โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

พรีวิว “งบแบงก์” ไตรมาส 1/68 ชู TTB–KTB–BBL กำไรเด่นสุด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 05 เม.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการสำรวจและรวบรวมข้อมูลแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/67 หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (BANK) มานำเสนอ เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจแรกที่จะประกาศโดยครั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจากบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)โดยระบุไว้ดังนี้

ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธนาคาร “มากกว่าตลาด” (Overweight) โดยคาดการณ์กำไรสุทธิรวมของกลุ่มธนาคารในไตรมาส 1/2568 จะอยู่ที่ 55,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 8% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สงสัยจะสูญ (Credit Cost) และ ค่าใช้จ่ายดำเนินงาน (OPEX) ที่ลดลง

โดยธนาคารที่คาดว่ากำไรเติบโตดี เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบไตรมาสก่อนหน้า ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL โต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 6% เทียบไตรมาสก่อนหน้า

ส่วน ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB โต 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 10% เทียบไตรมาสก่อนหน้า และ ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB โต 1% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และโต 5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากการลดลงของสำรองฯ เป็นหลัก

ขณะที่ธนาคารที่คาดว่ากำไรหดตัว เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และ เทียบไตรมาสก่อนหน้า ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ลดลง 15% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 12% เทียบไตรมาสก่อนหน้า

ส่วน บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 5% เทียบไตรมาสก่อนหน้า โดยเป็นผลจากการตั้งสำรองฯ ที่เพิ่มขึ้นจากการปล่อยสินเชื่อจำนำทะเบียนที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น

ส่วนแนวโน้มสินเชื่อในไตรมาส 1/2568 คาดว่าจะลดลงเล็กน้อย 0.5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 0.3% เทียบไตรมาสก่อนหน้า จากสินเชื่อภาครัฐที่ชะลอตัว แม้ว่าสินเชื่อรายใหญ่ยังเติบโตได้ ส่วนอัตราส่วน NPL ปรับขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.08% (จาก 3.05% ในไตรมาสก่อน 4/67) แต่ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

ทั้งนี้ประมาณการกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารปี 2568 คาดอยู่ที่ 224,000 ล้านบาท คิดเป็นการเติบโต 4% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และปี 2569 อยู่ที่ 235,000 ล้านบาท โต 5% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลจากการลดลงของค่าใช้จ่ายสำรองฯอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะลดลง 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จากปี 2567 ที่ลดลง 7% เพราะมีการตั้งเผื่อมาเยอะแล้ว นอกจากนี้มีมุมมองเชิงกลยุทธ์คาดว่ากนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 1 ครั้ง เหลือ 1.75% ในปี 2568

ทั้งนี้หุ้นกลุ่มธนาคารมีผลตอบแทนย้อนหลัง 3 เดือนเพิ่มขึ้น 6% และ 6 เดือน เพิ่มขึ้น 21% เทียบกับ SET ที่ผันผวนทำให้มีการโยกเงินเข้ามาในหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูง โดยอัตราเงินปันผลเฉลี่ย (Dividend Yield) ของกลุ่มอยู่ที่ 7% เทียบกับตลาดที่ 3%

ขณะที่ Valuation ยังคงน่าสนใจ โดยซื้อขายที่ระดับ 0.68x PBV ปี 2568 (-1.00SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดย Top Picks: หุ้นเด่นในกลุ่มธนาคาร ได้แก่ TTB, KTB และ BBL

โดย TTB คำแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 2.22 บาท เพราะมีโครงการซื้อหุ้นคืนช่วยหนุนราคาหุ้น ประกอบกับมี Dividend yield สูงราว 7% ขณะที่ PBV ปี 2568 อยู่ที่ 0.80 เท่า (-0.50SD) และราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรที่ยืนเหนือ 5 พันล้านบาทต่อไตรมาสได้ต่อเนื่อง

ส่วน KTB คำแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 27.50 บาท กำไรปี 2568 คาดอยู่ที่ 46,000 ล้านบาท โต 6 % เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย PBV เพียง 0.76 เท่า (-0.50SD) ด้านราคาหุ้นยังไม่สะท้อนกำไรรายไตรมาสทำกำไรเกิน 10,000 ล้านบาทต่อเนื่อง 5 ไตรมาสติดกัน และ NPL ต่ำกว่ากลุ่มจากสัดส่วนสินเชื่อภาครัฐที่สูง

ส่วน BBL คำแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 186.00 บาท เพราะมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินที่รองรับความเสี่ยงได้ดีกว่าคู่แข่ง เพราะมี Coverage ratio สูงสุดในกลุ่มที่ 334% และ Valuation ถูกกว่ากลุ่ม โดย PBV เพียง 0.51 เท่า (-1.25SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...