สางปมค้างจ่ายโครงการ CFP มูลค่า 1.8 แสนล้าน "ไทยออยล์" ยันได้ข้อสรุปต้นปี 68
สางปมค้างจ่ายโครงการ CFP มูลค่า 1.8 แสนล้าน “ไทยออยล์” ยันได้ข้อสรุปต้นปี 68
หลายต่อหลายคนคงกำลังตั้งคำถามต่อ โครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project หรือ CFP) โครงการพลังงานสะอาด ของบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เครือปตท.
ต่อเหตุการณ์กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วง เรียกร้องค่าตอบแทนจากผู้รับเหมาหลัก คือ กิจการค้าร่วมUJV – Samsung E&A (Thailand) Co., Ltd. (“Samsung”), Petrofac South East Asia Pte. Ltd. (“Petrofac”) และ Saipem Singapore Pte. Ltd. (“Saipem”) หรือ UJV – Samsung ,Petrofac และ Saipem
โดยปมปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หรือเกือบ 6 เดือนแล้ว
- 2 หมื่นชีวิตระส่ำ 16 บริษัทผู้รับเหมา แบกไม่ไหว บริษัทต่างชาติ ค้างจ่ายค่าแรง 6 เดือน
- คนงานกลุ่มผู้รับเหมาช่วง โครงการ CFP พลังงานสะอาดร้อง ถูกบริษัทหลักเบี้ยวจ่ายค่าจ้าง หลายพันล้าน
- แรงงานนับหมื่นระส่ำ! 28 ผู้รับเหมา ไร้ทางออก ลงมติหยุดก่อสร้างโครงการพลังงานสะอาด
- ไทยออยล์ ยันเดินหน้า CFP ตามมติผู้ถือหุ้น วอนหยุดแชร์ ข้อมูลบิดเบือน ปมผู้รับเหมาไม่ชำระเงิน
จนหลายคนเข้าใจว่าไทยออยล์ ค้างจ่าย จนทำให้ UJV – Samsung ,Petrofac และ Saipem ไม่มีเงินจ่าย กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วง ข้อเท็จจริงคือ ไทยออยล์จ่ายเงินตามสัญญาแล้ว และปัจจุบันโครงการ CFP ก็เดินหน้าไปถึง 90% มีกำหนดเปิดดำเนินการปี 2568
ไทม์ไลน์ศึกเรียกร้องค่าตอบแทน เกิดขึ้นตั้งแต่ 24 กรกฎาคม – 14 สิงหาคม 2567 ระหว่าง ผู้ใช้แรงงาน กับ ผู้รับเหมาช่วง มีการรวมตัวชุมนุมหน้าโรงกลั่นไทยออยล์ ศรีราชา
9 สิงหาคม 2567 กระทรวงแรงงาน ประชุมร่วมกับ ผู้รับเหมาหลัก UJV – Samsung ,Petrofac และSaipem ตกลงจ่ายเงินผู้ใช้แรงงาน
15 ตุลาคม 2567 กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วง 16 บริษัท ในนาม “สหพันธ์ผู้รับเหมาโรงกลั่น TOP , โครงการ CFP ศรีราชา” แถลงข่าวเรียกร้องค่าตอบแทนจาก UJV – Samsung ,Petrofac และSaipem แต่ตกลงกันไม่ได้ ต่อมา 18 ตุลาคม 2567 ได้รวมตัวชุมนุมยื่นหนังสือแก่ไทยออยล์และรองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี
28 ตุลาคม 2567 ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประชุมแก้ปัญหานี้ โดยระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2567 ผู้ว่าฯมอบรองผู้ว่าฯ ออกหนังสือเชิญหารือระหว่าง UJV – Samsung , Petrofac และ Saipem กับผู้รับเหมาช่วงแต่ละราย แต่ผลเจรจาไม่มีความชัดเจน
8 พฤศจิกายน 2567 กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วงรวมตัวแจ้งความที่ สภ.แหลมฉบัง และมีแผนยื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อนายกรัฐมนตรี
12 พฤศจิกายน 2567 กลุ่มบริษัทผู้รับเหมาช่วงกว่า 1,000 คน เข้ายื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรับหนังสือแทน
18 พฤศจิกายน 2567 28 บริษัทผู้รับเหมาช่วง ลงนามสัตยาบันไม่ดำเนินโครงการ CFP ต่อ หากไม่ได้การชำระหนี้เก่าทั้งหมดจาก UJV – Samsung , Petrofac และ Saipem
