โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

เป็นตัวร้ายก็ต้องตายเท่านั้น

นิยาย Dek-D

อัพเดต 03 เม.ย. 2567 เวลา 09.15 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. 2567 เวลา 09.15 น. • peony1234
จะทำยังไงเมื่อต้องหลุดเข้ามาอยู่ในเกมจีบหนุ่ม แถมไม่ได้เป็นนางเอก แต่ดันเป็นตัวร้าย ที่ทุกรูทมุ่งสู่ Bad End คือความตายเพียงอย่างเดียว

ข้อมูลเบื้องต้น

The Villains Are Destined To Die

ผู้เขียน Gwon Gyeoeul

ผู้แปล อักษราภัค

ลิขสิทธิ์ถูกต้องฉบับภาษาไทย โดย Peony Publishing

**********

ทั้งที่อุตส่าห์หนีออกจากบ้านเฮงซวยหลังนั้นมาได้แล้วแท้ๆ

แต่เพราะการอยากเห็นตอนจบลับของเกม ‘โปรเจกต์รักฉบับคุณหนู’

จนตะบี้ตะบันเล่น ‘โหมดยาก’ แบบไม่หลับไม่นอน

พอรู้ตัวอีกที ฉันก็มาอยู่ในร่างของ ‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’

เลดี้จอมปลอมและนางร้ายของเกมซึ่งถูกลิขิตให้ต้องตายอย่างอนาถอยู่ร่ำไป

เพื่อรักษาชีวิตให้รอดไปจากเกมบ้าๆ นี่

ฉันจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มค่าระดับความชอบของพระเอกทั้งห้าคน

และต้องรีบหาทางเห็นฉากจบของเกมนี้พร้อมกับใครสักคนให้ได้โดยเร็วที่สุด!

บทนํา (Rewrite)

ทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบ

ถึงห้องเดี่ยวชั้นกึ่งใต้ดินนี่จะมีขนาดเพียงเท่ากับห้องน้ำในที่ที่ฉันเคยอยู่และตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ฉันก็ต้องเริ่มต้นทำงานพิเศษเพื่อให้มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน…แต่สำหรับฉันนี่ถือว่าดีมากแล้ว

ในที่สุดฉันก็ได้ออกจากบ้านที่เป็นดั่งขุมนรกแห่งนั้นและเป็นอิสระเสียทีแค่นี้ก็พอให้ฉันมีความสุขได้แล้วละ

เพียงแต่…

“ข้ามั่นใจว่าสั่งให้เจ้าอยู่เงียบๆ ดั่งคนตายที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจเล็ดลอดออกมา”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นชา สายตาตั้งแง่รังเกียจที่ใช้มองฉันดูเหมือนกำลังมองแมลงน่าขยะแขยงอยู่อย่างไรอย่างนั้น

“ได้ยินว่าเจ้าไปกระโดดโลดเต้นเป็นหมาบ้าในงานเลี้ยงอันทรงเกียรติขององค์รัชทายาทใช่หรือไม่”

ฉันชินชากับสายตาป่าเถื่อนซึ่งมองมาราวกับต้องการจะเหยียบให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ไปแล้ว เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันต้องเผชิญมาตลอดในบ้านหลังนั้น

แต่แม้จะมีประสบการณ์มามาก ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นไร

“เจ้าคิดอะไรอยู่จึงได้ทำเช่นนั้น”

ประกายตาสีฟ้าเข้มทำเอาลมหายใจติดขัด ริมฝีปากฉันเริ่มสั่นระริกโดยอัตโนมัติ

ในตอนนั้นเอง หน้าต่างสี่เหลี่ยมสีขาวพลันปรากฏขึ้นมาตรงหน้าภายในนั้นมีตัวอักษรถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ

1. แล้วคิดว่าข้ารู้หรือไง

2. ข้าก็ไม่ได้คิดอะไรนี่คะ

3. คือ…คือว่าข้า…(ด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว)

…นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย

ฉันเผยอปากเพื่อจะถามว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แต่กลับไม่มีเสียงออกมาราวกับว่ามีฝามาอุดปากเอาไว้

เมื่อเห็นฉันพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าเข้มคนนั้นก็กดดันต่อด้วยน้ำเสียงน่ากลัว

“เจ้า…พูดออกมาเสียจะดีกว่า”

ฉันรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่ทำให้ผิวแสบร้อนไปหมด หากไม่รีบตอบละก็…ฉันได้ตายแน่

โดยสัญชาตญาณฉันรีบเลือกข้อ 3 แทบจะทันที

“คือ…คือว่าข้า…”

คำพูดที่เหมือนตัวเลือกซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าต่างสี่เหลี่ยมหลุดออกมาจากปาก

อะไร…นี่มันอะไรกัน!

ขนาดพูดเองยังรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องโกหกจนฉันได้แต่อ้าปากพะงาบๆเหมือนคนโง่เง่า โดยไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คืออะไร

พอลืมตาตื่นขึ้นมา ฉันก็มานอนอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ไหนจะยังต้องมารับมือกับคนพวกนี้ ที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาสาดซัดถ้อยคำป่าเถื่อนใส่อีก แถมสติก็ยังพร่าเลือนเพราะเพิ่งตื่นจากการหลับใหล

“คือ…คือว่าข้า แล้วอะไรต่อ”

เขาถามหาคำตอบต่อไปด้วยสีหน้าน่ากลัวราวกับไม่ถูกใจคำตอบอ้อมแอ้มแบบขอไปทีของฉัน

ทันใดนั้น ข้อความอื่นๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างสี่เหลี่ยมซึ่งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ

1. ขออภัย ข้าจะระวังตัวค่ะ

2. แต่นังสาวใช้นั่นทำผิดกับข้าก่อนนะคะ

3. ก็พวกชั้นต่ำนั่นเมินข้านี่คะ ข้าผู้เป็นเลดี้เพียงหนึ่งเดียวของเอคคาร์ตผู้นี้!

เพราะไม่มีเวลามากพอให้มานั่งใคร่ครวญอยู่เฉยๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นพอมองชายคนนั้นแล้ว ฉันก็รีบเลือกตัวเลือกไปข้อหนึ่งทันที

ฉันไม่รู้อะไรเลย แต่ฉันควรพูดอะไรสักอย่างในสถานการณ์แบบนี้มันคือบทเรียนที่ฉันสลักเอาไว้ลึกถึงกระดูกดำมาตลอด

“ขออภั…”

“หากเป็นเรื่องที่จบได้ด้วยคำขอโทษกระจอกๆ ข้าคงไม่มีเหตุให้ต้องมาเจอหน้าเจ้าเช่นนี้”

แต่เขาก็ตัดบทขึ้นมาราวกับการที่ฉันรีบร้อนเลือกข้อหนึ่งนั้นมันน่าอับอายนักหนา

ฉันใจหายวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงเชือดเฉือนราวคมมีด ทั้งยังเผลอสะดุ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็เอ่ยประโยคหนึ่งอย่างเยือกเย็น

“เพเนโลเป เอคคาร์ต”

‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’ เหรอ

“ข้าจะยึดนามสกุลเอคคาร์ตคืนจากเจ้าสักพักหนึ่งแล้วกัน”

ทั้งชื่อและบทสนทนาช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน

ฉันเงยหน้าขึ้นทันที จึงได้เห็นภาพชายที่เมื่อครู่ไม่ทันมองเพราะยังตั้งสติไม่ได้ชัดขึ้นอีกหน่อย

ชายหนุ่มคนที่ยืนห่างออกไปจากเตียงเล็กน้อยไม่ใช่ ‘มนุษย์ในบ้านหลังนั้น’ แต่กลับเป็นชาวต่างชาติที่ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

นัยน์ตาสีฟ้าเข้มราวกับกักเก็บน้ำทะเลไว้ภายใน และเส้นผมสีดำขลับดุจหินอัคนีสีนิล ถัดขึ้นไปบนนั้นมีสิ่งที่คล้ายแถบแสดงแบตเตอรี่โทรศัพท์ไม่ยาวมากนัก กับตัวอักษรสีขาวเป็นประกายวิบวับอยู่ด้วย

ค่า…ความชอบ…

ถ้าตาฉันไม่ได้ฝาด ตัวหนังสือที่กะพริบอยู่บนหัวชายหนุ่มคนนั้นอ่านว่า‘ค่าความชอบ’ ละ

“เรื่องงานเลี้ยง แน่นอนว่าการออกไปด้านนอกถือเป็นข้อห้ามเช่นกันระหว่างกักบริเวณ เจ้าควรสำนึกให้ได้ว่าเจ้าทำอะไรผิดไป และควรปฏิบัติตัวอย่างไร…”

“…”

“นี่เจ้ามัวแต่มองที่ไหนอยู่”

ใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูไร้อารมณ์เหลือเกินในสายตาฉันซึ่งกำลังกวาดมองไปทั่วนั้นบึ้งตึงราวกับกำลังไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมองบนหัวเขาซ้ำอีกครั้งและอีกครั้งให้แน่ใจโดยไม่คิดจะตอบเขาเลย

/[ค่าความชอบ 0%]/

เป็นไปไม่ได้…

ฉันส่ายหน้าอย่างไม่รู้ตัว

ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด

ไม่มีทาง

“เจ้าท่าจะบ้าอย่างที่คนเขาพูดกันจริงๆ”

