MARLENE MOLERO SUÁREZ ผู้ก่อตั้ง ELSA แพลตฟอร์มรายงานเคส Sexual Harassment ในที่ทำงานแบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อให้บริษัทนำข้อมูลไปออกแบบนโยบายป้องกันอย่างตรงจุด
ในพื้นที่ใดก็ตามที่มีความสัมพันธ์เชิงอำนาจอยู่ Sexual Harassment ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงหนึ่งที่ผู้มีอำนาจน้อยกว่าต้องเผชิญ และแม้สังคมจะตระหนักรู้เรื่องนี้กันมากขึ้นแล้ว แต่ในความเป็นจริง ผู้ถูกกระทำจำนวนมากก็ยังคงไม่กล้ารายงานเรื่องนี้ ด้วยเหตุผลหลักคือ “ความกลัว” ในผลกระทบที่อาจตามมา
ตัวเลขจากประเทศแถบลาตินอเมริการะบุว่า ผู้หญิงกว่า 1 ใน 3 ล้วนแต่เคยเผชิญการถูกคุกคามทางเพศในที่ทำงาน แต่มีเพียง 1% เท่านั้นที่ตัดสินใจรายงานเรื่องนี้กับนายจ้าง เพราะกลัวว่าเมื่อทำให้เป็นเรื่องใหญ่แล้วจะถูกกลั่นแกล้งในภายหลังจากผู้กระทำ หรือกลัวว่าจะส่งผลต่อบรรยากาศการทำงาน หรือกระทั่งส่งผลต่อการเติบโตในสายงาน เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรื่องนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในแทบทุกๆ วงการ โดยไม่มีใครรับประกันว่าในอนาคตตัวผู้รายงานจะไม่ต้องเผชิญกับความอยุติธรรมเหล่านี้เพียงลำพัง
และสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ริเริ่มแก้ไขเรื่องนี้และทำได้สำเร็จ เธอมองว่า “มันไม่ใช่แค่การบอกให้คนเลิกกลัว ในเมื่อความกลัวมันมีอยู่จริง แต่เราจะหาทางออกให้กับคนที่กลัว และทำให้มันเวิร์กกับทุกคน”
เจ้าของประโยคด้านบนนี้คือ มาร์ลีน โมเลโร ซัวเรส (Marlene Molero Suarez) จากประเทศเปรู ผู้ก่อตั้ง ELSA แพลตฟอร์มสำหรับรายงานเคสการคุกคามทางเพศในที่ทำงานโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตน แต่จะใช้ข้อมูลที่หลายๆ คนร่วมกันรายงาน ไปทำงานต่อโดยตรงกับบริษัทหรือองค์กรที่พวกเธอหรือเขาทำงานอยู่แทน
ข้อมูลจาก ELSA จะไม่ใช่การรายงานโดยระบุว่า นางสาว A ถูก นาย B คุกคามทางเพศอย่างไรบ้าง หรือ นาย C ถูกนาย D คุกคามทางเพศวันที่เท่าไร แต่เป็นการใช้ตัวเลขยืนยัน เช่นว่า “24% ของผู้หญิงในองค์กร มองว่าตัวเองถูกคุกคามทางเพศ อย่างไรบ้าง” หรือ “30% ของคนทำงาน ถูกแตะเนื้อต้องตัวระหว่างทำงานจากผู้ร่วมงาน ไม่ว่าพวกเธอจะแต่งตัวมาทำงานอย่างไรก็ตาม” หรือ “ในแผนกนี้ ที่ห้องนี้ เป็นพื้นที่ที่คนมักถูกคุกคามทางเพศ” ฯลฯ ข้อมูลตัวเลขและรูปการณ์เหล่านี้ จะทำให้บริษัทหรือองค์กรมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้ชัดเจนขึ้น และสามารถออกแบบนโยบายป้องกันได้อย่างตรงจุด โดยที่บางทีผู้ถูกกระทำไม่จำเป็นต้องเผชิญกับคำถามอย่าง “จริงเหรอ?” หรือ “แล้วทำไมก่อนหน้านี้ไม่พูดอะไร?” ฯลฯ ที่แน่นอนว่าสร้างความลำบากใจต่อผู้ที่ต้องตอบคำถาม
“ที่ผ่านมาเรื่อง Sexual Harassment ในที่ทำงานคือปัญหาที่ถูกซ่อนไว้ใต้พรม หรือถูกทำเป็นมองไม่เห็น เพราะไม่มีใครรายงานเรื่องนี้ และเมื่อเราใช้ข้อมูลตัวเลขทำให้ปัญหามันถูกมองเห็นขึ้นมา เราก็จะเปลี่ยนคำตอบที่บริษัทหรือองค์กรจะมีต่อเรื่องนี้ได้” มาร์ลีนยืนยัน
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังพบว่า 9 ใน 10 ของคนทำงาน ยังขาดความเข้าใจที่ตรงกันว่าอะไรบ้างที่นับว่าเป็น Sexual Harassment
“มีบางอย่างที่ชัดเจนว่าใช่ อย่างการเสนอผลประโยชน์ในหน้าที่การงานให้แลกกับเซ็กซ์ หรือการเข้ามาแตะเนื้อต้องตัว แต่บางอย่างก็ยังเป็นที่ถกเถียงว่าเป็นการคุกคามทางเพศหรือไม่ เช่นการใช้สายตามอง การพูดถึงการแต่งตัวหรือรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย หรือกระทั่งการคอมเมนต์งานที่แฝงการเหยียดเพศ หรือการเล่นมุกคุกคามทางเพศ ฯลฯ หลายอย่างเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนถูกมองเป็นเรื่องปกติ หรือกระทั่งเรื่องที่ยอมรับได้ การบ่นขึ้นมาจึงอาจถูกมองว่าคุณเซนซิทีฟเกินไป หรือสร้างความปั่นป่วนในที่ทำงาน ดังนั้นตัวเลขที่ระบุว่าหลายคนรู้สึกไม่ต่างกันโดยไม่จำเป็นต้องรู้ว่าใคร หรือสำหรับพนักงานคนหนึ่งมันส่งผลกระทบต่อจิตใจแค่ไหน จะทำให้บริษัทมองเห็นน้ำหนักของสิ่งที่เกิดขึ้น และออกแบบวิธีแก้ปัญหาสำหรับกรณีเหล่านี้โดยตรง”
ELSA จึงเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับเหยื่อในที่ทำงาน ที่ไม่เพียงแต่เป็นแพลตฟอร์มสำหรับรายงานเรื่อง Sexual Harassment โดยไม่เปิดเผยตัวตน และเป็นพื้นที่ให้ผู้ถูกกระทำสามารถยืนยันร่วมกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง แต่ ELSA ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ยังมีโปรแกรมออนไลน์เทรนนิ่งให้กับบริษัทที่ต้องการสร้างความตระหนักรู้และเสริมสร้างความเข้าใจของคนในองค์กรเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย
มาร์ลีนเคยเป็นนักกฎหมายและเป็นอาจารย์คณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยในเปรู ซึ่งขณะนั้นมีเคสใหญ่ที่มีนักศึกษาหญิงกว่าร้อยคน ถูกศาตราจารย์ซึ่งเป็นนักกฎหมายรุ่นใหญ่คุกคามทางเพศตลอดระยะเวลาร่วม 10 ปี (เพื่อนของเธอก็ตกเป็นเหยื่อเช่นกัน) ในขณะนั้นเหยื่อหลายคนพยายามรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นกับทางมหาวิทยาลัย แต่กลับถูกเรียกร้องให้เขียนจดหมายรายงานอย่างเป็นทางการและลงชื่อระบุตัวตนอย่างชัดเจนว่าใครเป็นคนรายงาน ซึ่งแม้ทางมหาวิทยาลัยต้องการจะปกป้องพวกเธอ แต่หลายคนก็กลัวว่าจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหมในเส้นทางสายอาชีพ เพราะผู้กระทำค่อนข้างจะมีอิทธิพลในวงการและยังคงอยู่ในวงการ เรื่องนี้เองทำให้มาร์ลีนเริ่มคิดถึงระบบการรายงานโดยไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวตนของผู้ถูกกระทำ เพื่อความรู้สึกปลอดภัยของผู้รายงานเป็นหลัก
หลังจากนั้นเธอจึงได้ร่วมกับพาร์ตเนอร์ที่เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ เพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหานี้ด้วยมุมมองด้านเพศสภาพ และมุมมองด้านเทคโนโลยี ผลที่ได้ก็คือ ELSA ซึ่งในภาษาสเปนหมายถึง “ที่ทำงานที่ปลอดภัยจากการคุกคามทางเพศ” ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างงดงาม
ด้วยแนวคิดที่แข็งแรงและกระบวนการที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ในปัจจุบัน ELSA ได้ร่วมงานกับบริษัทและองค์กรต่างๆ มาแล้วกว่า 100 แห่ง สามารถขยายกิจการไปยังประเทศอื่นๆ ในอเมริกาใต้ และกำลังจะขยายไปสู่ประเทศแถบอเมริกากลางรวมถึงภูมิภาคอื่น ซึ่งคงจะดีไม่น้อยหากองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดีๆ อย่างนี้ได้ในอนาคต
และสำหรับความสำเร็จอีกขั้นในปีนี้ มาร์ลีน โมเลโร ซัวเรส เพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศของภูมิภาคลาตินอเมริกาและแคริบเบียน ในโปรแกรม “Cartier Women’s Innitiative” ประจำปี 2024 ทั้งยังเป็น Fellow คนแรกจากประเทศเปรูที่ได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้ โดยเธอมองว่าสิ่งสำคัญที่สุดในการได้เข้าร่วมโปรแกรมนี้คือคอมมูนิตี้ที่แข็งแรงและการได้แลกเปลี่ยนแนวคิดกับผู้ประกอบการหญิงจากหลายๆ ประเทศทั่วโลกที่ส่งแรงบันดาลใจให้กันได้อย่างทรงพลังนั่นเอง
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- MARLENE MOLERO SUÁREZ ผู้ก่อตั้ง ELSA แพลตฟอร์มรายงานเคส Sexual Harassment ในที่ทำงานแบบไม่เปิดเผยตัวตน เพื่อให้บริษัทนำข้อมูลไปออกแบบนโยบายป้องกันอย่างตรงจุด
- ยูทูบเบอร์เกาหลีเปิดเผยโฉมหน้า 44 คนที่เคยรุมข่มขืนเด็กหญิงอายุ 14 เมื่อ 20 ปีก่อน แต่กลับย้ำแผลของเหยื่อให้ต้องเผชิญเรื่องนี้อีก
- จากกรณีนักศึกษาสาวถูกคนรักฆ่าตัดมือ เมื่อ ‘ความหึงหวงรุนแรง’ และ ‘การลงมือครั้งแรก’ คือสัญญาณเตือนว่าควรหาทางออกจากความสัมพันธ์ เพราะมันจะไม่มีทางเป็นครั้งสุดท้าย
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com