โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

จุดชี้ขาด พรรคพี่-พรรคน้อง วัดกำลัง ส.ส.-บ้านใหญ่ทั่วประเทศ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 เม.ย. 2566 เวลา 01.29 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 01.29 น.

เลือกตั้ง 66 เกิดปรากฏการณ์ พรรคพี่-พรรคน้อง บ้านใหญ่-บ้านใหม่ ต้องแยก (ทาง) กันเดิน-รวมกันตี และหย่าขาด-ผีไม่เผาเงาไม่เหยียบ เป็นครั้งแรก

ศึกพี่-ศึกน้อง 2 ป. ป.ที่ 1 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพลังประชารัฐ กับ ป.ที่ 2 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานยุทธศาสตร์และกำหนดแนวทางพรรค-แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีรวมไทยสร้างชาติ สู้รบกัน (เอง)

พล.อ.ประวิตร-พล.อ.ประยุทธ์ ต้องไขว้กันเอง ในฐานะนักการเมืองเต็มตัว บนสมรภูมิการเมือง-เลือกตั้ง 66 ต่างฐานที่มั่น-ต่างแม่ทัพและขุนพล

มือขวาชนม์สวัสดิ์คุมปากน้ำ

สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ-กลุ่มปากน้ำสูญเสีย “เสาหลัก”เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าไปอย่างกะทันหัน จึงตกอยู่ในสถานะ “ขาดหัว”

และอยู่ในช่วง “ผลัดใบ” แต่ “น้องเพลง” ชนม์ทิดา อัศวเหม ที่เปรียบเสมือนเป็น “ใบอ่อน” กลับไป “แตกหน่อ” ที่พรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 5

สำหรับผู้สมัคร ส.ส.ปากน้ำพลังประชารัฐ ประกอบด้วย เขต 1 นายอัครวัฒน์ อัศวเหม เขต 2 นายยงยุทธ สุวรรณบุตร เขต 3 น.ส.ภริม พูลเจริญ เขต 4 นายวรพร อัศวเหม เขต 5 นายจาตุรนต์ นกขมิ้น เขต 6 นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ เขต 7 นายต่อศักดิ์ อัศวเหม และเขต 8 นายกรุง ศรีวิไล

หลังจากสิ้นเอ๋-ชนม์สวัสดิ์ นอกจากระบบของพรรคพลังประชารัฐที่มี “หัวหน้าภาค 1” ยงยุทธ สุวรรณบุตร เป็นหัวโขนดูแลจังหวัดสมุทรปราการแล้ว ยังมี “สุนทร ปานแสงทอง” คนเก่าคนแก่ของตระกูลอัศวเหมรับไม้ต่อแทน

ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติ มี ส.ส.เก่าเพียง สมุทรปราการ เขต 7 น.ส.ไพลิน เทียนสุวรรณ เพียงคนเดียวที่เป็นคนของบ้านใหม่ “ชมกลิ่น”

ราชบุรีบ้านใหญ่ที่แตกออกเป็น “สองพรรค” ระหว่าง “พรรคพี่” กับ “พรรคน้อง” พรรคพี่-พลังประชารัฐ ที่มีบ้านใหญ่นิติกาญจนา เป็น “ตัวยืน” เขต 1 นายกฤษณะ พลอยชุม เขต 2 นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา เขต 3 นายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ เขต 4 นายวรวัฒน์ น้อยโสภา เขต 5 นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์

ขณะที่พรรคน้อง-รวมไทยสร้างชาติ ได้บ้านใหญ่นพอมรบดี มา “เสริมทัพ” เขต 1 “ส.ส.แคมป์” น.ส.กุลวลี นพอมรบดี เขต 2 นางภรมน นรการกุมพล เขต 3 น.ส.ชญานันท์ จินตาเจี่ยห์ เขต 4 นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เขต 5 นายวณิช บุญสอง

บ้านใหม่ชมกลิ่นกำลังหลักชลบุรี

ชลบุรีเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่แข่งขันกันดุเดือด เพราะเป็นการเดิมพันระหว่างบ้านใหญ่-แชมป์เก่า พรรคพลังประชารัฐ การเลือกตั้ง 66 ต้องเสีย “กำลังสำคัญ” ที่เป็น “บ้านใหญ่-บ้านใหม่” เหลือเพียง “ตระกูลวงศ์ทรายทอง” ปักหลัก “ป้องกันแชมป์”

