อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอสส. กางป.วิอาญา ไขข้อสงสัย ร้องขอความเป็นธรรม ได้ถึงชั้นไหน
‘อรรถพล ใหญ่สว่าง’ อดีต อสส.กางวิอาญา ตอบข้อสงสัย ร้องขอความเป็นธรรมทำได้ถึงชั้นไหน ชี้อัยการไม่ได้มีหน้าที่ฟ้องอย่างเดียวต้องให้ความเป็นธรรมด้วย
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2567 ศ.พิเศษ อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอัยการสูงสุด ให้ความเห็นข้อกฎหมายถึงเรื่องการร้องขอความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ว่า ในคดีอาญาที่รัฐเป็นผู้ดำเนินคดีที่มีการแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจก็จะทำการสอบสวนแล้วส่งให้พนักงานอัยการ ถ้าพิจารณาแล้วฟ้องคดีก็จะไปที่ศาล
อย่างไรก็ตาม ตนจะพูดเฉพาะในส่วนของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่พูดถึงกฎหมายคดีพิเศษหรือกฎหมาย ป.ป.ช.
โดยในการดำเนินคดีอาญานั้นเจ้าพนักงานสามารถลงไปสืบสวนคดีได้ตั้งแต่เบื้องต้น แม้จะยังไม่มีการดำเนินคดี จนเมื่อมีการดำเนินคดี และมีการสอบสวน และจับกุมตัว ก็สามารถที่จะเริ่มกระบวนการร้องขอความเป็นธรรมได้เลย ซึ่งเมื่อถูกสอบสวนโดยผู้มีอำนาจแล้ว ก็อาจจะร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสูงกว่า
ในประเด็นที่เราจะได้เห็นชัดๆ และได้ยินข่าวกันบ่อยก็คือ การร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการ
ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุด มีระเบียบว่า ด้วยการดำเนินคดีอาญาของพนักงานอัยการฯ และมีการแก้ไขเพิ่มเติมตลอดมาว่า การร้องขอความเป็นธรรมต่อพนักงานอัยการสามารถร้องได้เมื่อมีการส่งสำนวนมา โดยจะเป็นการร้องต่อหัวหน้าพนักงานอัยการที่พิจารณาคดีนั้น ยกตัวอย่างเช่น การร้องขอความเป็นธรรมในคดีที่สำนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี การร้องขอความเป็นธรรมก็จะทำถึงอัยการจังหวัดนนทบุรี
แต่ถ้ายังรู้สึกว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรมอีก ก็สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้อีกต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึ้นไป เช่น ร้องไปยังอธิบดีอัยการภาค 1 ส่วนในกรุงเทพ หากเราร้องขอ ความเป็นธรรมมายังอัยการพิเศษฝ่ายแล้ว ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมก็อาจจะร้องขอความเป็นธรรมไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานนั้นๆ
หากในชั้นอธิบดีอัยการ เรายังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอีก ก็สามารถร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่านั้น โดยหลักคืออัยการสูงสุด
แต่ในคดีอาญาทั่วๆไป ถ้ามีการร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดแล้ว เรื่องจะส่งไปยังสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด จะเป็นผู้พิจารณาให้ความเป็นธรรม ซึ่งเมื่อสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด ได้รับคำร้องขอความเป็นธรรมมาแล้ว เห็นว่า ควรจะสอบสวนเพิ่มเติม ก็จะแจ้งไปยังอธิบดีอัยการสำนักงานเจ้าของเรื่องว่าเห็นควรสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าอธิบดีสำนักงานที่ถูกแจ้งพิจารณาแล้วเห็นควรสอบสวนเพิ่มเติม ก็จะสั่งสอบสวนเพิ่มเติม และส่งมายังสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุด เพื่อนำเสนอไปยังรองอัยการสูงสุดที่รับผิดชอบสั่งคดี
แต่ถ้าอธิบดีสำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุดส่งไปแล้วอธิบดีอัยการสำนักงานที่เป็นเจ้าของเรื่องเห็นว่า ไม่ควรสอบสวนเพิ่มเติม เพราะอาจเป็นการประวิงคดีของฝ่ายจำเลย สำนักงานคดีกิจการอัยการสูงสุดก็จะนำพิจารณาอีกครั้ง ซึ่งส่วนมากก็จะสั่งยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม เว้นแต่รองอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมก็จะต้องทำการสอบสวนเพิ่มเติมเมื่อได้พยานหลักฐานมาก็จะพิจารณาอีกครั้งว่า จะดำเนินการอย่างไร โดยจะสิ้นสุดที่รองอัยการสูงสุด
ยกเว้นคดีบางประเภทที่อยู่ในอำนาจของอสส. โดยตรงเช่น คดีวิสามัญฆาตกรรม หรือคดีนอกราชอาณาจักรฯ
ส่วนเมื่อมีการสั่งยุติร้องขอความเป็นธรรมไปแล้ว ความเห็นโดยส่วนตัวมองว่า ผู้ต้องหายังสามารถร้องขอความเป็นธรรมได้ตลอด ขอยกตัวอย่างให้เห็นว่า มีคดีที่ยุติร้องขอความเป็นธรรมแล้ว มีพยานยืนยันว่า คนที่ตกเป็นผู้ต้องหาว่า กระทำผิดชิงทรัพย์ แต่ปรากฎว่า มีพยานหลักฐานใหม่เป็นกล้องวงจรปิดดูแล้วคนที่ลงมือก่อเหตุมีหน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่ใช่ผู้ต้องหา แบบนี้ก็สามารถร้องขอความเป็นธรรมเข้าไปใหม่ได้ แต่การจะยุติเรื่องอีกหรือไม่ก็ต้องดูว่าการร้องต้องมีข้อเท็จจริงเเละพยานหลักฐานที่เเตกต่างจากเดิมหรือไม่อย่างไร
“คนอยากจะร้องอย่าไปห้ามเขา ให้เขาร้องมาแต่การพิจารณา ก็ต้องพิจารณาว่า สมควรดำเนินต่อไปหรือไม่ เช่น ร้องมาไม่มีพยานหลักฐานใหม่อะไรเลย ก็สามารถสั่งยุติเรื่องทันทีก็ได้ แต่อย่าไปห้ามคนร้อง มิเช่นนั้นจะเรียกว่า ร้องขอความเป็นธรรมได้อย่างไร ที่เขาร้อง เพราะเขาคิดว่า ไม่ได้รับความเป็นธรรม “ อดีตอัยการสูงสุดระบุ
ในคดีนอกราชอาณาจักรคนที่มีอำนาจว่า จะพิจารณาคำร้องขอความเป็นธรรมคืออัยการสูงสุดหรือผู้รักษาการณ์แทนที่จะเป็นคนสั่งคดี แต่การร้องขอความเป็นธรรมก็จะมีขั้นตอนในการกลั่นกรองแล้ว แต่ระเบียบในแต่ละเรื่อง และการร้องขอความเป็นธรรมแม้ฟ้องศาลไปแล้วก็ยังสามารถร้องเข้ามาได้ ยกตัวอย่าง หากมีการยื่นฟ้องศาลไปแล้วมีพยานหลักฐานที่ได้มาใหม่ ซึ่งต้องยอมรับว่า เมื่อมีการฟ้องคดีสู่ศาลแล้วจะมีการหยุดการสอบสวนทันที แต่หากเกิดมีผู้หวังดีมีพยานหลักฐานที่แน่ชัด ซึ่งตนมองว่า คือพยานหลักฐานที่เป็นนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งพยานบุคคลก็สู้ไม่ได้ ก็สามารถจะร้องขอความเป็นธรรมได้
