"เกาะกูด" ผลประโยชน์มหาศาล ที่สองชาติอยากครอบครอง
จากรณีทีมีกระแสเซฟเกาะกูดในสังคมออนไลน์ เพราะประชาชนหวั่นว่า สมบัติของชาติ ที่ประเมินค่ามิได้จะตกไปอยู่ในมือของประเทศกัมพูชา
ก่อนอื่นเราต้องมารู้จักกันก่อนว่าเกาะกูดกอยู่ในไหน และมีความสำคัญอย่างไร ซึ่งเกาะกูดเป็นเกาะขาดใหญ่ใกล้กับจังหวัดตราด โดยมีขนาดถึง 105 ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 6 ของประเทศไทย แต่สิ่งล้ำค่าคือสิ่งที่อยู่ใต้ทะเลบริเวณฝั่งด้านใต้ของเกาะกูดที่เป็นดินแดนข้อพิพาทที่ถูกแบ่งโดยเส้นที่ขีดเอาไว้สองเส้น คือเส้นของกัมพูชาและเส้นของไทย
โดยเส้นของกัมพูชาจะเห็นได้ว่า ขีดแบ่งเขตแดนโดยมีการตัดผ่านเกาะกูดไปเลย เสมือนว่าไม่มีเกาะกูดอยู่ตรงนั้น ทำให้ลากผ่านเขตแดนที่มีทรัพยากรสมบัติใต้ทะเลเป็นขอกัมพูชา เมื่อมองดูแล้วเส้นของกับพูชาจะขีดอาณาเขตเอาไว้ทื่อๆ เป็นเส้นขนาดเกือบตั้งฉากกับไทย
ส่วนเส้นเขตแดนของไทยมีการแบ่งส่วนได้พอดีกับที่กำหนดเอาไว้ และลากผ่านบริเวณที่คาดว่ามีทรัพยกรแก๊สธรรมชาติปริมาณมหาศาล
ดังนั้น ใน รัฐบาลของนายทักษิณชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรีจึง มีการทำข้อตกลง สองประเทศได้ลงนามใน ‘บันทึกความเข้าใจว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน’ หรือเรียกย่อๆ ว่า MOU 2544 ซึ่งเรื่องใหญ่ๆคือ ไทยและกัมพูชาจะเจรจาแก้ไขปัญหาการอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อนกัน 2 เรื่อง คือการเจรจาเพื่อจัดทำความตกลงสำหรับการพัฒนาแหล่งทรัพยากรปิโตรเลียมซึ่งอยู่ในพื้นที่ทับซ้อนร่วมกัน และการเจรจาเพื่อจัดทำข้อตกลงแบ่งเขตแดนสำหรับทะเลอาณาเขต ไหล่ทวีป และเขตเศรษฐกิจจำเพาะในพื้นที่ที่ต้องแบ่งเขต โดยให้ถือเอาเส้นละติจูด 11 องศาเหนือเป็นเส้นแบ่ง
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเสมือนกับว่าเอ็มโอยู 44 เป็นการยก ผลประโยชน์ให้กับประเทศกัมพูชาเป็นหลักมากกว่า หลายหลายคนจึงออกมาคัดค้านในเรื่องนี้ให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44 และให้ขีดเส้นดินแดงเช่นเดิมตามที่ไทยเคยขีดเอาไว้
ซึ่งในอดีตรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีก็เคยที่จะยกเลิกเอ็มโอยู 44 หลังจากประเทศกัมพูชาตั้งนายทักษิณชินวัตรเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ แต่ก็ดูจะเป็นเพียงเลื่อนลอยเพราะประกาศยกเลิกโดยไม่มีการพิธีรีตองอย่างใด จนมาถึงในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตรอดีตนายกรัฐ ที่พยายามจะรื้อฟื้นความหลังเกี่ยวกับเรื่องเอ็มโอยู 44 เพื่อต้องการที่จะมีการเจรจากันแต่ก็ถูกระงับไว้จากการรัฐประหารปี 2557
จนล่วงเลยมาถึงรัฐบาลของ นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ที่เริ่มมีกระแสหนาหูว่าเกาะกูดจะถูกรื้อฟื้นกลับมาอีกครั้งและไทยจะเสียประโยชน์จากพื้นที่ทางทะเลนี้ แต่ก็มาสะดุดจากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยพ้นสภาพนายเศรษฐา ทำห้รัฐบาลของนางสาวแพทองธาร ต้องมารับช่วงต่อจากเกาะกูด
ทั้งยังมีกระแสข่าวที่หนาหูว่า อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางเข้าพบนายทักษิณที่บ้านจันทร์ส่งล่ามีการเจรจาเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลเกาะกูดกัน รวมถึงเมื่อไม่กี่วันมานี้นายภูมิธรรมเวชชัยรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาพูดถึงเกาะกูดว่าเป็นของไทย ว่า เรื่องนี้ต้องเจรจากัน แต่ที่สำคัญต้องทำความเข้าใจกับประชาชน อย่าขยายเป็นเรื่องการยึดดินแดน เสียดินแดน เพราะเป็นการปลุกความคลั่งชาติขึ้นมา ทำร้ายผลประโยชน์ที่ประเทศควรจะได้รับ
ซึ่งก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วผลประโยชน์ทางดินแดนที่เป็นของไทย มาตั้งแต่สมัยอดีตกาลจะนำมาใช้ได้หรือไม่เพราะเกาะกูดก็มีทรัพยากรใต้ทะเลมหาศาลที่เรียกได้ว่าใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด