ผ้าอนามัย ทำไมต้องฟรี? ‘นิทรรศกี’ มีคำตอบ
ผ้าอนามัย ทำไมต้องฟรี? ‘นิทรรศกี’มีคำตอบ
ในบริบทสังคมไทย ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าแนวคิด ‘ชายเป็นใหญ่’ ฝังรากลึก ขณะที่โลกกำหนดให้ 8 มีนาคมของทุกปีคือวัน ‘สตรีสากล’ ผู้คนออกมารำลึกถึงการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมทางเพศของผู้หญิง
สำหรับสถานการณ์และบรรยากาศในบ้านเรา การเรียกร้องสิทธิในร่างกายและชีวิตที่เกี่ยวพันกับกฎหมายเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการรณรงค์หนุน พ.ร.บ. สมรสเท่าเทียม, การผลักดันให้ Sex Worker เป็นอาชีพถูกกฎหมาย การมีสิทธิที่จะยุติการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม ท่ามกลางความเห็นหลากหลาย ทั้งฝั่งเห็นด้วยและฝ่ายคัดค้าน
ล่าสุด เกิดการขับเคลื่อนอีกประเด็นอย่างเป็นรูปธรรมอย่างการสนับสนุนให้มี ‘ผ้าอนามัยฟรี’ เพื่อสตรีทุกคนในประเทศ ปักหมุดให้เป็นหนึ่งในสวัสดิการของรัฐ พร้อมเปิดนิทรรศการชื่อสะดุดหูว่า ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’ ณ ที่ทำการพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองที่ออกตัวถือธงนำในภารกิจนี้
ใช้ฤกษ์ วันสตรีสากล ตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการอย่างเป็นทางการ พร้อมล้อมวงเสวนา ‘สวัสดิการผ้าอนามัยคือสิทธิมนุษยชน’
จ่อยื่นเข้าสภา‘ลดภาษีผ้าอนามัย’
เสียงแห่งความทุกข์ยากที่‘ไกลหู’
เริ่มต้นที่ขัตติยา สวัสดิผล อดีตสมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ซึ่งเท้าความถึงนโยบายในยุค ‘พรรคไทยรักไทย’ ที่อาจไม่ได้เป็นนโยบายเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะ แต่สนับสนุนความเท่าเทียมของคนทุกเพศ ทุกวัย โดยเห็นได้จากการสนับสนุนสวัสดิการถ้วนหน้าโดยภาพรวม เช่น ‘ถุงรับขวัญ’ ซึ่งเป็นโครงการจัดส่งของใช้สร้างเสริมพัฒนาการเด็กแรกเกิด สำหรับการเคลื่อนไหวล่าสุด พรรคเพื่อไทยเตรียมนำรายชื่อประชาชนที่ลงนามผ่านเว็บไซต์ Change.org เข้าสภาผลักดันการลดภาษีผ้าอนามัย
“ที่ผ่านมามีการเข้าชื่อในเว็บไซต์ Change.org ประเด็นลดภาษีผ้าอนามัยนำเสนอให้พรรคเพื่อไทยนำเข้าสู่กรรมาธิการเด็กและสตรี เพื่อนำเรื่องเข้าสู่สภา สำหรับเรื่องผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า ทีมทำนโยบายหลักๆ เป็น
