เป็นตัวร้ายก็ต้องตายเท่านั้น
ข้อมูลเบื้องต้น
The Villains Are Destined To Die
ผู้เขียน Gwon Gyeoeul
ผู้แปล อักษราภัค
ลิขสิทธิ์ถูกต้องฉบับภาษาไทย โดย Peony Publishing
**********
ทั้งที่อุตส่าห์หนีออกจากบ้านเฮงซวยหลังนั้นมาได้แล้วแท้ๆ
แต่เพราะการอยากเห็นตอนจบลับของเกม ‘โปรเจกต์รักฉบับคุณหนู’
จนตะบี้ตะบันเล่น ‘โหมดยาก’ แบบไม่หลับไม่นอน
พอรู้ตัวอีกที ฉันก็มาอยู่ในร่างของ ‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’
เลดี้จอมปลอมและนางร้ายของเกมซึ่งถูกลิขิตให้ต้องตายอย่างอนาถอยู่ร่ำไป
เพื่อรักษาชีวิตให้รอดไปจากเกมบ้าๆ นี่
ฉันจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเพิ่มค่าระดับความชอบของพระเอกทั้งห้าคน
และต้องรีบหาทางเห็นฉากจบของเกมนี้พร้อมกับใครสักคนให้ได้โดยเร็วที่สุด!
บทนํา (Rewrite)
ทุกอย่างช่างสมบูรณ์แบบ
ถึงห้องเดี่ยวชั้นกึ่งใต้ดินนี่จะมีขนาดเพียงเท่ากับห้องน้ำในที่ที่ฉันเคยอยู่และตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ฉันก็ต้องเริ่มต้นทำงานพิเศษเพื่อให้มีรายได้มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน…แต่สำหรับฉันนี่ถือว่าดีมากแล้ว
ในที่สุดฉันก็ได้ออกจากบ้านที่เป็นดั่งขุมนรกแห่งนั้นและเป็นอิสระเสียทีแค่นี้ก็พอให้ฉันมีความสุขได้แล้วละ
เพียงแต่…
“ข้ามั่นใจว่าสั่งให้เจ้าอยู่เงียบๆ ดั่งคนตายที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหายใจเล็ดลอดออกมา”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย็นชา สายตาตั้งแง่รังเกียจที่ใช้มองฉันดูเหมือนกำลังมองแมลงน่าขยะแขยงอยู่อย่างไรอย่างนั้น
“ได้ยินว่าเจ้าไปกระโดดโลดเต้นเป็นหมาบ้าในงานเลี้ยงอันทรงเกียรติขององค์รัชทายาทใช่หรือไม่”
ฉันชินชากับสายตาป่าเถื่อนซึ่งมองมาราวกับต้องการจะเหยียบให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ไปแล้ว เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันต้องเผชิญมาตลอดในบ้านหลังนั้น
แต่แม้จะมีประสบการณ์มามาก ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นไร
“เจ้าคิดอะไรอยู่จึงได้ทำเช่นนั้น”
ประกายตาสีฟ้าเข้มทำเอาลมหายใจติดขัด ริมฝีปากฉันเริ่มสั่นระริกโดยอัตโนมัติ
ในตอนนั้นเอง หน้าต่างสี่เหลี่ยมสีขาวพลันปรากฏขึ้นมาตรงหน้าภายในนั้นมีตัวอักษรถูกเขียนไว้อย่างเป็นระเบียบ
1. แล้วคิดว่าข้ารู้หรือไง
2. ข้าก็ไม่ได้คิดอะไรนี่คะ
3. คือ…คือว่าข้า…(ด้วยน้ำเสียงขลาดกลัว)
…นี่มันอะไรกันล่ะเนี่ย
ฉันเผยอปากเพื่อจะถามว่านี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แต่กลับไม่มีเสียงออกมาราวกับว่ามีฝามาอุดปากเอาไว้
เมื่อเห็นฉันพูดอะไรไม่ออก ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าเข้มคนนั้นก็กดดันต่อด้วยน้ำเสียงน่ากลัว
“เจ้า…พูดออกมาเสียจะดีกว่า”
ฉันรู้สึกได้ถึงความน่ากลัวที่ทำให้ผิวแสบร้อนไปหมด หากไม่รีบตอบละก็…ฉันได้ตายแน่
โดยสัญชาตญาณฉันรีบเลือกข้อ 3 แทบจะทันที
“คือ…คือว่าข้า…”
คำพูดที่เหมือนตัวเลือกซึ่งปรากฏอยู่ในหน้าต่างสี่เหลี่ยมหลุดออกมาจากปาก
อะไร…นี่มันอะไรกัน!
ขนาดพูดเองยังรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องโกหกจนฉันได้แต่อ้าปากพะงาบๆเหมือนคนโง่เง่า โดยไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้คืออะไร
พอลืมตาตื่นขึ้นมา ฉันก็มานอนอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคย ไหนจะยังต้องมารับมือกับคนพวกนี้ ที่จู่ๆ ก็บุกเข้ามาสาดซัดถ้อยคำป่าเถื่อนใส่อีก แถมสติก็ยังพร่าเลือนเพราะเพิ่งตื่นจากการหลับใหล
“คือ…คือว่าข้า แล้วอะไรต่อ”
เขาถามหาคำตอบต่อไปด้วยสีหน้าน่ากลัวราวกับไม่ถูกใจคำตอบอ้อมแอ้มแบบขอไปทีของฉัน
ทันใดนั้น ข้อความอื่นๆ ก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาในหน้าต่างสี่เหลี่ยมซึ่งลอยคว้างอยู่กลางอากาศ
1. ขออภัย ข้าจะระวังตัวค่ะ
2. แต่นังสาวใช้นั่นทำผิดกับข้าก่อนนะคะ
3. ก็พวกชั้นต่ำนั่นเมินข้านี่คะ ข้าผู้เป็นเลดี้เพียงหนึ่งเดียวของเอคคาร์ตผู้นี้!
เพราะไม่มีเวลามากพอให้มานั่งใคร่ครวญอยู่เฉยๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นพอมองชายคนนั้นแล้ว ฉันก็รีบเลือกตัวเลือกไปข้อหนึ่งทันที
ฉันไม่รู้อะไรเลย แต่ฉันควรพูดอะไรสักอย่างในสถานการณ์แบบนี้มันคือบทเรียนที่ฉันสลักเอาไว้ลึกถึงกระดูกดำมาตลอด
“ขออภั…”
“หากเป็นเรื่องที่จบได้ด้วยคำขอโทษกระจอกๆ ข้าคงไม่มีเหตุให้ต้องมาเจอหน้าเจ้าเช่นนี้”
แต่เขาก็ตัดบทขึ้นมาราวกับการที่ฉันรีบร้อนเลือกข้อหนึ่งนั้นมันน่าอับอายนักหนา
ฉันใจหายวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงเชือดเฉือนราวคมมีด ทั้งยังเผลอสะดุ้งโดยไม่รู้ตัว แต่แล้วชายหนุ่มคนนั้นก็เอ่ยประโยคหนึ่งอย่างเยือกเย็น
“เพเนโลเป เอคคาร์ต”
‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’ เหรอ
“ข้าจะยึดนามสกุลเอคคาร์ตคืนจากเจ้าสักพักหนึ่งแล้วกัน”
ทั้งชื่อและบทสนทนาช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน
ฉันเงยหน้าขึ้นทันที จึงได้เห็นภาพชายที่เมื่อครู่ไม่ทันมองเพราะยังตั้งสติไม่ได้ชัดขึ้นอีกหน่อย
ชายหนุ่มคนที่ยืนห่างออกไปจากเตียงเล็กน้อยไม่ใช่ ‘มนุษย์ในบ้านหลังนั้น’ แต่กลับเป็นชาวต่างชาติที่ฉันเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
นัยน์ตาสีฟ้าเข้มราวกับกักเก็บน้ำทะเลไว้ภายใน และเส้นผมสีดำขลับดุจหินอัคนีสีนิล ถัดขึ้นไปบนนั้นมีสิ่งที่คล้ายแถบแสดงแบตเตอรี่โทรศัพท์ไม่ยาวมากนัก กับตัวอักษรสีขาวเป็นประกายวิบวับอยู่ด้วย
ค่า…ความชอบ…
ถ้าตาฉันไม่ได้ฝาด ตัวหนังสือที่กะพริบอยู่บนหัวชายหนุ่มคนนั้นอ่านว่า‘ค่าความชอบ’ ละ
“เรื่องงานเลี้ยง แน่นอนว่าการออกไปด้านนอกถือเป็นข้อห้ามเช่นกันระหว่างกักบริเวณ เจ้าควรสำนึกให้ได้ว่าเจ้าทำอะไรผิดไป และควรปฏิบัติตัวอย่างไร…”
“…”
“นี่เจ้ามัวแต่มองที่ไหนอยู่”
ใบหน้าของชายหนุ่มที่ดูไร้อารมณ์เหลือเกินในสายตาฉันซึ่งกำลังกวาดมองไปทั่วนั้นบึ้งตึงราวกับกำลังไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังมองบนหัวเขาซ้ำอีกครั้งและอีกครั้งให้แน่ใจโดยไม่คิดจะตอบเขาเลย
/[ค่าความชอบ 0%]/
เป็นไปไม่ได้…
ฉันส่ายหน้าอย่างไม่รู้ตัว
ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด
ไม่มีทาง
“เจ้าท่าจะบ้าอย่างที่คนเขาพูดกันจริงๆ”
เขาจ้องมองการกระทำแปลกประหลาดของฉันด้วยสายตาดูหมิ่นอยู่สักพักก่อนจะหมุนตัวกลับไป ชายหนุ่มผมดำจ้ำอ้าวไปยังประตูอย่างรวดเร็วราวกับไม่ต้องการอยู่ด้วยกันกับฉันแม้เพียงเสี้ยววินาที [ค่าความชอบ 0%]ก็ไกลออกไปแล้ว
แล้วฉันทำอะไรผิดล่ะเนี่ย
ขณะที่ฉันกำลังเหม่อมองแผ่นหลังซึ่งค่อยๆ หายไปพลางคิดว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ฉันกลับรู้สึกว่ามีคนอยู่ที่อีกด้านหนึ่ง
เมื่อหันไปมองฉันจึงได้พบกับผู้ชายผมสีชมพูคนหนึ่งยืนกอดอกอยู่ในเงามืดข้างประตู
นัยน์ตาเขาเป็นสีฟ้าเข้มเช่นเดียวกับคนที่เดินออกไปเมื่อครู่ ภายในนั้นฉายแววยิ้มเยาะอย่างไม่คิดปิดบัง
/[ค่าความชอบ -10%]/
ตัวหนังสือสีขาวกะพริบอยู่เหนือหัวชายหนุ่มผมชมพู
ติดลบเลยทีเดียว
“โง่นัก สมน้ำหน้า”
เขาเอ่ยต่อว่าด้วยคำพูดร้ายกาจต่างจากรูปโฉมอันแสนงดงาม ก่อนจะหมุนตัวตามชายคนแรกออกไป
ปัง!
ประตูถูกปิดอย่างแรง
ฉันซึ่งถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องว่างที่ทุกคนจากไปแล้วได้แต่นั่งเหม่อไปพักใหญ่
นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ฉันไม่เข้าใจเลยจริงๆ
หลังจากนั่งคิดแล้วคิดอีกอยู่เป็นนานสองนาน ฉันก็เริ่มรู้สึกคุ้นเคยกับที่ที่อยู่ในตอนนี้ รวมถึงผู้ชายสองคนนั้นที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกอย่างประหลาด
“ไม่จริงใช่ไหม…”
พอถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เสียงที่ไม่ยอมออกมาเมื่อครู่อย่างกับมีใครมาบีบกล่องเสียงไว้ก็หลุดออกมาทันที
แต่ฉันกลับไม่อาจยอมรับความจริงได้ ฉันทำใจให้เชื่อไม่ได้จริงๆเพราะแม้แต่ตัวเองยังคิดว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เลย
“ไม่มีทางหรอกน่า”
ไม่มีทางที่ฉากหนึ่งในเกมที่ฉันเล่นก่อนนอนจะมาอยู่ตรงหน้าราวกับเป็นเรื่องจริงได้ และยิ่งฉันดันกลายมาเป็นหนึ่งในตัวละครนั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่
“ตอนนี้ฉันแค่ฝันไปเท่านั้นแหละ”
ไม่มีคำตอบอื่นนอกเหนือจากนี้อีกแล้ว แต่ไม่ว่าฉันจะจิกทึ้งหัวหรือหยิกแก้มตัวเองอย่างไรมันก็ไม่ยอมตื่นจากฝันนี่สักที
“มะ…ไม่น่า…ไม่นะ ไม่! ไม่ใช่! มันต้องไม่ใช่…!”
‘เพเนโลเป เอคคาร์ต’
คือตัวร้ายในเกมจีบหนุ่มที่กำลังโด่งดังที่สุดในตอนนี้ และยังเป็นตัวละครหลักในโหมดยากอีกด้วย!
ตอนที่ 1 (1) (Rewrite)
‘ลูกนอกสมรสของนักธุรกิจผู้ร่ำรวยล้นฟ้า’
ช่างเป็นคำพูดที่ดูเพ้อฝันอะไรเช่นนี้ ยิ่งในกรณีที่เป็นผู้หญิงยิ่งแล้วใหญ่พวกเธอเหล่านั้นมักจะได้รับบทเป็นซินเดอเรลลาในนิยายหรือละครอยู่เสมอ
แต่ความเป็นจริงไม่ได้เป็นเหมือนนิยายหรือละคร เพราะฉันต้องถูกไอ้พี่ชายต่างแม่ถึงสองคนที่อยู่ๆ ก็โผล่หัวมาในวันหนึ่งหลังจากแม่จากไปกดขี่ข่มเหงจนเกือบตาย
การโดนเมินและคำด่าทอนับเป็นเรื่องปกติ การโดนล้อเลียนแย่ๆเรื่องข้าวที่ฉันกินกับที่ที่ฉันอยู่ก็นับเป็นเรื่องธรรมดา มิหนำซ้ำเจ้าพวกนั้นยังเป็นหัวโจกที่ทำให้ฉันกลายเป็นหมาหัวเน่าจนชีวิตในวัยเรียนของฉันยุ่งเหยิงไปหมด
นั่นเพราะฉันอายุห่างจากไอ้ลูกหมาตัวที่สองไม่มากนัก จึงได้ไปเรียนที่เดียวกันตั้งหนึ่งปีเต็ม ขนาดหมอนั่นจบออกไปแล้ว สถานการณ์ในโรงเรียนของฉันก็มีแต่จะแย่ลงทุกวัน มันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลยสักนิด
เป็นที่รู้กันดีว่าภรรยาหลวงของคุณพ่อป่วยเป็นโรคร้ายตั้งแต่ก่อนฉันเกิดตั้งนานนม แต่พวกบ้านั่นก็ยังทำเหมือนฉันซึ่งยังเด็กนักเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำให้แม่ของพวกมันต้องตาย
