โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

แลนด์ลอร์ดหมื่นไร่ "บูรณุปกรณ์" ปั้นทุนเชียงใหม่ผงาดอสังหาริมทรัพย์ไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 เม.ย. 2566 เวลา 05.38 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2566 เวลา 05.37 น.

10 เมษายน 2566 ถ้าไม่มีอะไรเป็นคลื่นแทรก จะเป็นฤกษ์ดีในการยื่นไฟลิ่ง “อรสิริน โฮลดิ้ง” เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ด้วยทุนจดทะเบียน 1,073.5 ล้านบาท จึงวางหมากเข้าไปโลดแล่นในกระดานหุ้น SET และในอนาคตหากทำสำเร็จก็จะเป็นทุนท้องถิ่นเชียงใหม่รายแรก… หรือเผลอ ๆ อาจหมายถึงเป็นทุนท้องถิ่นรายแรกของภาคเหนือด้วยซ้ำไปที่สามารถเข้า SET ได้

“การเมืองผมพอแล้ว การเมืองเป็นเรื่องสมมติทั้งนั้น ทำดีเสมอตัว แต่ส่วนใหญ่จะขาดทุน (หัวเราะ) วันนี้ผมขอโฟกัสทำธุรกิจดีกว่า เพราะผมเป็นนักธุรกิจตั้งแต่เกิด…” คำให้สัมภาษณ์กับ “ประชาชาติธุรกิจ” ของ “พ่อเลี้ยงโต๊ะ-บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

สะสมที่ดินตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว

หากนับเนื่องจากวันเกิด 15 ตุลาคม 2499 ณ วันนี้ พ่อเลี้ยงบุญเลิศมีอายุ 67 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวบนสมรภูมิการเมืองและธุรกิจอย่างโชกโชน

ปี 2566 ประกาศตัวชัดเจนว่าขอหันกลับมาโฟกัสการทำธุรกิจเป็นหลัก การเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น (listed company) จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน แต่เป็นการวางกลยุทธ์ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับองค์กรธุรกิจอรสิริน โฮลดิ้ง สู่ความเป็นมืออาชีพมาตรฐานสากล เพื่อการันตีถึงการเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

“อรสิรินเราตั้งใจจะสร้างหมู่บ้านจัดสรรเพื่อตอบโจทย์ว่าคนเชียงใหม่ก็ทำได้ดีไม่แพ้บริษัทใหญ่ ๆ ที่มาจากกรุงเทพฯ”

รากฐานธุรกิจดูเหมือนจะมี 3 ขา ประกอบด้วยโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกไปญี่ปุ่น-โรงแรม-อสังหาริมทรัพย์

“เราเป็นนักธุรกิจหลายอย่าง เริ่มโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกตั้งแต่หนุ่ม ๆ ทำโรงแรม ทำบ้านจัดสรรอรสิรินเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ผมโชคดี คุณพ่อผม (ใช้ บูรณุปกรณ์) บอกว่า ถ้ามีเงินให้ซื้อที่ดินไว้ เริ่มซื้อตั้งแต่ 40 ปีก่อน มีแลนด์แบงก์แปลงสวย ๆ รอบจังหวัดเชียงใหม่ ไปขายที่ดินให้มิตรจากกรุงเทพฯ ร่วม 10 แปลง ก็เกิดแนวคิดทำไมขายให้เขา ทำเองก็พอจะทำได้ 20 ปีก่อนจึงเริ่มทำโครงการขึ้นมา”

คำถามต่อยอดจากการสะสมแลนด์แบงก์เมื่อ 40 ปีที่แล้ว เบ็ดเสร็จวันนี้มีที่ดินมากกว่าหรือน้อยกว่าหมื่นไร่ คำตอบคือ “…มากกว่า” แต่ถือกรรมสิทธิ์ในนามส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ โดยเป็นแลนด์แบงก์ในพอร์ตของบริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง 700 กว่าไร่ที่รอการพัฒนา

“ถนนทุกเส้นต่อไปนี้จะมีโครงการอรสิรินปรากฏอยู่ ตอนนี้ก็ครอบคลุมถนนเกือบทุกเส้นในเชียงใหม่อยู่แล้ว”

17 ปีพอร์ตสะสม 1.5 หมื่นล้าน

พลิกปูมอรสิรินกันอีกสักครั้ง ข้อมูลที่กระจัดกระจายถูกจัดระเบียบและนำเสนอใหม่เรียงตามปีแห่งการลงทุนรวม 17 ปี ดังนี้

จุดเริ่มต้นปี 2549 พัฒนาโครงการอรสิริน 1 มูลค่าโครงการ 252 ล้านบาท, ปี 2556 คอนโดมิเนียมแบรนด์ดิ แอสตร้า 2,878 ล้านบาท, ปี 2561 คอนโดฯ อะไรส์ มหิดล 978 ล้านบาท, ปี 2562 บีลิฟ วงแหวน-สันกำแพง, เดอะเน็กซ์ 7 ยอด มูลค่ารวม 1,335 ล้านบาท

ไฮไลต์อยู่ที่ยุคโควิด ปี 2563 เปิดโปรเจ็กต์ไฮไลต์แบรนด์ดิ แอสตร้า สกาย ริเวอร์ ช้างคลาน 2,300 ล้านบาท, ปี 2564 บีลิฟ สันทราย-แม่โจ้, ฮาบิแทท วงแหวน-สันกำแพง รวม 2,954 ล้านบาท, ปี 2565 บีลิฟ รวมโชค, ดิ เอสเคป มหิดล รวม 909 ล้านบาท

คำนวณเป็นโครงการสะสม ณ สิ้นปี 2565 จำนวน 18 โครงการ มูลค่าสะสม 15,505 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 11 โครงการ มูลค่ารวม 8,348 ล้านบาท กับคอนโดฯ 7 โครงการ มูลค่ารวม 7,157 ล้านบาท

“แบรนด์อรสิรินชื่อลูกสาวผมเอง ผมรักมาก แปลว่าผู้หญิงที่มีปัญญาและมีความสวยงาม เราใช้ใจสร้าง ความตั้งใจจะทำอรสิรินให้เป็นอรสิรินที่มีความสมบูรณ์แบบในทุก ๆ ด้าน ในทุก ๆ เรื่องของการอยู่อาศัยที่มีแต่ความสุข”

ความฝันที่ใกล้เป็นจริงในปี 2566 นี้ คือการนำอรสิริน โฮลดิ้ง เข้ากระดานหุ้น SET คำถามต่อยอดคือ อยากเห็นอาณาจักรอรสิริน โฮลดิ้ง ไปได้ไกลแค่ไหน

“ผมฝันไว้ไกลเลย ไม่ใช่แค่อยู่ในเชียงใหม่ แต่ฝันไปหลาย ๆ จังหวัด จ้องที่ดินหลาย ๆ แปลง แต่ตอนนี้เราทำในเชียงใหม่ให้ดีก่อน เราจะเป็นทุนภูธรที่มีความแข็งแกร่งที่สุด ต้องทำตัวให้แข็งแรงที่สุดก่อน จึงจะไปแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ที่กรุงเทพฯได้”

เข้าตลาดหุ้นต่อจิ๊กซอว์ธุรกิจ

ผู้บริหารเจน 3 “ปรีดิกร บูรณุปกรณ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อรสิริน โฮลดิ้ง นำเสนอบิสซิเนสโมเดลแบ่งเซ็กเมนต์ลูกค้า 3 คลาส ประกอบด้วย “อีโคโนมีคลาส” นำเสนอภายใต้แบรนด์อรสิรินวิลล์-บิสสิเนสเซ็นเตอร์-เดอะเน็กซ์คอนโดมิเนียม “เมนคลาส” ลูกค้าหลักกลุ่มราคา 3-5 ล้าน ผ่านแบรนด์อรสิริน-บีลิฟ-เออร์เบินนีส-อะไรส์

และ “ไฮคลาส” ขยับฐานราคาเริ่มต้น 8 ล้านบาท แบรนด์ฮาบิแทท ขึ้นไปจนถึงเซ็กเมนต์ลักเซอรี่วางแบรนด์คู่ขนานทั้งคอนโดฯ คือ ดิ แอสตร้า กับบ้านแนวราบ คือ เอสเคป

