โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

แม้นชีพดับสูญ (นิยายแปลจีน) By ตำหนักไร้ต์รัก

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.25 น. • ตำหนักไร้ต์รัก
หญิงสาวผู้ต้องพึ่งบารมีของจวนโหว ถูกลูกพี่ลูกน้องแย่งคนรัก ซ้ำยังถูกชายคนรักสั่งฆ่า ทว่าสวรรค์มีตา มอบโอกาสให้นางได้เกิดใหม่ แต่ว่าที่นี่คือที่ใดและเป็นร่างของผู้ใดกัน…

ข้อมูลเบื้องต้น

หนิงจื่ออิ๋ง หญิงสาวกำพร้าผู้ต้องพึ่งพาบารมีของจวนฮู่กั๋วโหว ถูกธิดาคนโตของฮู่กั๋วโหวแย่งคู่หมั้น ซ้ำยังตายอนาถก่อนหน้างานแต่ง ทว่าสุดท้ายกลับได้เกิดใหม่ในร่างหนิงเสวี่ยเยียน ธิดาสายตรงอายุสิบสี่ปีของฮู่กั๋วโหว ผู้ใดก็คงคาดไม่ถึงว่าใต้ดวงหน้าเยาว์วัยจะเป็นดวงหน้างามล้ำทั้งยังเคยคุ้น

ซ้อนแผนโต้กลับ เลือดเย็นไร้ความรู้สึก แก้แค้นให้ตนเองในอดีตชาติทีละก้าวทีละก้าว ขณะเดียวกันก็เปิดโปงสาเหตุการตายของชาติก่อน

อดีตคู่หมั้น คุณชายเจ้าสำราญ และท่านอ๋องผู้อำมหิต ล้วนเฝ้ามองเด็กสาวที่จมลึกในทะเลแห่งความแค้น นางช่างเก่งกาจและงามล้ำยิ่งนัก…

-------------------------

ผู้แต่ง : 帘霜(เหลียนซวง)

ผู้แปล : ทีมตำหนักไร้ต์รัก [ปันต์มี้, AILIN.WK, เยวียนเหว่ย, จินเฟิ้ง, Hsuru,大熊(ต้าสยง), มักเน่]

บรรณาธิการ : โถ่วโถ่วอี (ตอนที่ 251 - 613)

ภาพปก : HOLY CAT

สถานะต้นฉบับจีน 678 ตอน + 1 ตอนพิเศษ

-------------------------

นิยายแปลเรื่องนี้ได้รับลิขสิทธิ์ออนไลน์อย่างถูกต้อง

ผู้ถือลิขสิทธิ์ฉบับแปลภาษาไทย : ตำหนักไร้ต์รัก by meb

เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ :纵横中文网(Zongheng Zhongwen Wang)

#แม้นชีพดับสูญ #readAwrite #ตำหนักไร้ต์รัก

-------------------------

***แม้นชีพดับสูญมีอีบุ๊กวางขายใน meb จนจบแล้วนะเจ้าคะ***

คลิกเพื่อไปซื้ออีบุ๊กได้ที่นี่

https://www.mebmarket.com/?store=cartoon&action=series_detail&series_id=2672

หรือหากอยากอ่านรายตอนสามารถติดตามได้ที่

https://www.readawrite.com/a/d71ac909f189eca8099ff10d1d6609fe

แค้นในอดีตชาติ จมน้ำตาย

บทที่ 1 แค้นในอดีตชาติ จมน้ำตาย

“คุณหนูใหญ่เจ้าคะ หนิงจื่ออิ๋งถูกโบยจนสลบไปแล้ว ยังจะให้โบยต่ออีกหรือไม่เจ้าคะ”

ณ เรือนอวิ๋นอิ่ง จวนฮู่กั๋วโหว (1) สตรีสองนางสวมชุดหรูหรานั่งวางท่าสูงส่งอยู่ พวกนางยกถ้วยน้ำชาจิบด้วยท่าทีสบายๆ พลางปรายตามองสิ่งที่ถูกโบยจนขดตัวงออยู่บนพื้นอย่างสมเพช ร่างนั้นเลือดท่วมจนไม่เหลือเค้าความเป็นมนุษย์อีกแล้ว!

สตรีนางหนึ่งเดินไปปัดผมรุงรังที่ปรกหน้าบุคคลผู้นั้น จีบปากจีบคอเอ่ยเสียงหวาน“น้องอิ๋ง ตื่นสิ น้องอิ๋ง!”

หนิงจื่ออิ๋งสะดุ้งตื่นเพราะความเจ็บปวดบนใบหน้า นางเงยหน้าเปรอะคราบดิน เผยให้เห็นรอยแผลลึกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเกิดจากที่เมื่อครู่หนิงจื่อเยี่ยนใช้เล็บครูดจนเกิดแผล

“น้องอิ๋ง อย่าเกลียดพี่เลย เจ้าทำเรื่องน่าบัดสีกับผู้ชายก่อนแต่งงานเช่นนี้ ใครเล่าจะรับได้ แล้วมีหรือพี่อวี่หังจะยังต้องการหญิงมีมลทินเช่นเจ้าอีก…”

“หนิงจื่อเยี่ยน!” เสียงแหบพร่าแผดอย่างยากลำบาก “เจ้าต่างหากที่คบชู้สู่ชาย เจ้าต่างหากที่แย่งคู่หมั้นผู้อื่น!”