บางครั้งฉันเองก็สงสัยว่าตัวเองต้องอาภัพแค่ไหนกัน หรือตอนยังเป็นอสุจิฉันเคยไปแช่งชักหักกระดูกให้แม่พวกมันติดโรคหรืออย่างไร
ตอนอยู่ในบ้านหลังนั้นฉันมีสภาพไม่ต่างจากเด็กเหลือขอคนหนึ่งให้อยู่ในห้องเดี่ยวกับแม่แบบไม่มีอะไรเลยเหมือนเดิมยังดีเสียกว่า
การใช้ชีวิตในบ้านหลังนั้นทำน้ำหนักฉันลดฮวบลงอย่างรวดเร็วในขณะที่รอยแผลและแผลเป็นกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แทน ถึงอย่างนั้นคนเป็นพ่อที่พาฉันมาที่นี่กลับไม่คิดจะสนใจไยดีอะไรเลยสักนิด
ถ้าจะทำแบบนี้ ส่งฉันไปอยู่บ้านเด็กกำพร้าเถอะ จะพาฉันมาอยู่ด้วยทำไม
แต่ทั้งความคับแค้นใจและคำร้องขอเหล่านั้นกลับไม่เคยส่งผ่านไปถึงใครเลย
ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย เพราะฉันที่เติบโตมาภายใต้การเลี้ยงดูอันขัดสนของแม่เลี้ยงเดี่ยวนั้นเลิกหวังและยอมแพ้ไปอย่างง่ายดาย
การไปร้องขอความรักความสนใจจากมนุษย์ที่ไม่แม้แต่จะดูแลฉันให้เท่ากับสัตว์เลี้ยงของพวกเขา ถือเป็นการกระทำที่โง่เขลาสิ้นดี
หากจะให้ออกจากบ้านในตอนนั้น ฉันก็ไม่มีเงินติดตัวเลยสักแดงเดียวและยังไม่มีแม้แต่ที่จะไปซุกหัวนอนด้วย ดังนั้นฉันจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาตั้งใจเรียนจนกระทั่งเรียนจบ เพื่อสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังให้สำเร็จ
ไม่ใช่เพราะอยากได้การยอมรับจากเจ้าพวกนั้นหรือคุณพ่อ แต่เพื่อให้ได้หลุดพ้นจากบ้านที่เป็นดังขุมนรกเสียที
วันประกาศผล ฉันวิ่งไปหาคุณพ่อพร้อมรอยยิ้มแสนสดใสเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่ได้เข้าไปอยู่ในบ้านหลังนั้น
“คุณพ่อ! ดูนี่สิคะ! หนูสอบติดแล้วค่ะ! หนูสอบติดแล้ว!”
“เหรอ แล้วเธอมาบอกฉันทำไม”
คุณพ่อมองสีหน้ายินดีปรีดาของฉัน แต่กลับไม่มีให้แม้กระทั่งคำแสดงความยินดีตามธรรมดา
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เป็นไร เพราะฉันเองก็ไม่ได้มาหาเขาเพื่อฟังคำยินดีอะไรนั่นเหมือนกัน
“ให้หนูออกไปอยู่คนเดียวนะคะ! หนูอยากไปอยู่ใกล้ๆ มหา’ลัยจะได้ตั้งใจใช้ชีวิตนักศึกษาให้เต็มที่ค่ะ เรื่องแค่นี้คุณพ่อทำให้หนูได้อยู่แล้วนี่คะ”
ราวกับเป็นข้อเรียกร้องที่เขาคาดไม่ถึง คุณพ่อที่เคยมองฉันอย่างเฉยชากลับขมวดคิ้วเข้าหากัน
แต่เรื่องนี้มันก็ดีกับฝั่งเขาด้วยไม่ใช่เหรอ นี่นังเด็กผู้หญิงที่เป็นเสมือนหนามยอกอกถึงกับเดินมาบอกเขาว่าจะออกไปยืนด้วยลำแข้งของตัวเองเชียวนะ!
