะเหรี่ยงคะยาจำนวน 1 คนพร้อมทหารติดตามตัวอีก 1 นายคือ พ.ท.เนรินอ่อง รอง ผบ.พัน เคลื่อนที่เร็วที่ 430 ซึ่งตอนแรกได้หนีเข้ามาในเขตประเทศไทย หลังจากนั้นได้กลับเข้าสู่รัฐคะยา

ในส่วนของเรื่องผู้ลี้ภัยที่หลบหนีภัยสงครามเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทย หากเหตุการสงบ พลเมืองรัฐคะยา จะเดินทางกลับเอง เนื่องจากทุกคนยังมีบ้านเรือนและสัตว์เลี้ยงรวมไปถึงเรือกสวนไร่นาที่ต้องกลับไปดูแล เพื่อดำรงชีวิตตามวิถีของชาวคะยาตามปกติ - 003

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...