หนิงจื่อเยี่ยนยกผ้าเช็ดหน้าผืนงามมาปิดจมูก ราวกับต้องการสกัดกั้นสิ่งสกปรกสักอย่าง พลางเอ่ยเหยียดหยาม “ข้ากับพี่อวี่หังรักกัน เจ้านั่นแหละที่หน้าไม่อาย มายุ่งวุ่นวายกับเขา! ทีแรกเห็นแล้วก็สงสาร หากว่าพี่อวี่หังจะรับเจ้าไว้เป็นอนุก็มิได้เสียหายอะไร ใช่ว่าจวนเสนาบดีจะไม่มีปัญญาเลี้ยงดูอนุที่คอยชงชารับใช้ข้าเสียที่ไหน แต่ใครใช้ให้เจ้าดันโชคร้ายเช่นนี้กันเล่า แอบนัดพบผู้ชายแล้วดันบังเอิญเจอข้ากับพี่อวี่หังเข้า อย่างนี้ข้าจะไม่จัดการก็คงมิได้…”

หนิงจื่ออิ๋งเห็นหนิงจื่อเยี่ยนลอยหน้าลอยตาแล้ว ไฟโทสะก็ปะทุเดือดจัด หญิงผู้นี้แอบลักลอบเป็นชู้กับคู่หมั้นของนาง จนถึงขั้นตั้งครรภ์ ทั้งเพื่อจะแย่งคู่หมั้นไป ก่อนพิธีแต่งงานของนาง หล่อนยังใส่ร้ายนางว่าคบชู้กับชายอื่นอีก! มีผู้หญิงร้ายกาจแบบนี้อยู่บนโลกด้วยหรือ เสียแรงที่เห็นหล่อนเป็นพี่สาวแท้ๆ มาตลอด

แม้ถูกพวกบ่าวโบยจนหมดสติไปรอบหนึ่ง แม้ทำได้เพียงนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น หนิงจื่ออิ๋งที่ถูกความแค้นเคืองแผดเผาจนตาแดงก่ำก็พลันกระโจนใส่หนิงจื่อเยี่ยน ปากที่โดนตบตีจนเลือดกบปากกัดมือของหนิงจื่อเยี่ยนเต็มแรง นางสัมผัสได้ถึงผิวเนื้อที่แยกออกเมื่อฝังฟันเข้าไป จากนั้นเลือดสีแดงสดก็ไหลออกมา ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นเลือดจากปากนางหรือจากมือของหนิงจื่อเยี่ยนกันแน่!

ในตอนนั้นเอง หลิงซื่อ (2) ฮูหยินของฮู่กั๋วโหวที่นั่งอยู่ข้างๆ พลางเพลิดเพลินกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เมื่อครู่ ก็ปรี่เข้าหาหนิงจื่ออิ๋ง พร้อมตบตีและด่าว่านาง แต่ไม่ว่าถูกตีแผ่นหลังจนเจ็บปวดเพียงใด หนิงจื่ออิ๋งก็ไม่ยอมอ้าปาก นางจ้องหน้าหนิงจื่อเยี่ยนเขม็งพร้อมออกแรงกัดมากกว่าเดิม!

“นางตัวดี!”

เสียงทุ้มเข้มของบุรุษผู้หนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย เขาคือซย่าอวี่หัง!

ทันใดนั้น หนิงจื่ออิ๋งรู้สึกว่ามีบางอย่างพุ่งชนหน้าท้องเต็มแรง เนื่องจากไม่ทันตั้งตัว ร่างของนางพลันกระเด็นไปตามแรง ก่อนจะกระแทกโครมลงบนหินก้อนโตที่ริมสระ! นางกระอักเลือดสดๆ จนย้อมสีพื้นตรงหน้าเป็นสีแดง!

“กล้าดีอย่างไรมาทำร้ายเยี่ยนเอ๋อร์! จับนางตัวดีไร้ยางอายผู้นี้ไปโยนลงสระให้ข้า” ซย่าอวี่หังเอ่ยเสียงห้วนไร้เยื่อใย

“กล้ากัดข้าอย่างนั้นรึ จับหญิงชั่วนางนี้ไปกดน้ำที่สระจนกว่าจะตาย!” หนิงจื่อเยี่ยนคลุ้มคลั่งแผดเสียงแหลมบาดหู…

หนิงจื่ออิ๋งอยากเงยหน้ามองให้ชัดๆ มองชายที่เมื่อวานยังพร่ำบอกถ้อยคำหวานซึ้งกับนาง แต่มาวันนี้กลับจะสังหารนางอย่างเลือดเย็น ทว่ายังไม่ทันไร นางก็ถูกคนสองสามคนกระชากผมลากไปยังริมสระบัวอย่างรุนแรง

