“โจ๊กแมว 9 ชีวิต” สายตรงจันทร์ส่องหล้า
“โจ๊กแมว 9 ชีวิต” สายตรงจันทร์ส่องหล้า
คำสั่ง “เศรษฐา ทวีสิน” นายกฯ เด้งคู่“2 บิ๊ก ตร.” ทำสะเทือนวงการกากี ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ลงดาบผบ.ตร. และรอง ผบ.ตร. ในคราวเดียวกัน
เปิดดูคำสั่งร่ายยาว ชนวนเหตุส่อเค้าความขัดแย้ง ปมเอี่ยวโยงเว็บพนันรายใหญ่ สะท้อนความเน่าเฟะเละตุ้มเปะ เครื่องแบบตำรวจไร้ความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจจากประชาชน
“นายกฯ นิด” เปิดใจครั้งแรกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หลังลงนามเซ็นคำสั่ง ย้ายเข้ากรุช่วยราชการสำนักนายกฯ ยอมรับว่า “เป็นการตัดสินใจที่ยากครับ ลำบากใจและไม่สบายใจ แต่ต้องทำครับ”
“เราไม่ได้สร้างภาพ คำว่าสร้างภาพเป็นคำพูดที่ผิด ภาพที่ออกคือการสะท้อนการกระทำ เราต้องการให้สังคมมีความสบายใจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติสามารถเดินไปข้างหน้าได้ ไม่มีฝ่ายใดไปแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ประชาชนทุกคนสบายใจว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เองก็ยึดมั่นในกฎหมาย“
ฟังจากการตอบคำถามสื่อฯ ของ “นายกฯนิด” ครั้งนี้ ท่าทางเข้มขรึมต่างไปจากเดิมเสียจริง!!
ฉายา “แมว 9 ชีวิต โจ๊ก ฆ่าไม่ตาย” ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยเพียงอย่างเดียว หลายฝ่ายมองว่า คำสั่งเด้ง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ครั้งนี้ สายตรงจาก “นายใหญ่” บ้านจันทร์ส่องหล้า เพราะบินตรงไปเป็นองครักษ์พิทักษ์ “นายใหญ่” ถึงเชียงใหม่
จริงหรือมั่วใช่หรือไม่ “บิ๊กโจ๊ก” รีบปฏิเสธ เสียงสูงปรี๊ด ว่า ไม่มี ไม่มีสายไหน เป็นรอง ผบ.ตร. เขาให้มาช่วยราชการที่สำนักปลัดสำนักนายกฯ ก็มา
“ไม่เกี่ยว ที่ไป จ.เชียงใหม่ คือไปทำหน้าที่ รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญ อดีตนายกฯ “ทักษิณ ชินวัตร”ไม่มีเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวอะไรทั้งสิ้น การโยกย้ายครั้งนี้เป็นการแก้ปัญหาของนายกฯ เพื่อให้เกิดความสามัคคีในหน่วยงาน”
ท่าทีกระดี๊กระด๊ายิ้มแย้มของ “น้องโจ๊ก” สวนทางกลับท่าทีของ “พี่ต่อ” พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. นิ่งเงียบเรียบเฉย ออกอาการนอยชัดเจน ขณะดูห้องทำงานชั้น 4 ศูนย์ประสานงานจิตอาสาภาครัฐ ที่สำนักงาน ก.พ.เดิม ถนนพิษณุโลก พร้อมบอกสื่อว่า “นี่เรายิ่งกว่าดาราอีกนะ วันนี้มาดูห้องทำงาน จะเข้ามานั่งทำงาน”
งานนนี้เกาะติด คณธกรรมการตรวจสอบ 60 วันจะหงายการ์ดเบอร์ใด
ประชุมสภาฯ ถกร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2567 วาระที่ 2-3 ต่อเนื่องเป็นวันที่2 บรรยากาศการประชุมไม่หวือหวาเท่าไหร่
ฝ่ายค้าน “ก้าวไกล” “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” หยิบประเด็นอภิปรายตัดงบศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ทั้งโครงการ จำนวน 69,565,700บาท มองว่า เดือนก.ย.2566 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมคัดกรอง 5.4ล้านข้อความ เหลือจำนวนเรื่องเข้าเกณฑ์ตรวจสอบ 539ข้อความ ส่งให้หน่วยราชการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามที่ศูนย์ฯเคยชี้แจงจะตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยราชการเท่านั้น จึงสงสัยทำไมถึงเลือกตรวจสอบข่าวจากหน่วยงานราชการเท่านั้น สุดท้ายจาก 539 ข้อความ ได้รับผลลการตรวจสอบจากหน่วยงาน 356เรื่อง แต่เผยแพร่ได้ 235 เรื่องเท่านั้น
“ตัวอย่างข่าวที่ไม่ประสงค์เผยแพร่ คือ ทำเนียบรัฐบาลใช้งบประมาณจัดซื้อยางรถยนต์ 8เส้น 3.4ล้านบาท ได้ตรวจสอบกรมประชาสัมพันธ์ชี้แจงเป็นข่าวจริง แต่ไม่ประสงค์เผยแพร่ เพราะไม่เป็นผลดีต่อรัฐบาล นี่คือหลักฐานชัดเจนว่า ตลอด 4 ปี 5 เดือน ไม่เคยมีความเป็นกลาง ไม่มีอิสระ เป็นแค่เครื่องมือรัฐผูกขาดความจริง แบบที่รัฐอยากให้ประชาชนรู้ ปกปิดความจริงที่รัฐไม่อยากให้ประชาชนเห็น โครงการแบบนี้ไม่ควรได้รับภาษีประชาชนแม้แต่บาทเดียว”
แบบนี้ไม่เรียก “ศูนย์ต่อต้านเฟคนิวส์” ต้องเรียกว่า “ศูนย์ต่อต้านข่าวเชิงลบรัฐบาล” ดีกว่าไหมหนอ
อาลัยรัก “เมฆ” วินัย ไกรบุตร เสียชีวิตเมื่อกลางดึกวานนี้ จากภาวะความดันตก ติดเชื้อในกระแสเลือด ของโรคตุ่มน้ำพอง ที่รักษาตัวมากว่า 5 ปี
“วินัย ไกรบุตร” พระเอกจอเงิน หน้าไทย คมเข้ม โด่งดังจากหนังเรื่อง “แม่นากพระขโนง” ประกบคู่กับ “ทราย เจริญปุระ” ที่ประสบความสำเร็จโกยรายได้กว่าร้อยล้านบาท
ภรรยาและครอบครัวแสนเศร้า เผยอาการสุดท้ายก่อนเสียชีวิตว่า พี่เมฆบ่นว่าเหนื่อย ยอมรับว่าสังหรณ์ใจ แต่ไม่คิดว่าจะไปเร็วขนาดนี้ มีช่วงหนึ่งอาการดีขึ้น แต่พี่เมฆไปแกะสะเก็ดแผลตามร่างกายออกจนหมด จนเลือดไหลอาบท่วม ซึ่งเมื่อเธอถามว่าแกะทำไม พี่เมฆบอกว่า ตนเองฝันว่ามีคนบอกให้แกะออกให้หมด ทำให้เธอคิดว่าสาเหตุนี้อาจจะทำให้แผลติดเชื้อได้”
ขอแสดงความอาลัยอย่างสุดซึ้งนะเจ้าคะ
#ชะนีน้อย