กลุ่ม LGBTQ+ ที่เล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้มีประจำเดือนทุกคน นโยบายผ้าอนามัยฟรีไม่ใช่เรื่องของคนกลุ่มเดียว เพราะผู้ที่จะได้ประโยชน์คือคนค่อนประเทศ คือผู้หญิงทุกคน เราอาจไม่ได้ยินเสียงความยากลำบากในการเข้าถึงผ้าอนามัยสักแผ่น เพราะเสียงเหล่านี้มันอยู่ไกลหูเรา มันสะท้อนมาไม่ถึงเรา ถ้ารัฐสามารถรับรู้ได้ว่าแต่ละคนใช้ผ้าอนามัยกี่แผ่นต่อเดือน รัฐจะรู้ถึงสุขอนามัยของประชาชน ประชาชนเองก็จะเข้าใจเรื่องสุขอนามัยของตัวเอง รู้ว่าเรากำลังเผชิญกับโรคอะไรอยู่หรือไม่”ขัตติยา กล่าวพร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาในประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น
การสำรวจ ฟังเสียงประชาชน ทำร่วมกับภาคเอกชน และ NGOs คือสิ่งที่ต้องเดินหน้า
มดลูก เต้านม รังไข่
‘ภาระทางสุขภาพ’
บนความต่างของ ‘หญิง-ชาย’
ด้าน จิตติมา ภาณุเตชะ ที่ปรึกษาแผนงานสุขภาวะผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ สมาคมเพศวิถีศึกษา มองว่า นโยบายผ้าอนามัยฟรีจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อสังคมมองเห็นความสำคัญของ ‘สุขภาพทางเพศ’ และอนามัยเจริญพันธุ์ของผู้หญิง
“อย่างแรกเราต้องรู้ว่ามนุษย์ผู้หญิงกับมนุษย์ผู้ชายมีภาระทางสุขภาพต่างกัน เราไม่ได้พูดว่าหากผู้หญิงปวดหัวกับผู้ชายปวดหัว ต้องดูแลผู้หญิงที่ปวดหัวให้ดีกว่าผู้ชาย แต่เรากำลังพูดถึงสิ่งที่เกิดมาคู่กับผู้หญิง คือ มดลูก เต้านม รังไข่ คือสิ่งที่ซับซ้อน และต้องการการดูแลเฉพาะด้าน แต่นโยบายสุขภาพส่วนใหญ่ของรัฐเน้นการรับมือกับปัญหา เช่น การแพร่ระบาดของ HIV, ท้องไม่พร้อม และอื่นๆ แต่วิธีการมองเห็นว่ามนุษย์ผู้หญิงต้องการอะไร และมีการส่งเสริมดูแลตั้งแต่เด็กนั้น ยังไม่มี ทำให้มันส่งผลถึงรากลึกมากๆ ถึงความเข้าใจในเรื่องการเข้าใจร่างกายผู้หญิง ถ้ามีนโยบายที่ตั้งอยู่บนฐานความเป็นธรรมในเรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ เรื่องนี้จะไม่ถูกละเลยแน่นอน
ที่ผ่านมาสิ่งที่ผู้หญิงต้องทำมาโดยตลอดคือส่งเสียงและเรียกร้อง ตั้งแต่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการขอสิทธิในการเลือกตั้ง ขอสิทธิเรียนหนังสือ ถึงวันนี้ในสังคมไทยถึงเวลาที่เสียงของเราจะต้องถึงว่าเราต้องการอะไร และเราจะมีทางเลือกอะไรบ้างในชีวิต เช่น ท้องไม่พร้อม เราจะมีทางเลือกอะไรบ้าง อยากมีลูก หรือไม่อยากมีลูก เป็นเมนส์ ไม่เป็นเมนส์ เราก็ควรได้รับสวัสดิการทั้งในเรื่องการศึกษา การเข้าถึงบริการพื้นฐานทั่วไป ภาครัฐไทยจะต้องสนับสนุนพร้อมกับการให้ความรู้” จิตติมาแนะ
เลิกซ่อน ล้างวาทกรรม
‘ประจำเดือนคือของต่ำ’