“คุณหนู!” นั่นเป็นเสียงร้องโหยหวนของสาวใช้คนสนิทของนาง นามว่าเซียงเอ๋อร์ แม้นางพยายามหันไปมองแต่ภาพตรงหน้ากลับพร่ามัวไปหมด

นางเริ่มหายใจติดขัดราวกับว่าหน้าอกปริแยกออกจากกัน ส่วนร่างกายค่อยๆ ชาจนไม่รู้สึกเจ็บปวดอีกแล้ว นางฝืนรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้ายเพ่งมองใบหน้าของหลิงซื่อ หนิงจื่อเยี่ยน และซย่าอวี่หัง แล้วหัวเราะไร้เสียงกับสวรรค์อย่างบ้าคลั่ง มองเห็นริมฝีปากนางกระตุกยิ้มขื่นขมแฝงความเย็นชาและกระหายเลือดผ่านคลื่นน้ำกระเพื่อมได้…

“ใครก็ได้ จับพวกนางทั้งคู่ไปถ่วงกับหินแล้วเอาไปถ่วงน้ำเสีย พอถึงพรุ่งนี้ค่อยบอกว่าพวกนางจมน้ำตาย” หลังจากรอจนผิวน้ำหยุดกระเพื่อม นายและบ่าวคู่นั้นต่างสิ้นลมแล้ว หลิงซื่อก็ลุกขึ้นเอ่ยสั่งความเสียงเย็น

“เจ้าค่ะ นายหญิง!” สตรีสูงวัยสองสามนางลากก้อนหินที่อยู่ด้านข้างด้วยท่าทีคล่องแคล่วมามัดเข้ากับร่างของหนิงจื่ออิ๋งและเซียงเอ๋อร์ จากนั้นออกแรงผลักลงสระบัว ผืนน้ำแตกกระจายออกเป็นวงกว้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นจางๆ ไม่มีใครรู้เลยว่าเจ้าของเรือนอวิ๋นอิ่งสิ้นชีพแล้วในสระบัวแห่งนี้

“เยี่ยนเอ๋อร์ นางตัวดีกัดเจ้าหนักทีเดียว รีบไปให้หมอดูอาการเถอะ อย่าให้กระทบงานแต่งในวันพรุ่ง” เมื่อจัดการทุกอย่างตรงหน้าเรียบร้อย หลิงซื่อก็หันไปพูดกับหนิงจื่อเยี่ยนด้วยความเป็นห่วง

“ท่านแม่ มิต้องกังวลกับแผลแค่นี้ของข้าหรอก แต่เรื่องการตายของหมิงซื่อนี่สิ จะกระทบงานแต่งของข้ากับพี่อวี่หังหรือไม่” หนิงจื่อเยี่ยนชี้จวนฝ่ายหลังทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ นั่นเป็นที่อยู่ของหมิงซื่อ ผิงชี (3) ของฮู่กั๋วโหวหนิงจู่อาน ซึ่งเมื่อครู่เพิ่งมีคนมารายงานว่านางสิ้นลมแล้ว!

ถึงอย่างไรหมิงซื่อก็เป็นถึงผิงชีของฮู่กั๋วโหว มีฐานะทัดเทียมกับตนที่เป็นฮูหยินฮู่กั๋วโหว หากปล่อยให้เรื่องนี้แพร่งพรายออกไปละก็ หนิงจื่อเยี่ยนที่มีฐานะเป็นบุตรสาว (4) คงต้องรออีกสามเดือนจึงจะออกเรือนได้ แม้นางรอได้ แต่ท้องของนางรอได้เสียที่ไหน!

“นางตัวดีนั่น ตั้งนานไม่ตาย มาตายเอาในเวลาแบบนี้ วางใจเถอะเยี่ยนเอ๋อร์ แม่จะยื้อวันตายของนางออกไปจนถึงวันมะรืนเอง” หลิงซื่อสบถเสียงเย็นในลำคอ แต่เดิมนางก็อยากให้หญิงสารเลวผู้นั้นตายไวๆ ไม่นึกเลยว่าหล่อนกลับดวงแข็งเช่นนี้ ยังยื้อเวลาอยู่ต่อมาได้อีกกว่าครึ่งเดือน แถมยังประจวบเหมาะมาชนกับวันแต่งงานของบุตรสาวสุดที่รักของนางเสียได้!

ระหว่างที่พูด กลุ่มคนได้พากันทยอยเดินออกจากประตูเรือนอวิ๋นอิ่งไปจนหมด หญิงรับใช้สูงวัยคนสุดท้ายจัดการปิดประตูเรือนเสร็จสรรพ เรือนอวิ๋นอิ่งกลับสู่ความสงบอีกครั้ง ซึ่งใครก็ไม่อาจคาดคิดได้ว่าเรือนว่างเปล่าที่ปิดสนิทอยู่หลังนี้ไม่มีเจ้าของอยู่อีกแล้ว…

แต่ทันใดนั้นร่างที่จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ในน้ำก็พลันฟื้นขึ้น ร่างกายเบาหวิวจนนางรีบพุ่งคว้าไปด้านหน้าตามสัญชาตญาณ!

