โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

RS แตกพาร์ใหม่ 0.50 บ. มีผลพรุ่งนี้ รองรับขยายธุรกิจ-เสริมสภาพคล่อง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 07.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS เปิดเผยว่า จากที่ประชุมวิสามัญผู้ถือได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นของบริษัทที่ตราไว้ (Par Value) จากเดิมหุ้นละ 1.00 บาท เป็นหุ้นละ 0.50 บาท โดยจำนวนหุ้นสามัญของบริษัทจะเพิ่มขึ้นจาก 1,091,109,031 หุ้น เป็น 2,182,218,062 หุ้น ซึ่งการซื้อขายที่ราคาพาร์ใหม่จะเริ่มมีผลในวันที่ 3 กันยายน 2567 เป็นต้นไป ทั้งนี้เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ทั้งยังส่งผลให้เกิดการกระจายหุ้นไปยังนักลงทุนได้กว้างมากขึ้น

นายวิทวัส กล่าวว่า สำหรับการแตกพาร์ใหม่จะทำให้การซื้อ-ขายหุ้น RS ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เกิดสภาพคล่องสูง และเข้าถึงนักลงทุนรายย่อยได้ง่ายขึ้น ซึ่งน่าจะได้รับการตอบรับจากนักลงทุนเป็นอย่างดีในสภาวะที่การลงทุนมีความผันผวน ขณะเดียวกันการแตกพาร์หุ้นครั้งนี้จะช่วยรองรับการขยายธุรกิจของ อาร์เอส กรุ๊ป ให้เติบโต ตามแผนกลยุทธ์ Unlock Value ปลดล็อกศักยภาพทุกธุรกิจของ อาร์เอส กรุ๊ป ที่มุ่งมั่นเป็น “Life Enriching” สำหรับผู้คนและสัตว์เลี้ยง ไปพร้อมกับการยกระดับการทำงานในแต่ละธุรกิจให้มีความคล่องตัวสูงขึ้น เพื่อสร้างรายได้เพิ่มและต่อยอดโอกาสทางธุรกิจ อีกทั้งเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการปรับแผนธุรกิจในครึ่งปีหลังของปี 2567 ในการเร่งสร้างการเติบโต

“อย่างไรก็ตาม การแตกพาร์หุ้นในสัดส่วน 2:1 มูลค่าพาร์ต่อหุ้นจาก 1.00 บาท จะเปลี่ยนแปลงเป็น 0.50 บาท ในครั้งนี้นั้น เป้าหมายสำคัญก็เพื่อสร้างการเติบโตของ อาร์เอส กรุ๊ป อย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กับผู้ถือหุ้นของบริษัท ขณะที่มูลค่าบริษัทหรือ Market cap ยังคงเท่าเดิม” นายวิทวัส กล่าวทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...