โดยมีโครงการอยู่ระหว่างขาย (active projects) และกำลังจะปิดการขาย ได้แก่ อรสิริน 11 แม่โจ้ มียอดขายแล้ว 98%, อรสิริน ดอนจั่น ขายแล้ว 97%, บิสสิเนส เซ็นเตอร์ รวมโชค 97%, คอนโดฯ เดอะเน็กซ์ 80%, คอนโดฯ แอสตร้า ยอดขาย
เกิน 60%

ไฮไลต์โปรเจ็กต์ “แอสตร้า สกาย ริเวอร์” ทำเลช้างคลาน ถือเป็น rare item ก็ว่าได้ สร้างบนแลนด์แบงก์ผืนงามขนาด 4 ไร่ 2 งานเศษ เปิดขายพร้อมกับโควิดในปี 2563 ใช้เวลาขายเพียง 3 เดือน โควตาลูกค้าต่างชาติ 49% เต็มอย่างรวดเร็วจนคนขายก็งง ๆ อยู่

The Astra Sky River

จนกระทั่งสร้างเสร็จปลายไตรมาส 4/65 ยิ่งสร้างเสร็จยิ่งเห็นของ ยอดโอนลูกค้าต่างชาติยิ่งทะลักเกินเป้าหมายที่วางไว้ ผลักดันให้อรสิรินทำผลประกอบการยอดรับรู้รายได้ All Time High ในปี 2565 ในรอบ 17 ปี อยู่ที่ 1,534 ล้านบาท

“แนวทางการออกแบบสกายริเวอร์ที่ยาวที่สุดในเอเชีย ต้นไอเดียคือผมเอง ไปเห็นที่มาริน่า เบย์แซนด์ ความยาว 145 เมตร ทำไมเชียงใหม่เราไม่มีบ้างล่ะ วิวเราก็สวย ศักยภาพเราก็มี ผมไปเช็กมาหมดแล้ว เรายาวกว่า 1 เมตร (หัวเราะ) เป็นโปรเจ็กต์ที่ลูกค้าชอบมาก”

แผนเปิดตัวโครงการใหม่ปี 2566 ต้อนรับปีแห่งการยื่นไฟลิ่งด้วยยอดลงทุนพัฒนา 6 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,225 ล้านบาท

กลยุทธ์แข่งขันใจถึง+นวัตกรรม

ขณะที่ผู้บริหารเจน 3 อีกรายและเป็นหลานพ่อเลี้ยงบุญเลิศ “อรรคเดช อุดมศิริธำรง” ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด อรสิริน โฮลดิ้ง กล่าวเพิ่มเติมว่า โฟกัส 3 ปี (2563-2565) ในยุคโควิดที่ภาพรวมภาวะเศรษฐกิจอ่อนแรง แต่กลายเป็นว่าธุรกิจอสังหาฯ กลายเป็นเสาหลักที่สร้างรายได้หล่อเลี้ยงองค์กรอรสิริน

โดยสรุปผลดำเนินงาน ดังนี้ ปี 2563 รายได้คอนโดฯ 491 ล้านบาท บ้านแนวราบ 361 ล้านบาท ที่ดินเปล่า 13 ล้านบาท รวม 865 ล้านบาท, ปี 2564 รายได้คอนโดฯ 324 ล้านบาท บ้านแนวราบ 353 ล้านบาท รวม 677 ล้านบาท ถือเป็นปีไม่ค่อยดีของเราเพราะไม่ค่อยเปิดโครงการใหม่ เป็นปีที่ดีเวลอปเปอร์ทุกคนไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

และปี 2565 รายได้คอนโดฯพุ่งทะยาน 1,104 ล้านบาท บ้านแนวราบ 430 ล้านบาท รวม 1,534 ล้านบาท