ฟื้นแล้ว!

หนิงจื่ออิ๋งเบิกตาโพลงมองสภาพแวดล้อมรอบๆ ที่ดูไม่คุ้นเคย แววตาเปี่ยมความสงสัย

นางจมน้ำตายในสระบัวแล้วแท้ๆ ที่นี่ที่ไหนกัน

(1) หนึ่งในบรรดาศักดิ์ของขุนนางจีน เรียงลำดับจากสูงไปต่ำคือ กง โหว ป๋อ จื่อ หนาน

(2) ซื่อ แปลว่านามสกุล ใช้เรียกต่อท้ายสกุลเดิมของหญิงที่แต่งงานแล้ว

(3) คำเรียกภรรยาโดยชอบธรรมซึ่งมีศักดิ์เทียบเท่าภรรยาเอก

(4) ตามธรรมเนียมจีนโบราณ บุตรธิดาในตระกูลนั้นๆ ต้องถือภรรยาโดยชอบธรรมของบิดาเป็นมารดาของตน ในกรณีนี้ ฮู่กั๋วโหวมีภรรยาโดยชอบธรรมสองคน ได้แก่ หลิงซื่อและหมิงซื่อ ฉะนั้น บุตรธิดาทั้งหมดของฮู่กั๋วโหวต้องนับทั้งสองคนนี้เป็นดั่งมารดาของตน

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d71ac909f189eca8099ff10d1d6609fe

ฟื้นคืนชีพ ณ โถงที่ตั้งศพ

บทที่ 2 ฟื้นคืนชีพ ณ โถงที่ตั้งศพ

ที่นี่ที่ไหน

หนิงจื่ออิ๋งมองชุดผ้าดิบสีขาวบนร่างและเครื่องตกแต่งในโถงที่ตั้งศพที่ตกแต่งง่ายๆ แล้วพลันปวดศีรษะรุนแรง พร้อมกันนั้นภาพความทรงจำมากมายที่ไม่คุ้นเคยก็ไหลหลากเข้าสู่ศีรษะนาง

หนิงเสวี่ยเยียน อายุสิบสี่ปี คุณหนูห้าของจวนฮู่กั๋วโหว ขี้กลัวและอ่อนแอ มารดาคือหมิงซื่อ ผิงชีผู้มิได้เป็นที่โปรดปรานของจวนฮู่กั๋วโหว นางสิ้นลมเมื่อวานนี้ หนิงเสวี่ยเยียนเสียใจมาก ด้วยร่างกายที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม จึงร้องไห้จนขาดใจตายหน้าป้ายวิญญาณของมารดา

ด้วยเหตุนี้ นางจึงได้ฟื้นคืนชีพในร่างของหนิงเสวี่ยเยียน มิใช่หนิงจื่ออิ๋งญาติห่างๆ ผู้นั้นที่ต้องขอพึ่งบารมีของจวนฮู่กั๋วโหวอีกต่อไป!

เสียงดนตรีครื้นเครงคละเคล้าเสียงหัวเราะที่จวนฝ่ายหน้าดังมาจากด้านนอก! ทำให้นางมึนงงเหมือนตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝัน…

ใช่แล้ว จากความทรงจำของหนิงเสวี่ยเยียน ตอนนี้ผู้ที่ทำพิธีสมรสอยู่ที่จวนฝ่ายหน้าคือซย่าอวี่หังกับหนิงจื่อเยี่ยน!

พวกเขาคิดว่าหนิงจื่ออิ๋งตายแล้ว!

สงสารวัฏ กฎแห่งกรรม มิอาจหนีพ้น ตอนนี้นางไม่ใช่คนเดิมอีกแล้ว คราวนี้ถึงตานางส่งพวกเขาไปลงนรกบ้าง…

“คุณหนูห้า คุณหนูห้าเจ้าคะ” เสียงแม่นมหานหมอมอ (1) ดังมาจากหน้าประตู

“หานหมอมอ ข้าอยู่นี่” เสียงแหบแห้งเอ่ยผ่านลำคอ คนที่ร้องไห้จนหมดสติ ทั้งยังมิได้กินอะไรมาหนึ่งวันเต็มอย่างนาง มีแรงส่งเสียงเพียงเท่านี้ได้ก็นับว่าดีมากแล้ว

เมื่อได้ยินเสียงของหนิงเสวี่ยเยียน หานหมอมอก็รีบวิ่งเข้ามาหา “คุณหนูห้า บ่าวเอาน้ำมาให้เจ้าค่ะ คุณหนูดื่มก่อนสักหน่อย แล้วพักสักครู่เถอะเจ้าค่ะ”

“หมอมอ มีคนจากฮูหยินฝั่งนั้นนำอาหารมาส่งหรือยัง” อาการแสบร้อนในลำคอสลายไปเมื่อได้ดื่มน้ำ สีหน้าของนางดีขึ้นบ้าง นัยน์ตาฉายแววเรียบเฉย ยามนี้เกี้ยวเจ้าสาวคงออกเดินทางจากจวนไปแล้ว แต่ฟังจากเสียงครึกครื้นที่ได้ยินจากด้านนอก บรรดาแขกน่าจะยังอยู่กันครบ หากเกิดเรื่องวุ่นวาย คนที่ชมดูสมควรจะมีไม่น้อย