เขาจ้องมองการกระทำแปลกประหลาดของฉันด้วยสายตาดูหมิ่นอยู่สักพักก่อนจะหมุนตัวกลับไป ชายหนุ่มผมดำจ้ำอ้าวไปยังประตูอย่างรวดเร็วราวกับไม่ต้องการอยู่ด้วยกันกับฉันแม้เพียงเสี้ยววินาที [ค่าความชอบ 0%]ก็ไกลออกไปแล้ว

แล้วฉันทำอะไรผิดล่ะเนี่ย

ขณะที่ฉันกำลังเหม่อมองแผ่นหลังซึ่งค่อยๆ หายไปพลางคิดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ฉันกลับรู้สึกว่ามีคนอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง

เมื่อหันไปมองฉันจึงได้พบกับผู้ชายผมสีชมพูคนหนึ่งยืนกอดอกอยู่ในเงามืดข้างประตู

นัยน์ตาเขาเป็นสีฟ้าเข้มเช่นเดียวกับคนที่เดินออกไปเมื่อครู่ ภายในนั้นฉายแววยิ้มเยาะอย่างไม่คิดปิดบัง

/[ค่าความชอบ -10%]/

ตัวหนังสือสีขาวกะพริบอยู่เหนือหัวชายหนุ่มผมชมพู

ติดลบเลยทีเดียว

“โง่นัก สมน้ำหน้า”

เขาเอ่ยต่อว่าด้วยคำพูดร้ายกาจต่างจากรูปโฉมอันแสนงดงาม ก่อนจะหมุนตัวตามชายคนแรกออกไป

ปัง!

ประตูถูกปิดอย่างแรง

ฉันซึ่งถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องว่างที่ทุกคนจากไปแล้วได้แต่นั่งเหม่อไปพักใหญ่

นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ

หลังจากนั่งคิดแล้วคิดอีกอยู่เป็นนานสองนาน ฉันก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับที่ที่อยู่ในตอนนี้ รวมถึงผู้ชายสองคนนั้นที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกอย่างประหลาด

“ไม่จริงใช่ไหม…”

พอถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เสียงที่ไม่ยอมออกมาเมื่อครู่อย่างกับมีใครมาบีบกล่องเสียงไว้ก็หลุดออกมาทันที

แต่ฉันกลับไม่อาจยอมรับความจริงได้ ฉันทำใจให้เชื่อไม่ได้จริงๆเพราะแม้แต่ตัวเองยังคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลย

“ไม่มีทางหรอกน่า”

ไม่มีทางที่ฉากหนึ่งในเกมที่ฉันเล่นก่อนนอนจะมาอยู่ตรงหน้าราวกับเป็นเรื่องจริงได้ และยิ่งฉันดันกลายมาเป็นหนึ่งในตัวละครนั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่

“ตอนนี้ฉันแค่ฝันไปเท่านั้นแหละ”

ไม่มีคำตอบอื่นนอกเหนือจากนี้อีกแล้ว แต่ไม่ว่าฉันจะจิกทึ้งหัวหรือหยิกแก้มตัวเองอย่างไรมันก็ไม่ยอมตื่นจากฝันนี่สักที

“มะ…ไม่น่า…ไม่นะ ไม่! ไม่ใช่! มันต้องไม่ใช่…!”

‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’

คือตัวร้ายในเกมจีบหนุ่มที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ และยังเป็นตัวละครหลักในโหมดยากอีกด้วย!

ตอนที่ 1 (1) (Rewrite)

‘ลูกนอกสมรสของนักธุรกิจผู้ร่ำรวยล้นฟ้า’

ช่างเป็นคำพูดที่ดูเพ้อฝันอะไรเช่นนี้ ยิ่งในกรณีที่เป็นผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่พวกเธอเหล่านั้นมักจะได้รับบทเป็นซินเดอเรลลาในนิยายหรือละครอยู่เสมอ

แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเหมือนนิยายหรือละคร เพราะฉันต้องถูกไอ้พี่ชายต่างแม่ถึงสองคนที่อยู่ๆ ก็โผล่หัวมาในวันหนึ่งหลังจากแม่จากไปกดขี่ข่มเหงจนเกือบตาย

การโดนเมินและคำด่าทอนับเป็นเรื่องปกติ การโดนล้อเลียนแย่ๆเรื่องข้าวที่ฉันกินกับที่ที่ฉันอยู่ก็นับเป็นเรื่องธรรมดา มิหนำซ้ำเจ้าพวกนั้นยังเป็นหัวโจกที่ทำให้ฉันกลายเป็นหมาหัวเน่าจนชีวิตในวัยเรียนของฉันยุ่งเหยิงไปหมด

นั่นเพราะฉันอายุห่างจากไอ้ลูกหมาตัวที่สองไม่มากนัก จึงได้ไปเรียนที่เดียวกันตั้งหนึ่งปีเต็ม ขนาดหมอนั่นจบออกไปแล้ว สถานการณ์ในโรงเรียนของฉันก็มีแต่จะแย่ลงทุกวัน มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด

เป็นที่รู้กันดีว่าภรรยาหลวงของคุณพ่อป่วยเป็นโรคร้ายตั้งแต่ก่อนฉันเกิดตั้งนานนม แต่พวกบ้านั่นก็ยังทำเหมือนฉันซึ่งยังเด็กนักเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำให้แม่ของพวกมันต้องตาย

บางครั้งฉันเองก็สงสัยว่าตัวเองต้องอาภัพแค่ไหนกัน หรือตอนยังเป็นอสุจิฉันเคยไปแช่งชักหักกระดูกให้แม่พวกมันติดโรคหรืออย่างไร

ตอนอยู่ในบ้านหลังนั้นฉันมีสภาพไม่ต่างจากเด็กเหลือขอคนหนึ่งให้อยู่ในห้องเดี่ยวกับแม่แบบไม่มีอะไรเลยเหมือนเดิมยังดีเสียกว่า

การใช้ชีวิตในบ้านหลังนั้นทำน้ำหนักฉันลดฮวบลงอย่างรวดเร็วในขณะที่รอยแผลและแผลเป็นกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทน ถึงอย่างนั้นคนเป็นพ่อที่พาฉันมาที่นี่กลับไม่คิดจะสนใจไยดีอะไรเลยสักนิด

ถ้าจะทำแบบนี้ ส่งฉันไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าเถอะ จะพาฉันมาอยู่ด้วยทำไม

แต่ทั้งความคับแค้นใจและคำร้องขอเหล่านั้นกลับไม่เคยส่งผ่านไปถึงใครเลย

ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย เพราะฉันที่เติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูอันขัดสนของแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นเลิกหวังและยอมแพ้ไปอย่างง่ายดาย

การไปร้องขอความรักความสนใจจากมนุษย์ที่ไม่แม้แต่จะดูแลฉันให้เท่ากับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ถือเป็นการกระทำที่โง่เขลาสิ้นดี

หากจะให้ออกจากบ้านในตอนนั้น ฉันก็ไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียวและยังไม่มีแม้แต่ที่จะไปซุกหัวนอนด้วย ดังนั้นฉันจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียนจนกระทั่งเรียนจบ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังให้สำเร็จ

ไม่ใช่เพราะอยากได้การยอมรับจากเจ้าพวกนั้นหรือคุณพ่อ แต่เพื่อให้ได้หลุดพ้นจากบ้านที่เป็นดังขุมนรกเสียที

วันประกาศผล ฉันวิ่งไปหาคุณพ่อพร้อมรอยยิ้มแสนสดใสเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น

“คุณพ่อ! ดูนี่สิคะ! หนูสอบติดแล้วค่ะ! หนูสอบติดแล้ว!”

“เหรอ แล้วเธอมาบอกฉันทำไม”

คุณพ่อมองสีหน้ายินดีปรีดาของฉัน แต่กลับไม่มีให้แม้กระทั่งคำแสดงความยินดีตามธรรมดา

แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะฉันเองก็ไม่ได้มาหาเขาเพื่อฟังคำยินดีอะไรนั่นเหมือนกัน

“ให้หนูออกไปอยู่คนเดียวนะคะ! หนูอยากไปอยู่ใกล้ๆ มหา’ลัยจะได้ตั้งใจใช้ชีวิตนักศึกษาให้เต็มที่ค่ะ เรื่องแค่นี้คุณพ่อทำให้หนูได้อยู่แล้วนี่คะ”

ราวกับเป็นข้อเรียกร้องที่เขาคาดไม่ถึง คุณพ่อที่เคยมองฉันอย่างเฉยชากลับขมวดคิ้วเข้าหากัน

แต่เรื่องนี้มันก็ดีกับฝั่งเขาด้วยไม่ใช่เหรอ นี่นังเด็กผู้หญิงที่เป็นเสมือนหนามยอกอกถึงกับเดินมาบอกเขาว่าจะออกไปยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเชียวนะ!