เขต 1 นายสรัลชา ศรีชลวัฒนา เขต 2 ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง เขต 3 นายเพิ่มพงศ์ วงศ์ทรายทอง เขต 4 นายประมวล เอมเปีย เขต 5 นายยศพนต์ สุธรรม

เขต 6 น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ เขต 7 นายบรรจบ รุ่งโรจน์ เขต 8 นายโอฬาร์ ปัญญปิติพัฒน์ เขต 9 นายนิพนธ์ แจ่มจำรัส และเขต 10 นายสะถิระ เผือกประพันธุ์

พรรคประยุทธ์ ที่มี “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น แห่งบ้านใหม่ชลบุรี เป็นขุนพลใหญ่ ทำศึกเมืองหลวงตะวันออก การเลือกตั้ง 66 เป็น “แม่ทัพเต็มตัว”

เพราะขึ้นมาอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ “ลำดับเซฟโซน” หลังจากส่ง “จดหมายท้ารบ” แต่บ้านใหญ่คุณปลื้มไม่เล่นด้วย

สำหรับชลบุรี 10 เขต ประกอบด้วย เขต 1 น.ส.ณภัสนันท์ อรินทคุณวงษ์ เขต 2 นายคงพัชร ไขรัศมี เขต 3 นายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ เขต 4 นายจิรวุฒิ สิงโตทอง เขต 5 นายรณเทพ อนุวัฒน์

เขต 6 นายสมเจตน์ เกตุวัตถา เขต 7 นายรุ่งเพชร แจ่มเจริญ เขต 8 นายมานพ ประกอบธรรม เขต 9 นายนิรันดร์ วัฒนศาสตร์สาธร และเขต 10 นายสมชาติ คุณปลื้ม

เสี่ยเฮ้ง ส่งผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี ทั้งคนที่เคยเป็นศัตรูทางการเมืองกับบ้านใหญ่ชลบุรี และสายเลือดเดียวกันกับคุณปลื้มที่ถูกจับไปอยู่ท้ายแถว ศัตรูที่แท้จริงจึงไม่ใช่ “พรรคนายป้อม” แต่เป็นพรรคเพื่อไทย

ปักษ์ใต้ฐานที่มั่นประยุทธ์

“ปักษ์ใต้” พล.อ.ประยุทธ์ สถาปนาเป็น “ฐานที่มั่น” ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีจังหวัดนครศรีธรรมราชเป็น “เมืองหลวง” สำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ

เขต 1 นายพูน แก้วภราดัย บุตรชาย นายวิทยา แก้วภราดัย เขต 2 นายสายัณห์ ยุติธรรม เขต 3 นายนนทิวรรธ์ นนทภักดิ์ เขต 4 นายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ น้องชายนายเทพไท เสนพงศ์ เขต 5 นายสนั่น พิบูลย์ เขต 6 นายฉัตรชัย ธนาวุฒิ

เขต 7 นายธีรพงษ์ เพิ่ม เขต 8 น.ส.เรขา ปรีชาวัย เขต 9 นายอำนวย ยุติธรรม น้องชายนายสายัณห์ ยุติธรรม และเขต 10 น.ส.พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล

รวมถึงจังหวัดสงขลาที่ตั้งเป้า “ปักธง” เป็นกอบเป็นกำ เขต 1 นายเจือ ราชสีห์ เขต 2 นายศาสตรา ศรีปาน เขต 3 นายพนม พรหมเพชร เขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี เขต 5 นายปรีชา สุขเกษม เขต 6 นายภูวดล วงษ์โสภณากุล เขต 7 นายกุศล ขุนดำ และ เขต 8 นายสมหมาย ขวัญทองยิ้ม

ยังมีจังหวัดที่มี “บ้านใหญ่” ที่การันตีเก้าอี้ ส.ส.ได้แน่นอน ทั้งกระบี่ เขต 1 นายสุชีน เอ่งฉ้วน ลูกชายอาคม เอ่งฉ้วน ชุมพร เขต 3 นายสุพล จุลใส พี่ชายลูกหมี-ชุมพล จุลใส นราธิวาส เขต 1 นายวัชระ ยาวอหะซัน บุตรชายนายกูเซ็ง ยาวอหะซัน