“บ่าวถามไปบ้างแล้ว พวกเขาบอกว่า…” หานหมอมอกลืนน้ำลายลงคออย่างอึดอัดใจ เหลือบมองหนิงเสวี่ยเยียน “พวกเขาบอกว่าอีกสักพักฮูหยินใหญ่จะส่งคนนำมาให้ ขอให้คุณหนูอย่ารีบร้อนเจ้าค่ะ”

“หมอมอ ไป พวกเราไปเอาเอง!” นัยน์ตาของหนิงเสวี่ยเยียนฉายแววเย็นชาวูบหนึ่ง นางลุกพรวดพร้อมยิ้มหยันสมเพช หากจำไม่ผิดละก็ ตอนนี้ผู้ใหญ่ในจวนฮู่กั๋วโหวนอกจากฮูหยินเฒ่าผู้เห็นแก่หน้าตาและภาพลักษณ์เป็นสำคัญผู้นั้นแล้ว ก็ยังมีฮูหยินเฒ่าลิ่วที่เป็นแขกพำนักอยู่ที่จวนฮู่กั๋วโหวอีกคน เป็นคนที่เคร่งระเบียบและธรรมเนียมมาก

ฮูหยินเฒ่าลิ่วผู้นี้มีศักดิ์เป็นอาแท้ๆ ของฮู่กั๋วโหวหนิงจู่อาน สามีนางผู้สิ้นชีพไปแล้วเป็นผู้มีหน้ามีตาในแถบเจียงหนาน นางที่แต่งเข้าสกุลลิ่วให้กำเนิดบุตรสาวเพียงคนเดียว พอสามีตายจาก บุตรสาวก็ออกเรือนไป จึงต้องใช้ชีวิตโดดเดี่ยว หนิงจู่อานเลยตั้งใจไปรับนางจากเจียงหนานมาที่จวน ในตอนนั้นผู้คนในราชสำนักล้วนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าหนิงจู่อานเป็นคนกตัญญู

“อะไรนะเจ้าคะ พวกเรา…พวกเราไปเอาเองหรือเจ้าคะ” หานหมอมอตกใจเบิกตาโพลง มองหญิงสาวอ่อนแอที่ตนคอยปกป้องมาตลอดอย่างไม่เชื่อสายตา

“ใช่ เราไปเอาเอง พวกเขาบอกเองมิใช่หรือว่าท่านแม่ของข้าตาย ถือเป็นลางไม่ดี มิให้ข้าไปที่จวนฝ่ายหน้า!”

หนิงเสวี่ยเยียนพูดเสียงเย็น นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์แค้นเคือง

หนิงจื่อเยี่ยน เจ้าอย่าคิดนะว่าแค่เกี้ยวเจ้าสาวเคลื่อนตัวเข้าจวนตระกูลซย่าไปแล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ วันนี้ต่อให้เป็นน้ำสะอาด นางก็จะกวนให้ขุ่น แล้วนับประสาอะไรกับจวนฮู่กั๋วโหวที่แต่ไหนแต่ไรมาก็มิเคยสะอาดเล่า!

“คุณหนูห้า ท่านจะออกไปด้านหน้ามิได้นะเจ้าคะ หากว่าฮูหยินใหญ่กับฮูหยินเฒ่ารู้เข้าคงมิปล่อยท่านไว้แน่” หานหมอมอตื่นตระหนกต่อการตัดสินใจหุนหันของหนิงเสวี่ยเยียน หล่อนดึงรั้งแขนเสื้อของนางไว้แน่น เกรงว่านางจะปรี่ออกไปจริงๆ

“หานหมอมอวางใจเถอะ ข้าจะมิทำอะไรหุนหันหรอก” ดวงตาของหนิงเสวี่ยเยียนฉายแววล้ำลึกไม่อาจคาดได้ว่านางคิดอะไรอยู่

เมื่อเห็นคุณหนูของตนยืนกรานเช่นนั้น หานหมอมอก็ได้แต่คว้าตะเกียงที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างเสียมิได้ พร้อมยื่นมือไปประคองหนิงเสวี่ยเยียน

เสียงครื้นเครงดังอึกทึกตลอดทางที่เดินไปจวนฝ่ายหน้า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างสวมชุดสีฉูดฉาดดูเป็นสิริมงคล ชุดผ้าดิบสีขาวของนางยิ่งดูสะดุดตาอย่างเห็นได้ชัด

ด้วยความที่เรื่องพิธีศพถูกปิดเป็นความลับ จึงแทบไม่มีบ่าวคนไหนในจวนรู้ว่ามีคนตาย ประกอบกับหลายปีมานี้ หนิงเสวี่ยเยียนขี้กลัวเสียจนไม่เคยก้าวออกจากเรือนหมิงซวงสักครั้ง บ่าวไพร่ที่เพิ่งมาใหม่ต่างก็ไม่ทราบสถานะของนาง และพากันคาดเดาไปต่างๆ นานาว่านางเป็นใคร!