“เข้าใจแล้ว ไปเตรียมตัวแล้วกัน”

การหลบหนีที่เคยไกลเกินเอื้อมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทว่าในระหว่างนั้น คุณพ่อก็ได้ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่ออย่างการมอบหมายให้ไอ้ลูกหมาตัวแรกซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดบริษัทช่วยดูแลเรื่องการเตรียมตัวออกไปอยู่คนเดียวของฉัน ด้วยเหตุนี้ฉันถึงได้มาลงเอยอยู่ในห้องชั้นกึ่งใต้ดินที่มีแต่ราขึ้นเต็มห้องนี่

แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก

หลังออกมาจากบ้านหลังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีแต่ความสุขสันต์ฉันลืมช่วงเวลาน่าหม่นหมองในวัยมัธยมไปจนหมดสิ้น และได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ มากมาย

ซึ่งฉันก็ได้มารู้จักเกมจากพวกเขานี่แหละ

“ ‘โปรเจ็กต์รักฉบับคุณหนู’ เหรอ อะไรเนี่ย เด็กน้อยชะมัดเลย”

มันคือหนึ่งในเกมมือถือที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เพื่อนๆแค่เห็นชื่อเลี่ยนๆ กับภาพประกอบสีฉูดฉาดบาดตา ฉันก็พอจะเดาได้แล้วว่ามันเป็นเกมเกี่ยวกับอะไร

ฉันไม่เคยคิดอยากเล่นมันเลยสักนิด แต่พอไปมหา’ลัย ทุกคนก็พูดกันแต่เรื่องเกมจนฉันต้องโหลดมาเล่นแค่พอให้รู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ซึ่งมันก็ตรงกับวันหยุดงานพิเศษของฉันพอดี

ในเกมจะแบ่งเป็นสองโหมด คือโหมดปกติกับโหมดยาก

“ปกติ”

ฉันคลิกเลือกโหมดปกติไปโดยไม่ลังเล กะว่าจะลองเล่นแค่ส่วนแรกสักพักเดียวเท่านั้น

เมื่อเปิดเกม วิดีโอบทนำก็เริ่มเล่นเพื่อแนะนำตัวละครในเกมทันที

/[บุตรีคนเล็กแห่งตระกูลดยุกที่หายตัวไปตั้งแต่เด็กเพราะอุบัติเหตุในที่สุดเธอก็กลับมาเพื่อทวงตำแหน่งเลดี้ของเธอคืน]/

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของนางเอกสาวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์และเพลงประกอบอันแสนสดใส

ถ้าตัดเรื่องภาพประกอบที่สวยงามเตะตาและคุณภาพระดับสูงออกไปเกมนี้ก็แทบไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ

ฉันต้องเอาชนะใจบรรดาพระเอกให้ได้เพื่อเพิ่มค่าความชอบ ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับนางร้ายและสั่งสมทรัพย์สินและชื่อเสียงไปด้วย

แล้วตอนจบก็จะได้รับการสารภาพรักจากพระเอกที่สะสมค่าความชอบได้เร็วที่สุดนั่นเอง

“โอ๊ะ สนุกดีแฮะ”

แต่พอได้ลองเล่นเข้าจริงๆ ทั้งเรื่องราวที่อัดแน่น องค์ประกอบที่ต่อเนื่องกัน และระบบของเกมซึ่งนับว่าถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีขัดกับชื่อเกมที่ดูเด็กน้อยสุดๆ บวกกับภาพที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างที่นักวาดน่าจะตั้งใจวาดสุดตัวก็ทำให้ฉันรู้สึกสนใจมันมากขึ้นไปอีก ไหนจะเนื้อเรื่องหลักและสถานการณ์ที่คล้ายกับชีวิตจริงซึ่งทำให้ฉันติดมันงอมแงม

ในบรรดาพระเอกตัวหลักๆ ของเกมมีพี่ชายสองคนของนางเอกรวมอยู่ด้วย ฉากหลักของเรื่องอยู่ที่ตระกูลดยุกเอคคาร์ต ทำให้เธอจำต้องเผชิญหน้ากับบรรดาพี่ชายที่คอยเอาแต่ข่มเหงรังแกเพราะไม่ชอบใจที่อยู่ๆก็มีน้องสาวปรากฏตัวขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง

เหมือนฉันเลยแฮะ

…ถึงการปฏิบัติที่นางเอกได้รับจะต่างจากสิ่งที่ฉันเจอราวฟ้ากับเหวก็เถอะ

การค่อยๆ พิชิตใจคนพวกนั้นไปทีละนิดเพียงพอจะทำให้ฉันรู้สึกสนุกไปกับมันได้

ฉันจมดิ่งลงไปกับเจ้าเกมนี่อย่างคนไร้สติ เหมือนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเริ่มเล่นมันเพียงนิดเดียวเท่านั้น

ใช้เวลาไม่นานฉันก็เล่นไปถึงตอนจบอย่างง่ายดาย แม้ว่ามันจะเป็นเกมจีบหนุ่มที่ฉันเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรกก็ตาม

มันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ที่จริงโหมดปกติก็ยังง่ายไปสำหรับมือใหม่อย่างฉันอยู่ดี

เพราะพระเอกทุกคนมีค่าความชอบตั้ง 30% มาตั้งแต่แรกแล้วนี่มันไม่ใช่แค่ปกติแล้ว เรียกว่าโหมดง่ายยังได้เลยด้วยซ้ำ

