โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือนภัยหมูเถื่อน เสี่ยงโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน บทเรียนจากบราซิล

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 ม.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 05.06 น. • The Bangkok Insight

"ดร.อนันต์" ยกบทเรียนจากบราซิล เตือนภัยหมูเถื่อน อาจเป็นแหล่งของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ โดยเฉพาะไวรัสไข้หวัดใหญ่จากสุกร

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า

ภาพจาก: Center for Medical Genomics

ช่วงที่หมูเถื่อนเป็นข่าวที่สังคมสนใจประเด็นหนึ่งที่มีการพูดถึงคือ หมูเถื่อนอาจเป็นแหล่งของโรคติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ ตอนนั้นหลายคนมองไปที่โรค ASF ซึ่งเป็นโรคระบาดรุนแรงในสุกร แต่ความเสี่ยงการก่อโรคในคนน้อยมากหรือแทบจะไม่มีเลย

แต่มีไวรัสที่น่ากังวลกว่านั้นมากโดยเฉพาะหมูที่เลี้ยงในประเทศใหญ่อย่างบราซิลแล้วมีการบริหารจัดการที่ไม่ดีเพียงพอ งานวิจัยชิ้นนี้จาก Nature Communications ตีพิมพ์ออกมายืนยันข้อมูลที่น่าสนใจมากครับ

ทีมนักวิจัยจากประเทศบราซิล ได้เปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จากสุกรสู่คน ในช่วงระหว่างปี 2563 ถึง 2566 โดยทีมนักวิจัยได้ตรวจพบผู้ป่วย 8 รายในรัฐพารานา ทางตอนใต้ของบราซิล ซึ่งติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ที่มักพบในสุกร

การค้นพบนี้เกิดขึ้นในพื้นที่ที่มีการเลี้ยงสุกรอย่างหนาแน่น โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่มีประวัติการสัมผัสใกล้ชิดกับสุกร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร หรือผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ เมื่อได้ทำการวิเคราะห์พันธุกรรมของไวรัสที่พบในผู้ป่วยทั้ง 8 ราย พบว่ามีความหลากหลายของสายพันธุ์ที่น่าสนใจ ประกอบด้วยไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด H1N1, H1N2 และ H3N2 ซึ่งทั้งหมดมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางพันธุกรรมกับไวรัสที่พบในฝูงสุกรในบราซิล

การศึกษาพบว่า ผู้ป่วย 6 รายมีอาการไม่รุนแรง สามารถหายได้หลังได้รับการรักษา ในขณะที่ 2 รายมีอาการรุนแรง และหนึ่งในนั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม การติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดพบว่าการแพร่เชื้อระหว่างคนสู่คนยังอยู่ในวงจำกัด ไม่พบการแพร่ระบาดในวงกว้าง

รัฐพารานาเป็นพื้นที่ที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตสุกรที่สำคัญของบราซิล และมีระบบเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถตรวจจับการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว การวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการยังพบว่า ไวรัสที่ตรวจพบมีการกลายพันธุ์แตกต่างจากสายพันธุ์ที่ใช้ในวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการพัฒนาวัคซีนในอนาคต

การศึกษายังได้เจาะลึกถึงลักษณะทางพันธุกรรมของไวรัส โดยพบว่าไวรัสเหล่านี้มีการผสมผสานยีนจากไวรัสไข้หวัดใหญ่หลายสายพันธุ์ ทั้งจากสุกร นก และมนุษย์ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การจัดเรียงตัวใหม่ของสารพันธุกรรม (Genetic reassortment)

ผลการศึกษานี้ ยังชี้ให้เห็นความสำคัญของการเฝ้าระวังโรคอย่างต่อเนื่อง และการทำงานร่วมกันระหว่างภาคสาธารณสุขและปศุสัตว์ภายใต้แนวคิด สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) ซึ่งเน้นความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม การตรวจพบการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์เหล่านี้ไม่ได้เป็นสัญญาณของภัยคุกคามร้ายแรง แต่เป็นตัวอย่างที่ดีของระบบเฝ้าระวังโรคที่มีประสิทธิภาพ และแสดงให้เห็นความสำคัญของการติดตามการกลายพันธุ์ของไวรัสอย่างต่อเนื่อง

การนำเข้าเนื้อหมูอย่างผิดกฎหมายจากบราซิลและประเทศอื่น ๆ โดยไม่ทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจนนั้น จึงนับเป็นความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่ควรให้ความสำคัญ แม้ว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่จากสุกรจะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ในเนื้อสัตว์ที่ผ่านการแช่แข็งได้เป็นเวลานาน และความเสี่ยงในการติดเชื้อผ่านการบริโภคเนื้อหมูจะค่อนข้างต่ำ

แต่การนำเข้าอย่างผิดกฎหมายมักมาพร้อมกับการละเลยมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหารและการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการปนเปื้อนของเชื้อก่อโรคชนิดอื่นๆ ได้

ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการซื้อเนื้อหมูที่มีราคาถูกผิดปกติหรือไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน และควรเลือกซื้อเนื้อหมูจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีใบรับรองการนำเข้าถูกต้อง หากจำเป็นต้องบริโภคเนื้อหมู ควรปรุงให้สุกที่อุณหภูมิอย่างน้อย 70 องศาเซลเซียส และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งหลังสัมผัสเนื้อดิบ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...