“นี่ใครกัน เหตุใดจึงได้แต่งตัวเช่นนี้ ทำเสียอย่างกับว่ามีใครตายอย่างนั้นแหละ”

“ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณหนูของเรือนทางนั้น ดูสภาพแล้วไม่ยักเหมือนคุณหนูเลยสักนิด”

“เป็นคนของเรือนนั้นเองหรอกรึ ช่างไม่รู้กาลเทศะเสียจริง วันนี้คุณหนูใหญ่แต่งงานแท้ๆ นางกลับแต่งตัวอย่างนี้เสียได้ คิดจะก่อเรื่องหรือไร”

ทันใดนั้น หญิงรับใช้สูงวัยนางหนึ่งถลาออกมาจากกลุ่มคน รั้งหนิงเสวี่ยเยียนไว้พลางเอ่ยโดยไม่เกรงใจ “คุณหนูห้า ทำไมท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้ ไม่สบายอยู่ก็อย่าออกมาทรมานตัวเองเลย ฮูหยินใหญ่บอกให้ท่านกลับไปพักเสีย”

คนในจวนฮู่กั๋วโหวต่างยกให้หลิงซื่อเป็นฮูหยินใหญ่ ส่วนหมิงซื่อเป็นฮูหยินรอง คนตรงหน้าคืออวิ๋นหมอมอ สาวใช้คนสนิทของหลิงซื่อ หนิงเสวี่ยเยียนจำได้ว่า หล่อนก็เป็นคนหนึ่งในกลุ่มคนสารเลวที่จับหนิงจื่ออิ๋งถ่วงน้ำตายเมื่อคืน แววตาเย็นชาของนางพลันวาวโรจน์อย่างแค้นเคือง

“อวิ๋นหมอมอ คุณหนูห้ายังมิได้กินอะไรเลยทั้งวัน ทำไมยังไม่มีคนนำอาหารไปส่งให้อีกเล่า” หานหมอมอออกโรงพูดเสริม

“จวนฝ่ายหน้าวุ่นวายกันจะตาย แขกในงานล้วนแต่เป็นคนสำคัญทั้งนั้น ฮูหยินกับฮูหยินเฒ่าเองก็ยังมิได้กินอะไรเลยเหมือนกัน แล้วคุณหนูห้าจะรีบร้อนทำไมเล่า เดี๋ยวจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจะนำอาหารไปส่งให้คุณหนูห้าเอง” อวิ๋นหมอมอเอ่ยอย่างเหลืออด

“จัดการทุกอย่างเรียบร้อยอย่างนั้นหรือ ต้องรอถึงเมื่อไรกัน หรือว่าวันนี้ท่านแม่กับท่านย่าก็ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันเหมือนข้าอย่างนั้นหรือ” หนิงเสวี่ยเยียนสลัดแววตาเกลียดชังออกไปก่อนจะเงยหน้า พร้อมแสร้งเอ่ยถามด้วยท่าทางประหลาดใจมาก

อวิ๋นหมอมอชะงักแปลกใจ คุณหนูห้าผู้อ่อนแอที่แต่ไหนแต่ไรไม่เคยพูดเสียงดัง มาวันนี้กลับต่อปากต่อคำกับตนเสียร้ายกาจเช่นนี้ได้ หล่อนเงยหน้าสบแววตาเย็นยะเยือกของหนิงเสวี่ยเยียนพอดี พลันเผลอหวาดผวาอย่างห้ามไม่อยู่

(1) หมอมอ เป็นคำเรียกหญิงรับใช้ที่ระดับสูงกว่าหญิงรับใช้ทั่วไป บางครั้งก็เป็นแม่นมด้วย

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d71ac909f189eca8099ff10d1d6609fe

ออกลายตั้งแต่แรกพบ

บทที่ 3 ออกลายตั้งแต่แรกพบ

“อวิ๋นหมอมอ ได้ข่าวว่าวันนี้ท่านเป็นคนดูแลครัว เหตุใดนายยังมิมีอะไรตกถึงท้องแต่บ่าวกลับได้กินกันถ้วนหน้าแล้วอย่างนี้เล่า” หนิงเสวี่ยเยียนพูดยิ้มๆ ด้วยน้ำเสียงจิกกัด พลางยื่นนิ้วชี้แตะมุมปากมันแผล็บของอวิ๋นหมอมอ

“คุณหนูห้า ท่านเป็นถึงธิดาสายตรงของจวนโหว มาถือสาหาความกับผู้น้อยอย่างพวกข้าเพียงเพื่ออาหารมื้อเดียวก็กระไรอยู่ ท่านกลับเรือนไปก่อนดีกว่า ไว้ทางนี้เสร็จธุระแล้วจะนำอาหารไปส่งให้” อวิ๋นหมอมอนึกไม่ถึงว่าวันนี้หนิงเสวี่ยเยียนจะร้ายกาจจนน่าตกใจเช่นนี้ แต่พอนึกได้ว่าฮูหยินเคยลอบสั่งตนเป็นนัยๆ ว่าไม่ต้องสนใจคุณหนูห้าผู้นี้ ทั้งปกติอีกฝ่ายก็ดูไม่สู้คน จึงเริ่มไม่ใส่ใจอีกครั้ง

พูดจบก็หันไปเอ่ยกับหญิงรับใช้สูงวัยสองนางที่ตามมาด้านหลัง โดยไม่รอให้หนิงเสวี่ยเยียนตอบ “ใครก็ได้ ส่งคุณหนูห้ากลับที!”