หลังจากเล่นมาได้สามชั่วโมง ฉันก็ได้เห็นตอนจบของพระเอกจนครบทุกคน ทันใดนั้นการ์ด ‘ตอนจบลับ’ ที่ถูกแม่กุญแจล็อกไว้ก็เด้งขึ้นมา

“สะ…แสนวอนเลยเหรอ บ้าไปแล้วหรือไง ทำไมแพงอย่างนี้เนี่ย”

ถ้าอยากเห็นตอนจบลับฉันต้องจ่ายเงินราคาแพงหูฉี่ หรือไม่ก็ต้องเล่นโหมดยากให้ผ่านหมดทุกด่าน

“โอ๊ย…แต่นี่มันดึกมากแล้วนะ”

พอคิดถึงวิชาเรียนคาบเช้าฉันก็กังวลขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้นานนักหรอก

“โอ๊ย ไม่รู้แล้ว! ลองสักตั้งแล้วกัน!”

ฉันเป็นบ้าไปพักใหญ่เพราะความรู้สึกที่ยังเหลืออยู่จากตอนจบ ถ้าเป็นเวลาปกติละก็…ฉันไม่มีทางเป็นแบบนี้เด็ดขาด

ปลายนิ้วพลันคลิกเลือกโหมดยากด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเพลงประกอบอันหรูหราสง่างามและบทนำที่ต่างจากโหมดปกติก็เริ่มเล่นขึ้นทันที

“โอ้ นี่เธอเปลี่ยนมาเป็นนางเอกแล้วเหรอ”

ตัวละครหลักเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเธอก็คือเลดี้จอมปลอมที่เคยรับบทเป็นตัวร้ายในโหมดปกตินั่นเอง

ฉากหลังของเรื่องก็ถูกเปลี่ยนเป็นเหตุการณ์ก่อนที่นางเอกในโหมดปกติจะปรากฏตัว ทำให้รู้สึกราวกับเป็นคนละเรื่องกัน

“ดังเพราะแบบนี้นี่เอง”

ความง่วงซึ่งถ่วงบนเปลือกตาพลันหายเป็นปลิดทิ้ง ทันทีที่ภาพวาดสุดประณีตของตัวละครหลักในโหมดยากปรากฏตัวขึ้น

โครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเกมจีบหนุ่มทั่วไปทำให้เกมนี้น่าสนใจมากทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น นางร้ายที่เคยก่อกรรมทำเข็ญไว้กับนางเอกผู้เป็นดั่งนางฟ้านางสวรรค์เมื่อก่อนหน้านี้ กลับกลายมาเป็นตัวละครหลักและต้องเอาชนะใจบรรดาพระเอกซึ่งใจแข็งอย่างกับกำแพงเหล็กให้ได้ นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน

ฉันลงมือเล่นเจ้าโหมดยากที่น่าสนุกนี่ทันที เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะเอาชนะโหมดปกติมาได้อย่างง่ายดาย ความมั่นใจจึงเต็มเปี่ยม

พอเป็นโหมดยาก ฉันก็คิดว่าตัวเลือกของบทสนทนาคงจะซับซ้อนขึ้นแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น

แต่ฉันคิดผิดถนัด

ตอนที่ 1 (2) (Rewrite)

“อ๊าก! ทำไม! ทำไมตายอีกแล้ว!”

โหมดยากนี่มันหินสุดๆ ไปเลย

มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินกว่านางเอกซึ่งเคยเป็นตัวร้ายในตอนแรกจะสะสมค่าความชอบได้แต่ละที

ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่หากฉันเลือกอะไรผิดไปสักข้อหลังจากนั้นเจ้าค่าความชอบที่สะสมมาอย่างยากลำบากก็จะลดฮวบอย่างกับปราสาททรายถล่มแล้วเกมก็จะจบทันที

และไม่ใช่แค่เกมจบอย่างเดียวนะ แต่ตัวละครหลักยังต้องมาตายอย่างน่าโมโหอีกด้วย

“ทำไมมันยากขนาดนี้เนี่ย”

ภาพประกอบก็ทั้งโหดร้ายและสมจริง ฉันเป็นอันได้เบ้หน้าหนีทุกครั้งเมื่อได้เห็นภาพเธอโดนดาบขององค์รัชทายาทบั่นคอ

“ไอ้เกมบ้านี่…”

ต่อให้เป็นข้อที่ฉันตั้งใจเลือกอย่างรอบคอบ ฉันก็ยังต้องย่นจมูกจนหายใจไม่ออกทุกครั้งที่เธอตาย

พวกคนสร้างเกมคิดอะไรอยู่ถึงได้ตั้งค่าระดับความยากง่ายให้ออกมาอีหรอบนี้

พอตายหลายๆ ครั้งเข้า ความดันทุรังก็ยิ่งพลุ่งพล่าน

“ขอร้องละ ให้ฉันรอดสักครั้งเถอะน่า!”