27 พฤศจิกายน 2567 นายชัชนัย ปานเพชร ผู้ถือหุ้นไทยออยล์ ยื่นหนังสือร้องเรียนต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เพื่อขอให้ตรวจสอบการกระทำของคณะกรรมการและผู้บริหารของไทยออยล์ ว่ามีการกระทำผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์ฯ หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่
สถานการณ์ลุกลามบานปลาย เพราะปมปัญหาระหว่างผู้รับเหมาช่วง กับ ผู้รับเหมาหลัก โดยมีไทยออยล์ เป็นตัวกลางช่วยเจรจา แต่กลับมีผู้ถือหุ้นไทยออยล์ ร้องตรวจสอบไทยออยล์
ประเด็นดังกล่าว นายบัณทิต ธรรมประจำจิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือTOP ให้ข้อมูลว่า บริษัทฯ มีความเป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยบริษัทฯ ขอยืนยันทุกแนวทางในการศึกษาใช้สิทธิตามสัญญาที่มีอยู่ และรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น
“ขอให้มั่นใจว่าบริษัทฯ มีแผนงานชัดเจน คาดว่าจะสรุปและเปิดเผยได้ในต้นปี 2568 โดยจะเสนอคณะกรรมการ (บอร์ด) บริหารบริษัทฯ ให้เห็นชอบ หลังจากนั้นจะเสนอที่ประชุมผู้ถือ เพื่อความโปร่งใส ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ และกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องทุกประการ” นายบัณทิตระบุ
พร้อมระบุว่า เดิมของเม็ดเงินลงทุนในโครงการ CFP ตั้งแต่ปี 2561 อยู่ที่ประมาณ 4,825 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ปัญหาช่วงโควิด-19 ทำให้ต้องเพิ่มลงทุนอีก 550 ล้านเหรียญสหรัฐ รวมวงเงินลงทุนปัจจุบันอยู่ที่ 5,375 ล้านดอลลาร์
ถือเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในด้านการกลั่นน้ำมันของบริษัทฯ และสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงงานของประเทศ ทำให้กำลังกลั่นของไทยออยล์เพิ่มเป็น 4 แสนบาร์เรลต่อวัน จาก 2.7 แสนบาร์เรลต่อวัน กลั่นดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน (Jet)
นายบัณทิต กล่าวด้วยว่า สำหรับความล่าช้าของโครงการฯ ที่ไม่ได้เปิดตามกำหนดคือ ปี 2568 นั้น ไม่ได้กระทบในแง่ผลดำเนินการของบริษัทฯ มากนัก เพราะภาพรวมของธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีในปี 2568 ยังไม่สดใสจากผลกระทบเศรษฐกิจจีน และยังมีปัญหาสงครามการค้า หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ จะมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปีหน้า
“บริษัทฯ มีความเห็นใจผู้รับเหมาช่วง จะเดินหน้าเจรจาทั้งผู้รับเหมาหลักและบริษัทแม่ให้จ่ายเงินคงค้างให้ผู้รับเหมาช่วงโดยเร็ว และจะใช้สิทธิตามสัญญาที่มีอยู่ และรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้นแน่นอน” นายบัณทิตเน้นย้ำ
ด้านแหล่งข่าวจากกลุ่มผู้รับเหมา ระบุว่า ตรวจสอบข้อมูล UJV – Samsung ,Petrofac และSaipem พบว่า ทั้ง 3 บริษัท คือ Samsung เกาหลี , Petrofac อังกฤษ และSaipem อิตาลี บริษัทแม่ต่างมีความมั่นคง ยกเว้น Petrofac อังกฤษ อาจมีปัญหาด้านการเงินอยู่บ้าง จึงเกิดคำถามว่าเหตุใดจึงไม่ยอมจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้รับเหมาช่วงและแรงงานที่กำลังเดือดร้อนอย่างหนักจากเงินที่คงค้างรวมมากว่า 4,000 ล้านบาท
“อยากเรียกร้องให้รัฐบาลเข้าช่วยเหลือผ่านการเจรจา เพราะได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีแล้ว” แหล่งข่าวจากกลุ่มผู้รับเหมาทิ้งท้าย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สางปมค้างจ่ายโครงการ CFP มูลค่า 1.8 แสนล้าน “ไทยออยล์” ยันได้ข้อสรุปต้นปี 68
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th