นางเป็นคนสนิทของหลิงซื่อ ย่อมรู้ดีว่าจะให้หนิงเสวี่ยเยียนออกไปวุ่นวายด้านหน้าไม่ได้ ทางนี้ต้องให้คนบังคับลากนางออกไป จะให้นางออกไปทำเสียเรื่องไม่ได้เด็ดขาด

“พวกบ่าวสุนัข ข้าจะดูซิว่าพวกเจ้าใครกล้าแตะต้องข้า!” หนิงเสวี่ยเยียนมองหญิงรับใช้สูงวัยทั้งสองที่ทำท่าจะเข้าหาอย่างไม่ประสงค์ดีแล้ว พลันแค่นหัวเราะเสียงเย็น เอ่ยเสียงดัง

ราวกับมีไออันตรายแผ่ออกจากใบหน้านาง ช่างสมจริงราวกับจับต้องได้ หญิงรับใช้สูงวัยทั้งสองตกใจจนตัวสั่น ไม่กล้าลงมือ

อวิ๋นหมอมอเสียหน้า นางตวาดหญิงรับใช้สูงวัยทั้งสองซ้ำๆ “ไปสิ ยังไม่รีบลากคุณหนูห้าออกไปอีก”

หนิงเสวี่ยเยียนแค่นหัวเราะในใจ บ่าวรังแกนาย หลิงซื่อเลี้ยงดูบ่าวได้ดียิ่งนัก แต่นี่แหละที่นางต้องการ หนิงเสวี่ยเยียนดันหานหมอมอที่ป้องตัวนางอยู่ออก ก้าวไปด้านหน้าสองก้าว เงื้อมือฟาด “พวกบ่าวสุนัข ข้าคือนายของจวนโหว บ่าวสุนัขอย่างเจ้าคิดจะลากข้าออกไปก็ทำได้อย่างนั้นรึ!”

เสียง “เพียะ” ดังขึ้น ฝ่ามือที่เปี่ยมความแค้นสองภพสองชาติของนางฟาดใบหน้าตื่นตะลึงของอวิ๋นหมอมอเต็มแรง

ใครๆ ต่างนึกไม่ถึงว่าคุณหนูห้าผู้ขวัญอ่อนและขี้กลัวจะตบหมอมอคนสนิทของฮูหยินใหญ่!

อวิ๋นหมอมออยู่ในจวนนี้มาเคยโดนแบบนี้ที่ไหนกัน นางยกมือกุมหน้าพร้อมตวาดแหว สีหน้าถมึงทึง “ท่านกล้าตบข้างั้นรึ!”

นางมึนศีรษะไปครู่หนึ่ง รู้สึกเพียงได้ยินเสียงวิ้งๆ ที่ข้างหู ครั้นเห็นสาวใช้และหญิงรับใช้สูงวัยไม่กี่คนที่อยู่ด้านข้างแอบหัวเราะ ก็อับอายนัก

ในสภาพอารมณ์คุกรุ่น อวิ๋นหมอมอไม่มัวมาคิดอีกแล้วว่าหนิงเสวี่ยเยียนเป็นนายของจวนนี้ นางปรี่เข้าไป เงื้อมือเตรียมฟาด!

สมเป็นบ่าวชั่ว ถึงกับกล้าลงมือกับนาย นัยน์ตาของหนิงเสวี่ยเยียนฉายแววดูแคลนวูบหนึ่ง นางขยับหลบไปด้านข้าง แกล้งสะดุดล้มพลางยื่นเท้าขัดขาอวิ๋นหมอมอได้เหมาะเจาะ ทำเอาอวิ๋นหมอมอที่ปรี่ดุดันเข้ามาล้มคะมำไปอยู่ข้างหนิงเสวี่ยเยียนอย่างงุนงง

หนิงเสวี่ยเยียนมองอวิ๋นหมอมอที่กองตรงหน้าแล้วก็กำมือแน่น จากนั้นยื่นไปหยิกที่อกของอวิ๋นหมอมอเต็มเหนี่ยวจากมุมอับ คราวนี้นางออกแรงจนสุดแรง เมื่อหยิกเสร็จก็ล้มตัวไปทางร่างของอวิ๋นหมอมอ ทำให้ดูเผินๆ เหมือนว่าอวิ๋นหมอมอกำลังดึงกระชากนาง