ความตั้งใจในตอนแรกที่อยากจะเห็น ‘ตอนจบลับ’ มันหายวับไปนานแล้ว

ฉันต้องได้เห็นนางร้ายผู้น่าสงสารคนนี้รอดจากปากเหยี่ยวปากกาแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไป และได้มีความสุขกับใครสักคนให้ได้!

ว่าแต่นางร้ายคนนี้ทำอะไรผิดล่ะ ที่เธอได้เป็นนางร้ายก็เพราะผู้สร้างเกมเอาบทนางร้ายให้เธอก็เท่านั้นเองนี่นา!

ยิ่งไปกว่านั้น นางร้ายที่ไม่ว่าจะร้องขอความรักความเมตตาเพียงใดก็ได้รับแค่การข่มเหงด่าว่า ต่างจากตัวละครหลักในโหมดปกติที่ได้รับความรักจากทุกคนมาอย่างง่ายดายนั้น ช่างเหมือนมาซ้อนทับกับชีวิตของฉันเหลือเกิน

“ฉันต้องเห็นตอนจบของเรื่องพวกนี้ให้ได้!”

เธอถูกฆ่าอีกครั้งเพราะพวกพี่ชาย เสียงกัดฟันกรอดเล็ดลอดออกมาไม่ขาด

ตายไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สองมือฉันที่ยังจับโทรศัพท์เครื่องร้อนไว้แน่นเริ่มสั่นระริก

ฉันรู้ดีว่าตัวเองชักจะหลงไปกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้พานพบนี้มากเกินไปแล้ว แต่นิ้วก็ยังกดปุ่มเริ่มใหม่อย่างหยุดไม่ได้เช่นกัน

ฉันเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้ง

เลือกบทสนทนา ค่อยๆ สะสมระดับความชอบ และสะสมเงินกับชื่อเสียงเพื่อเปิดเส้นทางใหม่

แต่ก็ตายอีกอยู่ดี

“โว้ย! ทำไม! ทำไมวะ!”

ฉันโมโหจนอยากจะใช้เงินซื้อค่าความชอบมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด

หากเกมนี้มีจุดประสงค์เพื่อจะโน้มน้าวให้ฉันใช้เงินจริงก็นับว่ามันประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะฉันผู้ซึ่งกระเบียดกระเสียรอดออมเงินทุกเม็ดเพื่อไม่ต้องแบมือขอเงินจากคนในบ้านหลังนั้น ยังอยากจะใช้เงินเติมเกมมากขึ้นเรื่อยๆ

สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ใช้เงินจริงซื้อ แต่ก็เล่นเกมแบบโต้รุ่งด้วยปณิธานว่าต้องเห็นตอนจบของใครสักคนให้จงได้

ฉันตาย แล้วก็เริ่มใหม่

ตายอีก แล้วก็เริ่มใหม่อีก

แต่ก็ตาย…

และตาย…

…ตายอีกแล้ว!

ฉันตายวนไปจนสว่าง แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เห็นตอนจบของโหมดยากเลยสักครั้งเดียว!

“เอาใหม่…อีกที…”

ฉันตั้งใจจะกดปุ่มเริ่มใหม่อีกครั้ง แต่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สองตาปิดสนิทหลับเป็นตายทั้งที่ยังกำโทรศัพท์เอาไว้ในมือ

และเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง…

“เพเนโลเป เอคคาร์ต”

ชายหนุ่มผู้มีแถบวัดระดับอันว่างเปล่าอยู่เหนือหัวพร้อมตัวอักษรกะพริบว่า [ค่าความชอบ 0%] ก็พูดขึ้นมา

“ข้าจะยึดนามสกุลเอคคาร์ตคืนจากเจ้าสักพักหนึ่งแล้วกัน”

ฉันก็กลายมาเป็นนางร้ายในเกมที่ฉันไม่อาจเอาชนะได้ไปเสียแล้ว!

“เลดี้ ตื่นได้แล้วค่ะ”

เสียงกระซิบของใครบางคนดังแว่วมาจากด้านบน ปลุกให้สติที่มีอยู่เพียงน้อยนิดฟื้นคืนมาได้อย่างง่ายดาย

ฉันเอาแต่ปฏิเสธความจริงและเฝ้าภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ตัวเองตื่นจากฝันนี้ทั้งคืน แต่ดูเหมือนจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว

“เลดี้”

น้ำเสียงระมัดระวังดังขึ้นมาอีกครั้ง

เรียกฉันเหรอ

ผู้ชายตาสีฟ้าเข้มสองคนนั้นก็ออกไปแล้ว และไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้อีกแล้วด้วย ดังนั้นคนที่พอจะถูกเรียกว่า ‘เลดี้’ ได้ก็มีแค่ฉันคนเดียว

“…”

ฉันยังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นจึงไม่อาจตอบกลับไปได้ทันทีแต่แล้วจู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากด้านหลัง

นั่นทำให้ฉันตื่นเต็มตาทันที แต่ขณะที่ฉันกำลังจะรวบรวมแรงเพื่อหยัดตัวลุกขึ้นนั้นเอง

ฉันกลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มออกมา

“โอ๊ย!”

