โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

Brisk Walk เดินเร็วแค่ 30 นาทีก็เบิร์นไขมันได้

Health Addict

อัพเดต 30 ม.ค. 2567 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 30 ม.ค. 2567 เวลา 07.12 น. • Health Addict
ใครจะไปรู้? ว่าแค่เดินเร็วก็ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นได้ นอกจากจะเบิร์นไขมันดีแล้ว ยังอาจได้หุ่นเฟิร์มกลับมาด้วย

ถ้าจะให้ออกกำลังกายทุกวันอาจจะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าให้เดินทุกวัน อันนี้ทุกคนทำได้แน่นอน โดยเฉพาะการเดินเร็ว Brisk walk ที่ถูกจัดเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยกระตุ้นการเผาผลาญและหัวใจแข็งแรงได้ แล้วจะเดินเร็วยังไงให้ร่างกายแข็งแรงดี?

ทำไมแค่เดินถึงทำให้ร่างกายแข็งแรงได้
เพราะการเดินจัดเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ทำให้เหนื่อยมาก และยังถือเป็นการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทกต่ำเมื่อเทียบการออกกำลังแบบอื่นๆ เช่น การวิ่ง HIIT Cardio เป็นต้น ซึ่งจะลดแรงกระแทกบริเวณข้อต่อ ลดการบาดเจ็บได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่บางคนจะมีภาวะข้อเข่าเสื่อม หรือกระดูกเปราะร่วมด้วย รวมถึงคนที่มีอาการบาดเจ็บอยู่แล้วแต่ต้องการออกกำลังกาย การเดินจึงเป็นตัวเลือกในการออกกำลังกายที่มาเวิร์คมาก
โดยการเดินเร็ว 30 นาที 4 ครั้ง/สัปดาห์ หรือใครจะเดินนานกว่านั้นก็ได้ จะช่วยเสริมสร้างร่างกายโดยรวมได้หลายอย่าง เช่น เพิ่มสมรรถนะของระบบหลอดเลือดหัวใจ กระดูกแข็งแรงขึ้น ลดไขมันส่วนเกิน และบูสท์แรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ ลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ โรคกระดูกพรุน และมะเร็งบางชนิด
เดินแบบไหนถึงช่วยลดไขมันได้
ปัจจัยในการเดินที่จะช่วยให้ร่างกายดึงไขมันมาใช้จะแบ่งออกเป็น 2 ปัจจัยหลักๆ คือ 1. เดินให้เร็วพอและเข้มข้น และ 2. ต้องเดินให้นานพอจนกว่าร่างกายจะดึงเอาไขมันมาใช้ โดยการเดินเร็วจะเป็นการออกกำลังที่เน้นที่การเบิร์นไขมันภายในช่องท้อง ต่างจากการออกกำลังแบบ quick burst ออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา แนวๆ HIIT หรือ cardio แบบอื่นที่จะเป็นการเบิร์นแคลอรีซะมากกว่า
ซึ่งหากอยากให้การเดินเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายที่เหมาะสมที่สุดและลดไขมันได้เยอะที่สุด การเดินเร็ว Brisk walk จึงอาจตอบโจทย์นี้ได้ โดยจะต้องเดินให้ถึงระดับที่ร่างกายดึงไขมันมาเป็นพลังงานซะก่อน หรืออยู่ในจุดที่เรียกว่า Fat-burung zone
เดินยังไงให้ถึง Fat-burning zone?