คราวนี้นางออกแรงหนักมาก อวิ๋นหมอมอเจ็บจนร้องโวยวายเสียงแหลม สตินางกระเจิงนานแล้ว ลืมเสียสนิทว่าหนิงเสวี่ยเยียนเป็นนายของจวนฮู่กั๋วโหว นางยื่นมือหมายตบหนิงเสวี่ยเยียน พลางแผดเสียงก่นด่า “นางตัวดีน่าตายนัก กล้าตบข้ารึ วันนี้ข้าไม่เก็บเจ้าไว้แน่”

ครานี้ สาวใช้และหญิงรับใช้สูงวัยที่อยู่ด้านข้างเองก็ตั้งสติได้แล้ว พวกนางรีบเข้าห้ามทั้งคู่ทันที หานหมอมอไวที่สุด นางดึงหนิงเสวี่ยเยียนเข้ามากอดแน่นแนบอกไม่ยอมปล่อย ชั่วขณะนั้นสถานการณ์กลายเป็นชุลมุนในพริบตา

“หยุดเดี๋ยวนี้ นี่มันเรื่องอะไรกัน” เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังมาจากด้านบน หลิงซื่อที่รีบมา เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ก็แทบเดือดดาล! ถลึงตามองอวิ๋นหมอมอตาขวางจนนางสะดุ้ง รีบสะบัดแขนของหนิงเสวี่ยเยียนที่คว้าไว้ออก แล้วลนลานเอ่ยแก้ต่าง

“ฮูหยิน คุณหนูห้าตบข้าเจ้าค่ะ ท่านดูสิ นางตบจนหน้าข้าบวมหมดแล้วเจ้าค่ะ” นางพูดเสียงดังอย่างอัดอั้น ชี้ใบหน้าด้านข้างที่บวมแดงให้หลิงซื่อดู ผิวส่วนนั้นทั้งแดงทั้งบวม ดูก็รู้ว่าถูกตบ

“คุณหนูห้า นี่มันเรื่องอะไรกัน ไยเจ้าไม่อยู่ที่เรือนหมิงซวงดีๆ ออกมาตบตีบ่าวที่นี่เพื่ออะไร” หลิงซื่อขมวดคิ้ว มองหนิงเสวี่ยเยียนที่อยู่ในอ้อมกอดของหานหมอมอ พร้อมถามไม่สบอารมณ์

หนิงเสวี่ยเยียนจับมือหานหมอมอไว้ หยัดกายลุกขึ้นอย่างลำบาก ใบหน้าเรียวเล็กขาวซีดไร้สีเลือดฝาด แม้แต่สีริมฝีปากยังแทบมองไม่เห็น นางยื่นมือชี้อวิ๋นหมอมอพลางพูด “ท่านแม่ นางบ่าวสุนัขนี่ไม่เพียงด่าทอข้า หนำซ้ำยังกัดข้าอีก ขอท่านแม่โปรดให้ความยุติธรรมแก่ข้าด้วย”

“ฮะ!”

ผู้คนต่างตกตะลึง พร้อมใจกันมองแขนเสื้อสีเรียบของหนิงเสวี่ยเยียน แขนเสื้อสีขาวมีคราบเลือดเปื้อนอยู่วงใหญ่ มีหยดเลือดไหลจากปลายแขนเสื้อ จากนั้นเบนสายตากลับไปมองใบหน้าขาวซีดของหนิงเสวี่ยเยียน แล้วก็พอทราบได้ว่านางเสียเลือดมาก

เหตุการณ์กลับตาลปัตรเช่นนี้ ทำเอาทุกคนจับต้นชนปลายไม่ถูก ยกเว้นเพียงแต่ตัวหนิงเสวี่ยเยียนเอง! นางข่มความแค้นในสีหน้า ใบหน้าขาวซีดตัดกับเลือดที่ไหลจากปากแผลไม่หยุดดูน่าสะเทือนใจยิ่งนัก ยิ่งดูน่าสงสารในสายตาของผู้พบเห็น

“ฮูหยิน บ่าวมิได้กัดคุณหนูห้านะเจ้าคะ!” อวิ๋นหมอมอเองก็ตกใจเช่นกัน นางเห็นท่าไม่ดีจึงรีบอธิบาย เพราะแม้หนิงเสวี่ยเยียนไม่เป็นที่โปรดปรานเช่นไร แต่ก็ยังเป็นนายของจวนอยู่

“หมอมอจะบอกว่าข้ากัดตัวเองอย่างนั้นรึ” หนิงเสวี่ยเยียนยืนซวนเซ มือหนึ่งยกกุมขมับ ท่าทางอ่อนแอราวกับจะเป็นลมเสียตรงนั้น แต่ก็ฝืนไว้ แล้วหันไปมองหลิงซื่อ “ท่านแม่ โปรดให้ความยุติธรรมแก่ลูกด้วย”

นางเน้นคำว่า “ลูก” พูดจบก็ล้มหงายหลัง หานหมอมอรีบยื่นมือไปรับนางไว้ หนิงเสวี่ยเยียนกระซิบเสียงแผ่วที่ข้างหูหานหมอมอประโยคหนึ่ง จากนั้นก็หมดสติไป

**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/d71ac909f189eca8099ff10d1d6609fe

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...