ฉันเบิกตาโพลงก่อนจะกรีดร้องและถีบผ้าห่มลุกขึ้น รีบถกแขนเสื้อขึ้นดูข้อมือที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทันที

นี่ นี่มัน…

ฉันถึงคราวต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นผิวเนื้อใต้ชุดนอนนุ่มนิ่ม

ข้อมือบางเต็มไปด้วยรอยเข็มแหลมคม หากนี่เป็นผ้าที่ถูกเย็บด้วยเข็มไม่ใช่เนื้อหนังของมนุษย์ ป่านนี้คงถูกเจาะเป็นรูจนขาดรุ่งริ่งไปแล้วแน่นอน

และขณะที่ฉันกำลังตกใจเพราะได้เห็นรอยแผลห้อเลือดน้อยๆซึ่งคล้ายกับเพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานอยู่นั้น…

“ตื่นแล้วสินะคะ”

ก็ได้ยินเสียงราบเรียบดังมาจากข้างเตียง เมื่อหันไปมองก็พบกับหญิงสาวผมน้ำตาลที่มีกระเต็มหน้ายืนอยู่

คงจะเป็นสาวใช้ละสิ

สาวใช้ทุกคนในเกมต่างใส่ชุดคนรับใช้แบบเดียวกันและหน้าตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ราวกับต้องการประหยัดค่าวาดภาพประกอบ ผู้หญิงตรงหน้าฉันคนนี้ก็เช่นกัน

มือของสาวใช้ว่างเปล่าราวกับว่าเธอไม่ใช่คนที่ทิ่มแทงฉันด้วยเข็มอย่างไรก็ตาม ในดวงตาที่กำลังเฝ้าสังเกตฉันอย่างระมัดระวังคู่นั้นกลับมีทั้งความยินดีอันเลือนรางระคนไปกับแววยิ้มเยาะ

นี่เธอทำอะไรกับคนที่อยู่เฉยๆ กันเนี่ย!

โทสะที่พุ่งพรวดขึ้นมาในชั่วพริบตาทำให้ฉันอ้าปากเพื่อระบายความโกรธออกไป

“…!”

แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง

ทีแบบนี้ทำไมไม่มีตัวเลือกขึ้นมาล่ะ เวรเอ๊ย!

เมื่อฉันได้แต่เขม้นมองเพราะพูดอะไรไม่ได้ สาวใช้นั่นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ข้าเตรียมน้ำอาบไว้ให้ในห้องอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เลดี้ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถอะค่ะ”

รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอขณะกำลังพับผ้าห่ม ช่างเป็นภาพที่คุ้นตาเหลือเกิน

ฉันได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตรงนั้น ก่อนจะถูกดันให้เข้าไปในห้องอาบน้ำด้วยมือของสาวใช้ที่เอาแต่เร่งเร้า

เธอบอกว่าเตรียมน้ำอาบเอาไว้ให้แล้ว แต่ในห้องน้ำที่ว่างเปล่านี่กลับมีเพียงน้ำเย็นเจี๊ยบที่ถูกรองใส่กะละมังไว้แบบชุ่ยๆ

แล้วนี่เธอไปตักมาจากน้ำที่ใส่น้ำแข็งไว้หรือไง แค่ฉันจุ่มปลายนิ้วลงไปนี่ก็ขนหัวลุกจะแย่แล้ว

ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลตอนอาบน้ำอะไรหรอกนะ แต่นี่มันเกินไปแล้ว!

ในเกมก็มีเรื่องที่นางร้ายได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีฉากที่ละเอียดขนาดนี้เลย

ฉันจำต้องทำใจยอมรับความจริงที่ล้นทะลักออกมาอีกครั้ง ว่าฉันได้หลุดเข้ามาอยู่ในเกมแล้วจริงๆ

เมื่อฉันถกแขนเสื้อขึ้นดูรอยเข็มที่มีสะเก็ดเลือดแข็งๆ ติดอยู่อีกครั้งน้ำตาก็พลันเอ่อล้น

อะไรกัน นี่มันไม่ได้อยู่ในเกมเสียหน่อย…

แต่แล้วจู่ๆ ก็มีฉากหนึ่งแล่นผ่านสมองฉันเข้ามา

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...