“เข้าใจแล้ว ไปเตรียมตัวแล้วกัน”
การหลบหนีที่เคยไกลเกินเอื้อมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทว่าในระหว่างนั้น คุณพ่อก็ได้ทำสิ่งที่ไม่น่าเชื่ออย่างการมอบหมายให้ไอ้ลูกหมาตัวแรกซึ่งกำลังจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดบริษัทช่วยดูแลเรื่องการเตรียมตัวออกไปอยู่คนเดียวของฉัน ด้วยเหตุนี้ฉันถึงได้มาลงเอยอยู่ในห้องชั้นกึ่งใต้ดินที่มีแต่ราขึ้นเต็มห้องนี่
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก
หลังออกมาจากบ้านหลังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างก็มีแต่ความสุขสันต์ฉันลืมช่วงเวลาน่าหม่นหมองในวัยมัธยมไปจนหมดสิ้น และได้ทำความรู้จักกับเพื่อนๆ มากมาย
ซึ่งฉันก็ได้มารู้จักเกมจากพวกเขานี่แหละ
“ ‘โปรเจ็กต์รักฉบับคุณหนู’ เหรอ อะไรเนี่ย เด็กน้อยชะมัดเลย”
มันคือหนึ่งในเกมมือถือที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เพื่อนๆแค่เห็นชื่อเลี่ยนๆ กับภาพประกอบสีฉูดฉาดบาดตา ฉันก็พอจะเดาได้แล้วว่ามันเป็นเกมเกี่ยวกับอะไร
ฉันไม่เคยคิดอยากเล่นมันเลยสักนิด แต่พอไปมหา’ลัย ทุกคนก็พูดกันแต่เรื่องเกมจนฉันต้องโหลดมาเล่นแค่พอให้รู้เนื้อเรื่องคร่าวๆ ซึ่งมันก็ตรงกับวันหยุดงานพิเศษของฉันพอดี
ในเกมจะแบ่งเป็นสองโหมด คือโหมดปกติกับโหมดยาก
“ปกติ”
ฉันคลิกเลือกโหมดปกติไปโดยไม่ลังเล กะว่าจะลองเล่นแค่ส่วนแรกสักพักเดียวเท่านั้น
เมื่อเปิดเกม วิดีโอบทนำก็เริ่มเล่นเพื่อแนะนำตัวละครในเกมทันที
/[บุตรีคนเล็กแห่งตระกูลดยุกที่หายตัวไปตั้งแต่เด็กเพราะอุบัติเหตุในที่สุดเธอก็กลับมาเพื่อทวงตำแหน่งเลดี้ของเธอคืน]/
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นพร้อมการปรากฏตัวของนางเอกสาวผู้ใสซื่อบริสุทธิ์และเพลงประกอบอันแสนสดใส
ถ้าตัดเรื่องภาพประกอบที่สวยงามเตะตาและคุณภาพระดับสูงออกไปเกมนี้ก็แทบไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษ
ฉันต้องเอาชนะใจบรรดาพระเอกให้ได้เพื่อเพิ่มค่าความชอบ ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการกับนางร้ายและสั่งสมทรัพย์สินและชื่อเสียงไปด้วย
แล้วตอนจบก็จะได้รับการสารภาพรักจากพระเอกที่สะสมค่าความชอบได้เร็วที่สุดนั่นเอง
“โอ๊ะ สนุกดีแฮะ”
แต่พอได้ลองเล่นเข้าจริงๆ ทั้งเรื่องราวที่อัดแน่น องค์ประกอบที่ต่อเนื่องกัน และระบบของเกมซึ่งนับว่าถูกสร้างขึ้นมาอย่างดีขัดกับชื่อเกมที่ดูเด็กน้อยสุดๆ บวกกับภาพที่เต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาอย่างที่นักวาดน่าจะตั้งใจวาดสุดตัวก็ทำให้ฉันรู้สึกสนใจมันมากขึ้นไปอีก ไหนจะเนื้อเรื่องหลักและสถานการณ์ที่คล้ายกับชีวิตจริงซึ่งทำให้ฉันติดมันงอมแงม
ในบรรดาพระเอกตัวหลักๆ ของเกมมีพี่ชายสองคนของนางเอกรวมอยู่ด้วย ฉากหลักของเรื่องอยู่ที่ตระกูลดยุกเอคคาร์ต ทำให้เธอจำต้องเผชิญหน้ากับบรรดาพี่ชายที่คอยเอาแต่ข่มเหงรังแกเพราะไม่ชอบใจที่อยู่ๆก็มีน้องสาวปรากฏตัวขึ้นมาอยู่บ่อยครั้ง
เหมือนฉันเลยแฮะ
…ถึงการปฏิบัติที่นางเอกได้รับจะต่างจากสิ่งที่ฉันเจอราวฟ้ากับเหวก็เถอะ
การค่อยๆ พิชิตใจคนพวกนั้นไปทีละนิดเพียงพอจะทำให้ฉันรู้สึกสนุกไปกับมันได้
ฉันจมดิ่งลงไปกับเจ้าเกมนี่อย่างคนไร้สติ เหมือนไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะเริ่มเล่นมันเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ใช้เวลาไม่นานฉันก็เล่นไปถึงตอนจบอย่างง่ายดาย แม้ว่ามันจะเป็นเกมจีบหนุ่มที่ฉันเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรกก็ตาม
มันก็สนุกดีอยู่หรอก แต่ที่จริงโหมดปกติก็ยังง่ายไปสำหรับมือใหม่อย่างฉันอยู่ดี
เพราะพระเอกทุกคนมีค่าความชอบตั้ง 30% มาตั้งแต่แรกแล้วนี่มันไม่ใช่แค่ปกติแล้ว เรียกว่าโหมดง่ายยังได้เลยด้วยซ้ำ
หลังจากเล่นมาได้สามชั่วโมง ฉันก็ได้เห็นตอนจบของพระเอกจนครบทุกคน ทันใดนั้นการ์ด ‘ตอนจบลับ’ ที่ถูกแม่กุญแจล็อกไว้ก็เด้งขึ้นมา
“สะ…แสนวอนเลยเหรอ บ้าไปแล้วหรือไง ทำไมแพงอย่างนี้เนี่ย”
ถ้าอยากเห็นตอนจบลับฉันต้องจ่ายเงินราคาแพงหูฉี่ หรือไม่ก็ต้องเล่นโหมดยากให้ผ่านหมดทุกด่าน
“โอ๊ย…แต่นี่มันดึกมากแล้วนะ”
พอคิดถึงวิชาเรียนคาบเช้าฉันก็กังวลขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้นานนักหรอก
“โอ๊ย ไม่รู้แล้ว! ลองสักตั้งแล้วกัน!”