“อรสิรินทำได้ดีมากในส่วนบ้านแนวราบ เราโตมาตลอด จะเห็นว่าคอนโดฯอาจหวือหวา แต่บ้านแนวราบเติบโตสม่ำเสมอ เราพยายามคีปจุดนี้ไว้ เพราะนักลงทุนหลายคนกังวลเรื่องความไม่สม่ำเสมอ เรามีการวางแผนพัฒนาโครงการให้สม่ำเสมอ”

ถอดรหัสบิ๊กดาต้าธุรกิจที่อยู่อาศัยในภาคเหนือ ท็อป 5 จังหวัดเรียงลำดับจากมากที่สุด คือ “เชียงใหม่-พิษณุโลก-เชียงราย-นครสวรรค์-ลำพูน” พบว่า บ้านแนวราบสัดส่วน 60% กระจุกตัวที่เชียงใหม่ ส่วนคอนโดฯเบียดส่วนแบ่งตลาดสัดส่วนถึง 90% นำมาสู่ข้อสรุปแบบฟันธงว่า ตลาดเชียงใหม่ยังเป็นพระเอกของการพัฒนาอสังหาฯในภาคเหนือ

กลยุทธ์การแข่งขันถูกเติมเต็มด้วยคำว่า “ใจถึง+นวัตกรรม”

คำว่าใจถึง อรสิรินท้าพิสูจน์คุณภาพงานก่อสร้าง ตะเข็บกระเบื้องในห้องน้ำต้องเนี้ยบ เพราะทำโรงงานเฟอร์นิเจอร์ส่งออกญี่ปุ่นจนคุ้นเคยและชื่นชอบคุณภาพคับแก้วสไตล์ญี่ปุ่น อีกตัวอย่างให้ดูถนนโครงการ มีความกว้างไม่อึดอัด เพราะลูกค้าซื้อไปแล้วต้องมีความสุขในการอยู่อาศัย

ยกอีกสักตัวอย่าง น่าจะเป็นเรื่องความใจถึงในการลงทุนซื้อต้นไม้ “ซิลเวอร์โอ๊ค” ถิ่นกำเนิดประเทศออสเตรเลีย สรรพคุณเป็นต้นไม้ที่ผลิตออกซิเจนมากที่สุดในโลก ราคาสูงกว่าต้นไม้ตระกูลดี แต่มีการนำมาลงปลูกให้กับโครงการเพื่อต่อต้านฝุ่นจิ๋ว PM 2.5 เป็นต้น

คำว่านวัตกรรม ปัญหาสุขภาพจากฝุ่นจิ๋วที่เคยเป็นเหตุเดือดร้อนรำคาญเพียงปีละ 2 สัปดาห์ พัฒนาเป็นปีละ 2 เดือนไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การแถมเครื่องฟอกอากาศอย่างเดียวไม่พออีกต่อไปแล้ว หากแต่ต้องสามารถหมุนเวียนออกซิเจนเข้ามาในบ้านได้ทุก 1 ชั่วโมงอีกด้วย พัฒนาร่วมกับบริษัทมหาชนในตลาดหลักทรัพย์ฯอีกราย เป็นระบบ positive pressure

เป็นนวัตกรรมที่ทำให้อรสิรินสร้างความแตกต่างได้อย่างโดดเด่น มูลค่าลงทุนหลักหมื่น แต่ความรู้สึกลูกบ้านที่ได้รับฟีลลิ่งหลักแสน win-win ทั้งบริษัทและลูกค้า

บรรทัดสุดท้าย “พ่อเลี้ยงบุญเลิศ” เปิดวิสัยทัศน์ว่า จาก 40 ปีที่แล้วที่เริ่มสะสมแลนด์แบงก์ วันนี้อัพเกรดบทบาทเป็นดีเวลอปเปอร์ 100%

และไม่ว่าโลกทุนนิยมจะพัฒนาไปแอดวานซ์แค่ไหน แต่สไตล์การทำธุรกิจยึดมั่นปรัชญา สโลว์ บัต ชัวร์ เพราะอรสิริน โฮลดิ้ง ไม่ได้ต้องการเติบโตแบบหวือหวา แต่ต้องการเติบโตแบบออร์แกนิก ซึ่งเป็นโมเดลที่ทำให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...