โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประวัติพระพุทธชินราช ฉบับเก่าแก่ที่สุด เคียงคู่ตำนานกำเนิด “พิษณุโลก”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 02 มิ.ย. 2568 เวลา 02.30 น. • เผยแพร่ 31 พ.ค. 2568 เวลา 07.51 น.
(ภาพจาก Facebook : วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ พิษณุโลก)

เปิดประวัติพระพุทธชินราช ฉบับเก่าแก่ที่สุด ชำระยุคต้นรัตนโกสินทร์ เคียงคู่ตำนานกำเนิดเมือง “พิษณุโลก”

“พระพุทธชินราช” แห่งวัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกที่ชนชั้นนำไทยนิยมชมชอบมาแต่อดีต และเป็นพระพุทธรูปที่คนไทยรู้จักกันมากเป็นอันดับต้น ๆ เพราะถูกยกย่องว่าเป็นพุทธปฏิมากรที่งดงามที่สุดของไทย จนถูกจำลองมากที่สุดด้วย

อย่างไรก็ตาม น้อยคนจะรู้ถึงประวัติความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้…

เรื่องราวประวัติฉบับเก่าสุดของพระพุทธชินราช เป็นหลักฐานเชิงตำนานใน พงศาวดารเหนือซึ่งชำระเมื่อปลายสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ผู้ชำระคือ พระวิเชียรปรีชา (น้อย)เจ้ากรมราชบัณฑิตขวา เป็นผู้เรียบเรียงตำนานเรื่องเล่าของเมืองเหนือจากตำราหลายเล่มตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

พงศาวดารเหนือเล่าถึง พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกกษัตริย์แห่งเมืองเชียงแสน เป็นผู้มีอำนาจบารมีมาก ปกครองบ้านเมืองน้อยใหญ่หลายเมือง ยกทัพลงมาตีเมืองสัชนาไลยของพระเจ้าพสุจราช แต่พระพุทธโฆษาจารย์มาไกล่เกลี่ย

พระเจ้าพสุจราชยอมมาถวายบังคมพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ทั้งยก นางปทุมเทวีพระธิดา ให้เป็นพระมเหสีของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก ต่อมาพระนางก็ให้กำเนิดพระโอรส 2 พระองค์คือ เจ้าไกรสรราช และเจ้าชาติสาคร

ต่อมาพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกโปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นที่ตำบลซึ่งทรงเชื่อว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาฉันจังหันใต้ต้นสมอ ภายหลังจึงตั้งชื่อเมืองแห่งนี้ว่า “พิษณุโลก”

บุญญาธิการของกษัตริย์พระองค์นี้เมื่อครั้งสร้างเมืองพิษณุโลก มีบรรยายอยู่ในพงศาวดารเหนือ ความว่า

“แต่ชาติก่อนพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฏกเป็นภิกษุ ได้สร้างพระไตรปิฏกเมื่อศาสนาพระกกุสน์เจ้า ครั้นพระองค์เกิดมาตรัสรู้ในไตรปิฎกทั้งสาม พระองค์จึงรู้ในพระทัยว่า พระพุทธเจ้าเสด็จไปบิณฑบาตทางตะวันตกตะวันออก แล้วเสด็จไปอาศัยฉันจังหันใต้ต้นสมอ แลควรจะไปสร้างเมืองไว้ในสถานที่นั้น”

เมื่อสร้างเมืองเสร็จ พระองค์ก็ให้สร้างพระธาตุและพระวิหารขึ้นกลางเมือง แล้วโปรดให้หล่อพระพุทธรูปสำริดขึ้น 3 องค์ คือ พระพุทธชินศรี พระศรีศาสดา และพระพุทธชินราชโดยช่างจากเมืองสัชนาไลยและหริภุญไชยร่วมกันสร้าง

แต่ปัญหาคือ การสร้างพระพุทธรูปสำริดทำสำเร็จแค่ 2 องค์ คือ พระพุทธชินศรี และพระศรีศาสดา ส่วนพระพุทธชินราชต้องปั้นหล่อใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า กระทั่งครั้งที่ 4 จึงมี “พระอินทร์” มาช่วยจึงสำเร็จ ดังในพงศาวดารเหนือเล่าว่า

“ขึ้นแปดค่ำ ปีกุน ตรีศก เพลาเช้า พุทธศักราช ๑๕๐๐ ปีกุน สัมฤทธิศก ด้วยอานุภาพพระอินทราธิราชเจ้า ทองก็แล่นรอบคอบบริบูรณ์ทุกประการหาที่ติมิได้”

พงศาวดารเหนือพยายามเล่าถึงบุญญาบารมีและความเลื่อมใสของพระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎกต่อพระพุทธศาสนา และเผยให้เห็นว่า พระพุทธชินราชมีความพิเศษกว่าพระพุทธรูปอีก 2 องค์ที่สร้างพร้อมกัน เพราะมีอานุภาพของพระอินทร์มาช่วยด้วย ไม่ใช่สำเร็จด้วยฝีมือช่างมนุษย์ธรรมดาทั่วไป

นี่คือตำนานประวัติพระพุทธชินราช “ฉบับเก่าแก่ที่สุด”

ความน่าสนใจในประวัติพระพุทธชินราชยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะสำนวนอื่น ๆ โดยเฉพาะพระราชนิพนธ์ของบุคคลระดับพระเจ้าแผ่นดินอย่างรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แฝงเร้นอุดมการณ์บางประการอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงบริบททางสังคมและการเมืองในขณะนั้น และตอกย้ำว่า ทำไมพระพุทธชินราชจึงสำคัญต่อการอธิบายประวัติศาสตร์ไทยเหลือเกิน

อะไร “ซ่อน” อยู่ในประวัติของพระพุทธชินราช ? ร่วมเจาะลึกสิ่งแฝงเร้นเหล่านั้นแบบเต็ม ๆ ได้ใน “สับประวัติศาสตร์ ZAB HISTORY : ‘พระพุทธชินราช’ การเมืองเบื้องหลังประวัติพุทธรูป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 พฤษภาคม 2568

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ประวัติพระพุทธชินราช ฉบับเก่าแก่ที่สุด เคียงคู่ตำนานกำเนิด “พิษณุโลก”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...