จากนั้น วรางทิพย์ สัจจทิพวรรณ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ผ้าอนามัย ‘Ira Concept’ ผ้าอนามัยออร์แกนิคที่ ‘ย่อยสลายได้ 99%’ และผู้รณรงค์การขจัด Period Shaming ทัศนคติแง่ลบต่อ ‘ประจำเดือน’ ของผู้หญิง เล่าถึงปมปัญหาการ ‘กล่าวโทษ’ การมีประจำเดือน การมองประจำเดือนเป็น ‘ของต่ำ’ ที่ต้องปกปิดซ่อนเร้น
“ความเชื่อของสังคมมันปลูกฝังเรามาว่า ประจำเดือนเป็นของต่ำ เป็นของที่ต้องซ่อน เป็นเรื่องของคุณที่ต้องจัดการเอง มันเลยไม่มีความเข้าใจว่า ความจริงแล้วประจำเดือนคืออะไร จะจัดการมันยังไง เราจึงศึกษาและทำแบรนด์ของตัวเองออกมาเพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้หญิง โดยเป็นทั้งสิ่งที่ดีต่อตัวเองและโลกด้วย เนื่องจากผ้าอนามัย 1 แผ่น เท่ากับถุงพลาสติก 10 ถุง ใช้เวลาเป็นร้อยๆ ปีเพื่อสลายตัว เหมือนเราตายไปแล้วแต่ผ้าอนามัยยังอยู่”
เจ้าของแบรนด์ผ้าอนามัยย่อยสลายได้ กล่าวต่อไปด้วยว่า ที่ผ่านมาเคยมีผู้บริจาค ‘ผ้าอนามัยซักได้’ ให้ชุมชนต่างๆ แต่เมื่อไปลงพื้นที่จริง พบว่าผู้หญิงบางกลุ่มไม่สามารถใช้ได้ เนื่องจากอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย
“ตอนนั้นเราทำงานกับชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเขาอาศัยอยู่ในป่า ไม่มีน้ำสะอาดใช้ จะซักอย่างไร หากซักแล้วไม่สะอาด ติดเชื้ออีก เราจึงทำแบรนด์ Ira Concept ออกมาโดยไม่ได้เป็นแค่ผ้าอนามัย แต่เป็นสัญลักษณ์ของความเท่าเทียม ต้องการเป็นกระบอกเสียงให้คนที่มีประจำเดือน ต้องการทำลายความเชื่อผิดๆ ว่าเมื่อประจำเดือนต้องซ่อน เราสามารถวางผ้าอนามัยไว้ตรงไหนก็ได้”
สำหรับข้อเสนอต่อรัฐบาลและพรรคการเมือง วรางทิพย์ บอกว่า นอกจากจะฟังเสียงประชาชนแล้ว อยากให้ฟังเสียง ‘เอกชน’ ซึ่ง อาจเรียกได้ว่าเป็น Expert หรือผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานในตลาดด้านนี้มานาน จึงมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้มีประจำเดือนมากมาย
“มักจะมีคนถามว่า ถ้านโยบายผ้าอนามัยฟรีออกมาแล้วบริษัทเราจะเป็นยังไง ขอบอกเลยว่าจริงๆ แล้วเรื่องนี้มันลึกซึ้งมาก มันยังมีอีกหลายด่านกว่าจะไปถึงจุดนั้น แต่ทุกด่านคือสิ่งที่เราต้องทำร่วมกัน ซึ่งจะเป็นการแชร์ความรู้ที่แต่ละคนมี และคนที่จะได้ผลประโยชน์ก็คือประชาชน นโยบายนี้จะเกิดขึ้นจริงได้ถ้าคุณฟังทั้งประชาชน ทั้งเอกชนแล้วเดินไปด้วยกัน เพราะในต่างประเทศที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่ อย่างสวีเดนเองก็มีการจัดตั้งคณะกรรมการ Private sector ขึ้นมาเพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน แทนที่ต่างคนต่างเริ่มจากศูนย์”
วรางทิพย์กล่าว
‘ตรงนี้มีใครได้ใช้เรือดำน้ำไหม’?