ฉันเป็นบ้าไปพักใหญ่เพราะความรู้สึกที่ยังเหลืออยู่จากตอนจบ ถ้าเป็นเวลาปกติละก็…ฉันไม่มีทางเป็นแบบนี้เด็ดขาด
ปลายนิ้วพลันคลิกเลือกโหมดยากด้วยความตื่นเต้น จากนั้นเพลงประกอบอันหรูหราสง่างามและบทนำที่ต่างจากโหมดปกติก็เริ่มเล่นขึ้นทันที
“โอ้ นี่เธอเปลี่ยนมาเป็นนางเอกแล้วเหรอ”
ตัวละครหลักเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเธอก็คือเลดี้จอมปลอมที่เคยรับบทเป็นตัวร้ายในโหมดปกตินั่นเอง
ฉากหลังของเรื่องก็ถูกเปลี่ยนเป็นเหตุการณ์ก่อนที่นางเอกในโหมดปกติจะปรากฏตัว ทำให้รู้สึกราวกับเป็นคนละเรื่องกัน
“ดังเพราะแบบนี้นี่เอง”
ความง่วงซึ่งถ่วงบนเปลือกตาพลันหายเป็นปลิดทิ้ง ทันทีที่ภาพวาดสุดประณีตของตัวละครหลักในโหมดยากปรากฏตัวขึ้น
โครงสร้างที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนเกมจีบหนุ่มทั่วไปทำให้เกมนี้น่าสนใจมากทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น นางร้ายที่เคยก่อกรรมทำเข็ญไว้กับนางเอกผู้เป็นดั่งนางฟ้านางสวรรค์เมื่อก่อนหน้านี้ กลับกลายมาเป็นตัวละครหลักและต้องเอาชนะใจบรรดาพระเอกซึ่งใจแข็งอย่างกับกำแพงเหล็กให้ได้ นั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นลุ้นระทึกอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
ฉันลงมือเล่นเจ้าโหมดยากที่น่าสนุกนี่ทันที เมื่อกี้ฉันเพิ่งจะเอาชนะโหมดปกติมาได้อย่างง่ายดาย ความมั่นใจจึงเต็มเปี่ยม
พอเป็นโหมดยาก ฉันก็คิดว่าตัวเลือกของบทสนทนาคงจะซับซ้อนขึ้นแค่เพียงนิดเดียวเท่านั้น
แต่ฉันคิดผิดถนัด
ตอนที่ 1 (2) (Rewrite)
“อ๊าก! ทำไม! ทำไมตายอีกแล้ว!”
โหมดยากนี่มันหินสุดๆ ไปเลย
มันช่างยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินกว่านางเอกซึ่งเคยเป็นตัวร้ายในตอนแรกจะสะสมค่าความชอบได้แต่ละที
ไม่ใช่เพียงแค่นั้น แต่หากฉันเลือกอะไรผิดไปสักข้อหลังจากนั้นเจ้าค่าความชอบที่สะสมมาอย่างยากลำบากก็จะลดฮวบอย่างกับปราสาททรายถล่มแล้วเกมก็จะจบทันที
และไม่ใช่แค่เกมจบอย่างเดียวนะ แต่ตัวละครหลักยังต้องมาตายอย่างน่าโมโหอีกด้วย
“ทำไมมันยากขนาดนี้เนี่ย”
ภาพประกอบก็ทั้งโหดร้ายและสมจริง ฉันเป็นอันได้เบ้หน้าหนีทุกครั้งเมื่อได้เห็นภาพเธอโดนดาบขององค์รัชทายาทบั่นคอ
“ไอ้เกมบ้านี่…”
ต่อให้เป็นข้อที่ฉันตั้งใจเลือกอย่างรอบคอบ ฉันก็ยังต้องย่นจมูกจนหายใจไม่ออกทุกครั้งที่เธอตาย
พวกคนสร้างเกมคิดอะไรอยู่ถึงได้ตั้งค่าระดับความยากง่ายให้ออกมาอีหรอบนี้
พอตายหลายๆ ครั้งเข้า ความดันทุรังก็ยิ่งพลุ่งพล่าน
“ขอร้องละ ให้ฉันรอดสักครั้งเถอะน่า!”