หรือที่สายกีฬามักเรียกกันติดปากว่า Zone 2 ที่ทาง The American Heart Association (AHA) แนะนำว่าควรเดินที่ pace 4 ที่จะมุ่งเน้นให้หัวใจเต้นที่ระดับความเข้มข้นประมาณ 50 - 70% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุด ถ้าใครไม่รู้ว่าหัวใจตัวเองจะเต้นได้สูงสุดที่เท่าไหร่ให้ลองใช้สูตรนี้คำนวณดู
สูตรการหาอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดที่รับไหวตามอายุ Age-related Maximum Heart Rate
206.9 - (0.67 x อายุ)
เช่น อายุ 28 ปี MHR ที่รับไหวคือ 188 BPM (Beat Per Minute) ถ้าจะเดิน zone 2 MHR ต่ำสุดต้องไม่ต่ำกว่า 112 BPM
แต่การคำนวณจะต่างกันขึ้นอยู่กับเพศด้วย ถ้าใครไม่อยากคำนวณเองลองเข้าไปกดในเว็บนี้ดูได้ aqua-calccom
ส่วนอีกวิธีที่ใช้สังเกตว่าเราเดินอยู่ใน zone 2 แล้วหรือยัง คือ การสังเกตจังหวะการหายใจที่เปลี่ยนจากเบาๆ ไปเริ่มหายใจแรงขึ้น สามารถคุยได้เป็นประโยคสลับกับหายใจไปพักๆ แต่จะไม่เหนื่อยถึงขั้นพูดหนึ่งคำแล้วหายใจหอบแรงๆ
เดินเร็วไม่พอ อยากเพิ่มให้เร้าใจมากขึ้นอีก
ถ้าลองเดินแล้วยังเหนื่อยไม่ถึงระดับ zone 2 หรือใช้นาฬิกาจับแล้ว MHR ยังไม่ถึง 60% ลองเพิ่มความท้าทายเข้าไปอีกขั้นด้วยวิธีเหล่านี้
1. เพิ่มระยะทางและเวลาเข้าไปอีก ยิ่งระยะทางไกลขึ้นและนานขึ้น ร่างกายก็จะใช้งานหนักขึ้น ซึ่งช่วยเบิร์นไขมันที่เก็บไว้ได้
2. เดินให้เร็วขึ้น มีงานวิจัยที่บอกว่าการ “ค่อยๆ” เพิ่มความเร็วในการเดินเพียงไม่กี่เมตรต่อชั่วโมงทีละเล็กละน้อยจะเบิร์นแคลอรีได้มากกว่า 50% มากกว่าการสปรินต์เพิ่มความเร็วแบบฉับพลัน
3. เพิ่มช่วง interval เดินเร็วสลับช้า การเดิน interval จะเพิ่มจำนวนและความเข้มข้นของ pace ได้ ซึ่งก็หมายความว่าเบิร์นพลังงานออกไปได้เยอะขึ้นด้วย
4. เพิ่มความชัน เปลี่ยนไปเดินขึ้นเนินหรือบันไดจะเป็นการฝึกกล้ามเนื้อขาให้แข็งแรงขึ้นและได้ออกแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าเพิ่มความชันเข้าไปแล้ว ก็ลดความเร็วในการเดินลงมาหน่อยได้ เพื่อลดแรงเค้นที่เกิดขึ้นบริเวณข้อเข่าโดยเฉพาะกับคนที่เป็นภาวะอ้วน
5. ใช้ไม้ค้ำช่วยเดิน (ไม่จำเป็นต้องใช้ก็ได้) การเดินโดยมีไม้เท้าช่วยกระจายแรงจากกล้ามเนื้อขาไปที่ไม้เท้าเหมือนเดิม 3 ขา แต่เบิร์นแคลอรีได้เยอะขึ้น ช่วยลดแรงกระแทกที่ข้อต่อ ช่วยออกแรงกล้ามเนื้อแขน ไหล่ หลัง และยังช่วยฝึกการทรงตัวในผู้สูงอายุ
ฉะนั้นการเดินเร็วเป็นการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ทุกวัน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีภาวะอ้วนที่มีความเสี่ยงบาดเจ็บจากการออกกำลังกายแบบอื่นๆ การเดินเร็วก็จะช่วยเสริมสร้างร่างกายโดยรวมได้หลายอย่าง เหมาะมากสำหรับคนขี้เกียจแบบเราๆ แต่ก็อยากลดไขมันไปด้วยอ่ะนะ
อ้างอิง
https://bit.ly/3HbQLrp
https://bit.ly/3NXQMTF
https://bit.ly/41Qri0q
https://bit.ly/3HcmiJT

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...