“แม้บางคนอาจจะบอกไว้ว่า ให้เก็บไว้สู้คดีในศาล แต่อัยการไม่ได้มีหน้าที่ฟ้องคดีอย่างเดียว ต้องมีหน้าที่ให้ความเป็นธรรมด้วย ถ้าดูบทบัญญัติเรื่องการสอบสวนตามมาตรา 131 จะเห็นชัดว่า ในการสอบสวนนั้นสอบสวนเพื่อที่จะให้ได้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อที่จะนำผู้กระทำผิดมาฟ้องเเละถูกลงโทษ หรือ เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของของคนที่ถูกเป็นผู้ต้องหาก็ได้ ในความเห็นส่วนตัวเมื่อไปถึงศาลก็ยังร้องขอความเป็นธรรมได้” ศ.พิเศษ อรรถพล ระบุ
ส่วนผลที่ร้องขอความเป็นธรรมหลังฟ้องศาลไปแล้ว คนร้องก็อาจหวังให้มีการถอนฟ้อง หรือว่า ขอความเป็นธรรม อ้างเป็นพยานหลักฐานว่า ได้มีหลักฐานใหม่เพิ่มเติมขึ้นมา ในส่วนเรื่องการถอนฟ้อง อำนาจถอนฟ้องเป็นของพนักงานอัยการที่ฟ้องคดี แต่จะมีขั้นตอน ในการเสนอผู้บังคับบัญชาว่าเรื่องใดควรจะถอน และใครควรจะเป็นคนถอนฟ้อง คล้ายกับการยื่นอุทธรณ์คดี
แต่ในคดีนอกราชอาณาจักรอำนาจถอนฟ้องเป็นของอัยการสูงสุด หรือผู้รักษาการณ์แทน ซึ่งที่ผ่านมา อัยการสูงสุดในอดีตก็เคยมีการถอนฟ้อง เช่นพิจารณาแล้วเป็นเรื่องความมั่นคง หรือประโยชน์สาธารณะ
ซึ่งหลักในการถอนฟ้องก็จะเหมือนกับการสั่งไม่ฟ้อง เช่นเมื่อฟ้องคดีไปแล้วเห็นว่า เขาไม่ได้กระทำผิดก็ถอนฟ้องได้ ระเบียบของสำนักงานสูงสุดให้อำนาจไว้ ส่วนคนอนุญาตถอนฟ้องได้ หรือไม่คือศาล บางคนเข้าใจผิดคิดว่าอัยการถอนฟ้องแล้ว ศาลจะต้องอนุญาตเสมอไป ซึ่งความจริงต้องเป็นไปตาม ป.วิอาญามาตรา 35,36 ศาลอาจจะไม่อนุญาตก็ได้
แต่ในกรณีหากมีคำพิพากษาของศาลแล้วต้องยอมรับว่า ตรงนี้มีผลคำพิพากษาแล้วถ้าจะถอนฟ้อง ตามกฎหมายผลของคำพิพากษาก็ยังมีอยู่ ยกตัวอย่างในคดีที่ ไม่ว่า รัฐหรือราษฎรฟ้องเอง หากตัดสินแล้ว แม้ถอนฟ้องไปแล้วผลของคำพิพากษาจะยังมีอยู่ เรียกว่า ถอนฟ้องได้ยันฎีกา แต่ผลคำพิพากษาก็ยังมีอยู่
ถ้ามองในแง่ตรรกกะแล้ว เมื่อศาลตัดสินแล้ว คดีเสร็จแล้วการถอนฟ้อง จะดำเนินการได้อย่างไร การถอนฟ้องต้องศาลยังไม่ตัดสิน และในป.วิอาญายังกำหนดไว้ว่า ถ้าฟ้องแล้ว จำเลยยังไม่ได้ให้การ การถอนฟ้องไม่ต้องถามจำเลย แต่ถ้ามีการยื่นถอนฟ้องขณะที่จำเลยให้การแล้วต้องถามจำเลยด้วยว่า คัดค้านหรือไม่ ถ้าจำเลยคัดค้านจะถอนฟ้องไม่ได้ และต้องถอนฟ้องก่อนศาลตัดสิน เว้นแต่กรณีเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัวที่สามารถยื่นถอนฟ้องได้จนกว่าคดีจนถึงที่สุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อรรถพล ใหญ่สว่าง อดีตอสส. กางป.วิอาญา ไขข้อสงสัย ร้องขอความเป็นธรรม ได้ถึงชั้นไหน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th