ความตั้งใจในตอนแรกที่อยากจะเห็น ‘ตอนจบลับ’ มันหายวับไปนานแล้ว
ฉันต้องได้เห็นนางร้ายผู้น่าสงสารคนนี้รอดจากปากเหยี่ยวปากกาแล้วมีชีวิตอยู่ต่อไป และได้มีความสุขกับใครสักคนให้ได้!
ว่าแต่นางร้ายคนนี้ทำอะไรผิดล่ะ ที่เธอได้เป็นนางร้ายก็เพราะผู้สร้างเกมเอาบทนางร้ายให้เธอก็เท่านั้นเองนี่นา!
ยิ่งไปกว่านั้น นางร้ายที่ไม่ว่าจะร้องขอความรักความเมตตาเพียงใดก็ได้รับแค่การข่มเหงด่าว่า ต่างจากตัวละครหลักในโหมดปกติที่ได้รับความรักจากทุกคนมาอย่างง่ายดายนั้น ช่างเหมือนมาซ้อนทับกับชีวิตของฉันเหลือเกิน
“ฉันต้องเห็นตอนจบของเรื่องพวกนี้ให้ได้!”
เธอถูกฆ่าอีกครั้งเพราะพวกพี่ชาย เสียงกัดฟันกรอดเล็ดลอดออกมาไม่ขาด
ตายไปแล้วไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สองมือฉันที่ยังจับโทรศัพท์เครื่องร้อนไว้แน่นเริ่มสั่นระริก
ฉันรู้ดีว่าตัวเองชักจะหลงไปกับความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้พานพบนี้มากเกินไปแล้ว แต่นิ้วก็ยังกดปุ่มเริ่มใหม่อย่างหยุดไม่ได้เช่นกัน
ฉันเริ่มใหม่ตั้งแต่แรกอีกครั้ง
เลือกบทสนทนา ค่อยๆ สะสมระดับความชอบ และสะสมเงินกับชื่อเสียงเพื่อเปิดเส้นทางใหม่
แต่ก็ตายอีกอยู่ดี
“โว้ย! ทำไม! ทำไมวะ!”
ฉันโมโหจนอยากจะใช้เงินซื้อค่าความชอบมาเสียให้รู้แล้วรู้รอด
หากเกมนี้มีจุดประสงค์เพื่อจะโน้มน้าวให้ฉันใช้เงินจริงก็นับว่ามันประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เพราะฉันผู้ซึ่งกระเบียดกระเสียรอดออมเงินทุกเม็ดเพื่อไม่ต้องแบมือขอเงินจากคนในบ้านหลังนั้น ยังอยากจะใช้เงินเติมเกมมากขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายฉันก็ไม่ได้ใช้เงินจริงซื้อ แต่ก็เล่นเกมแบบโต้รุ่งด้วยปณิธานว่าต้องเห็นตอนจบของใครสักคนให้จงได้
ฉันตาย แล้วก็เริ่มใหม่
ตายอีก แล้วก็เริ่มใหม่อีก
แต่ก็ตาย…
และตาย…
…ตายอีกแล้ว!
ฉันตายวนไปจนสว่าง แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้เห็นตอนจบของโหมดยากเลยสักครั้งเดียว!
“เอาใหม่…อีกที…”
ฉันตั้งใจจะกดปุ่มเริ่มใหม่อีกครั้ง แต่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว สองตาปิดสนิทหลับเป็นตายทั้งที่ยังกำโทรศัพท์เอาไว้ในมือ
และเมื่อฉันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง…
“เพเนโลเป เอคคาร์ต”
ชายหนุ่มผู้มีแถบวัดระดับอันว่างเปล่าอยู่เหนือหัวพร้อมตัวอักษรกะพริบว่า [ค่าความชอบ 0%] ก็พูดขึ้นมา
“ข้าจะยึดนามสกุลเอคคาร์ตคืนจากเจ้าสักพักหนึ่งแล้วกัน”
ฉันก็กลายมาเป็นนางร้ายในเกมที่ฉันไม่อาจเอาชนะได้ไปเสียแล้ว!
“เลดี้ ตื่นได้แล้วค่ะ”
เสียงกระซิบของใครบางคนดังแว่วมาจากด้านบน ปลุกให้สติที่มีอยู่เพียงน้อยนิดฟื้นคืนมาได้อย่างง่ายดาย
ฉันเอาแต่ปฏิเสธความจริงและเฝ้าภาวนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ตัวเองตื่นจากฝันนี้ทั้งคืน แต่ดูเหมือนจะผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
“เลดี้”
น้ำเสียงระมัดระวังดังขึ้นมาอีกครั้ง
เรียกฉันเหรอ
ผู้ชายตาสีฟ้าเข้มสองคนนั้นก็ออกไปแล้ว และไม่มีใครเข้ามาในห้องนี้อีกแล้วด้วย ดังนั้นคนที่พอจะถูกเรียกว่า ‘เลดี้’ ได้ก็มีแค่ฉันคนเดียว
“…”
ฉันยังอยู่ในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นจึงไม่อาจตอบกลับไปได้ทันทีแต่แล้วจู่ๆ ฉันก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบดังมาจากด้านหลัง
นั่นทำให้ฉันตื่นเต็มตาทันที แต่ขณะที่ฉันกำลังจะรวบรวมแรงเพื่อหยัดตัวลุกขึ้นนั้นเอง
ฉันกลับรู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือซึ่งโผล่พ้นผ้าห่มออกมา
“โอ๊ย!”
ฉันเบิกตาโพลงก่อนจะกรีดร้องและถีบผ้าห่มลุกขึ้น รีบถกแขนเสื้อขึ้นดูข้อมือที่รู้สึกเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสทันที
นี่ นี่มัน…
ฉันถึงคราวต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นผิวเนื้อใต้ชุดนอนนุ่มนิ่ม
ข้อมือบางเต็มไปด้วยรอยเข็มแหลมคม หากนี่เป็นผ้าที่ถูกเย็บด้วยเข็มไม่ใช่เนื้อหนังของมนุษย์ ป่านนี้คงถูกเจาะเป็นรูจนขาดรุ่งริ่งไปแล้วแน่นอน
และขณะที่ฉันกำลังตกใจเพราะได้เห็นรอยแผลห้อเลือดน้อยๆซึ่งคล้ายกับเพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานอยู่นั้น…
“ตื่นแล้วสินะคะ”
ก็ได้ยินเสียงราบเรียบดังมาจากข้างเตียง เมื่อหันไปมองก็พบกับหญิงสาวผมน้ำตาลที่มีกระเต็มหน้ายืนอยู่
คงจะเป็นสาวใช้ละสิ
สาวใช้ทุกคนในเกมต่างใส่ชุดคนรับใช้แบบเดียวกันและหน้าตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์ราวกับต้องการประหยัดค่าวาดภาพประกอบ ผู้หญิงตรงหน้าฉันคนนี้ก็เช่นกัน
มือของสาวใช้ว่างเปล่าราวกับว่าเธอไม่ใช่คนที่ทิ่มแทงฉันด้วยเข็มอย่างไรก็ตาม ในดวงตาที่กำลังเฝ้าสังเกตฉันอย่างระมัดระวังคู่นั้นกลับมีทั้งความยินดีอันเลือนรางระคนไปกับแววยิ้มเยาะ
นี่เธอทำอะไรกับคนที่อยู่เฉยๆ กันเนี่ย!
โทสะที่พุ่งพรวดขึ้นมาในชั่วพริบตาทำให้ฉันอ้าปากเพื่อระบายความโกรธออกไป
“…!”
แต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาราวกับกลัวดอกพิกุลจะร่วง
ทีแบบนี้ทำไมไม่มีตัวเลือกขึ้นมาล่ะ เวรเอ๊ย!
เมื่อฉันได้แต่เขม้นมองเพราะพูดอะไรไม่ได้ สาวใช้นั่นก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ข้าเตรียมน้ำอาบไว้ให้ในห้องอาบน้ำเรียบร้อยแล้ว เลดี้ไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนเถอะค่ะ”
รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอขณะกำลังพับผ้าห่ม ช่างเป็นภาพที่คุ้นตาเหลือเกิน
ฉันได้แต่นั่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตรงนั้น ก่อนจะถูกดันให้เข้าไปในห้องอาบน้ำด้วยมือของสาวใช้ที่เอาแต่เร่งเร้า
เธอบอกว่าเตรียมน้ำอาบเอาไว้ให้แล้ว แต่ในห้องน้ำที่ว่างเปล่านี่กลับมีเพียงน้ำเย็นเจี๊ยบที่ถูกรองใส่กะละมังไว้แบบชุ่ยๆ
แล้วนี่เธอไปตักมาจากน้ำที่ใส่น้ำแข็งไว้หรือไง แค่ฉันจุ่มปลายนิ้วลงไปนี่ก็ขนหัวลุกจะแย่แล้ว
ฉันไม่ได้ต้องการการดูแลตอนอาบน้ำอะไรหรอกนะ แต่นี่มันเกินไปแล้ว!
ในเกมก็มีเรื่องที่นางร้ายได้รับการปฏิบัติอย่างเย็นชาอยู่บ้าง แต่ไม่เคยมีฉากที่ละเอียดขนาดนี้เลย
ฉันจำต้องทำใจยอมรับความจริงที่ล้นทะลักออกมาอีกครั้ง ว่าฉันได้หลุดเข้ามาอยู่ในเกมแล้วจริงๆ
เมื่อฉันถกแขนเสื้อขึ้นดูรอยเข็มที่มีสะเก็ดเลือดแข็งๆ ติดอยู่อีกครั้งน้ำตาก็พลันเอ่อล้น
อะไรกัน นี่มันไม่ได้อยู่ในเกมเสียหน่อย…
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีฉากหนึ่งแล่นผ่านสมองฉันเข้ามา