คำถามสวนผ้าอนามัยฟรี
ถลุงภาษีให้คน‘เฉพาะกลุ่ม’
อีกมุมมอง มาจาก โชติรส นาคสุทธิ์ หรือ ‘ลูกแก้ว’ เจ้าของเพจ ‘เจ้าแม่’ และพิธีกรรายการ ‘Sex is More’ กล่าวถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการยกระดับความคิดเรื่องเพศในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา
“สำหรับความเปลี่ยนแปลงแรกสุดในวันสตรีสากล คนวัย 30-35 ปี จะเข้าใจว่ามันคือวันของผู้หญิง แต่น้องๆ ในทวิตเตอร์ หรือเฟมทวิต เขาไปไกลกว่านั้นแล้ว เขาไปไกลถึงขั้นที่ว่า วันสตรีสากลมันไม่ใช่แค่วันของผู้หญิง โลกแห่งความเท่าเทียมและการต่อสู้ทางเพศมันไปไกลกว่านั้นแล้ว เช่น เรื่อง Sex Worker ซึ่งก็มีคนทำงานด้านนี้มาตลอด ดังนั้น มันสมควรหรือยังที่รัฐควรดูแลพวกเขาอย่างครอบคลุม หรือประเด็นการยุติการตั้งครรภ์ที่ผู้หญิงควรจะมีทางเลือก สิ่งเหล่านี้ถ้าพูดกับคนที่ไม่ได้สนใจ หรือคนที่ไม่มีประจำเดือน ไม่มีมดลูก ก็จะมีคำถามว่า มันปวดขนาดนั้นเลยหรือ สำออยหรือเปล่า ลางานอะไรได้ทุกเดือน การที่คุณไม่ได้เผชิญสิ่งเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐไม่ต้องมีนโยบายมารองรับ”
ส่วนประเด็นที่ว่า ผ้าอนามัยฟรี จะเป็นการ ‘ใช้ภาษีเพื่อคนเฉพาะกลุ่ม’ หรือไม่ ? ลูกแก้ว โชติรส ตอบกลับด้วยคำถามชวนคิด
“ขอถามแบบชุ่ยๆ เลยนะ ตรงนี้มีใครได้ใช้เรือดำน้ำไหมคะ คนอยู่สุไหงโก-ลกก็ไม่ได้ใช้รถไฟฟ้าในกรุงเทพฯการที่เราไม่ได้เกิดมาพิการ แปลว่าเราต้องต่อต้านการทำทางลาดเพื่อคนพิการหรือไม่ ถ้าฉันไม่ใช่สัตว์ทะเลแปลว่า พ.ร.บ.คุ้มครองสัตว์ไม่เกี่ยวกับฉันใช่หรือไม่ สิทธิลาคลอด เมื่อก่อนก็เคยเป็นเรื่องใหม่แต่สิทธิมนุษยชนมันอัพเดตกันเป็นรายนาที เรื่องนี้ทำก่อนประชาชนก็ได้ผลประโยชน์ก่อน My Body,
My Choice มันใช่ก็จริง แต่ประจำเดือนเราอั้นไม่ได้ ประจำเดือนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นกลไกทางชีววิทยา และถูกต้องแล้วที่ต้องเป็นรัฐสวัสดิการฟรี ประเด็นที่ว่าเราจะออกนโยบายเพื่อคนเฉพาะกลุ่มไม่ได้นั้น มันไม่ใช่ประเด็น แต่ประเด็นคือ ประชาชนมีความต้องการที่หลากหลาย และนั่นคือสิ่งที่รัฐและพรรคการเมืองต้องสนับสนุน
สิ่งสำคัญคือทุกคนควรเข้าถึงสิทธิในการดูแล
สุขอนามัยเจริญพันธุ์ของตัวเอง ดูแลสุขภาพของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันยังมีผู้มีประจำเดือนอีกจำนวนมากที่กำลังขาดแคลนสิ่งนี้” ลูกแก้ว โชติรส อธิบายก่อนปิดท้ายว่า
เมื่อไหร่ที่พรรคการเมืองจัด เมื่อไหร่ที่ภาครัฐให้ความสำคัญ เสียงของประชาชนก็จะดังขึ้น
จิณณพัต อกอุ่น
นิทรรศการ ‘นิทรรศกี เพื่อผ้าอนามัยฟรีถ้วนหน้า’
ศิลปะว่าด้วยกี และผู้มีประจำเดือน
โดย Juli Baker and summer, Prim Issaree และ Pyra
บริเวณร้านกาแฟ Think Lab พรรคเพื่อไทย
อาคาร OAI Tower ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ
วันนี้-31 มีนาคม 2565
10.00-18.00 น.
(เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)