ปัตตานี เขต 4 นายอริญชัย และ เขต 5 นายยุซรี ซูสารอ บุตรชายของนายอนุมัติ ซูสารอ พัทลุง เขต 2 นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร ลูกชายนายวิสุทธิ์ ธรรมเพชร สุราษฎร์ธานี เขต 3 น.ส.วชิราภรณ์ กาญจนะ บุตรสาวนายชุมพล กาญจนะ เขต 6 น.ส.อนงค์นาถ จ่าแก้ว ลูกสาว “นายกศักดิ์” พงษ์ศักดิ์ จ่าแก้ว

ภาคเหนือ-อีสานประวิตรเป็นต่อ

ขณะที่ภาคเหนือ-พื้นที่สีแดง พรรคพี่-พรรคน้อง ต้องวัดกันที่สายป่านใครยาว สาวได้สาวเอา พรรครวมไทยสร้างชาติ มีจังหวัดอุตรดิตถ์ เขต 2 และ เขต 3 เป็น “ตัวความหวัง” เพราะได้ “สองพ่อลูก” ศรัณย์วุฒิ-รสริน ศรัณย์เกตุ มาเป็นตัวชูโรงสีสัน

นครสวรรค์ เขต 3 นายสัญญา นิลสุพรรณ เขต 6 นายนิโรธ สุนทรเลขา เชียงใหม่ เขต 4 และ เขต 5 “ตระกูลดัง” ณ เชียงใหม่ กิ่งกาญจน์-เดือนเต็มดวง ณ เชียงใหม่ เชียงราย เขต 7 เสี่ยติ่ง-สมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ พิจิตร เขต 2 และเขต 3 นางมาดามนิด ภรรยานายสุรชาติ ศรีบุศกร

ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ ที่มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เป็นแม่ทัพคุม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน น่าน แพร่ ลำปาง พะเยา เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน

“ผู้กองธรรมนัส” ตั้งเป้าปักธงมากกว่า 5 ที่นั่ง เช่น แม่ฮ่องสอน นายปกรณ์ จีนาคำ พะเยา ร.อ.ธรรมนัส และนายจีรเดช ศรีวิราช และลำปาง-แพร่ที่จะบุกเพิ่ม

ส่วนภาคเหนือตอนล่าง พลังประชารัฐหมายมั่นปักธงยกจังหวัด 4 เขต กำแพงเพชร ส่วน เพชรบูรณ์ พิจิตร ตาก คาดว่าจะรักษาแชมป์ไว้ได้

ส่วนภาคอีสานตอนล่าง ปักหมุดไว้ที่ภรรยา-น้องเมีย ลูกชาย-ลูกสะใภ้ “บ้านใหญ่รัตนเศรษฐ” 5 ที่นั่งของนครราชสีมา ทั้ง ทัศนียา-ทวิรัฐ-อรัชมน-ตติรัฐ-นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ

ส่วนจังหวัดอื่นที่มีลุ้น เช่น ชัยภูมิ บ้านใหญ่โล่ห์วีระ นายอัครแสนคีรี โล่ห์วีระ ลูกชายนายอร่าม โล่ห์วีระ ขอนแก่น นายสมศักดิ์ คุณเงิน นายบัลลังก์ อรรณนพพร และกาฬสินธุ์-ร้อยเอ็ด ที่ได้ “ตระกูลพลซื่อ” มาช่วยสู้รบ

กทม. พลังประชารัฐ คงเหลือ ผู้สมัคร ส.ส.ที่ไว้ใจได้ 3 เขต จาก “สองพ่อลูก” ศิริพงษ์-พีระพงษ์ หนองจอก-คลองสามวา-ลาดกระบัง เขต 19 มีนบุรี สะพานสูง นางนาถยา แดงบุหงา รวมไทยสร้างชาติกระแสใน กทม. “หืดขึ้นคอ”

พรรคพี่-พรรคน้อง ในสมรภูมิสู้รบเลือกตั้ง 66 ใครดีใครได้ เพราะสุดท้ายต้องมารวมกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...