โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปัญหาการจำหน่ายหนี้สูญ

Businesstoday

เผยแพร่ 27 ส.ค. 2563 เวลา 07.27 น. • Businesstoday

ปุจฉา : สวัสดีค่ะ อาจารย์ รบกวนสอบถามเรื่องตัดหนี้สูญค่ะ

กรณีเป็นโรงพยาบาลเอกชนค่ะ คนไข้มารักษาพยาบาลแล้วไม่ยอมจ่ายเงิน จำนวนเงินไม่มาก หลักพันบาทค่ะ อาจจะไม่มีเงินจ่าย หรือเข้าใจผิดว่าทำประกันชีวิตแล้วจะได้รับการคุ้มครองทั้งหมด เป็นต้น

ทางโรงพยาบาลได้ดำเนินการดังนี้ 1.ทวงถามทางโทรศัพท์ (ซึ่งอาจรับหรือไม่รับสาย) 2.ทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร โดยทำ 2 ขั้นตอนนี้แล้วลูกหนี้ไม่มาชำระเงิน สามารถตัดเป็นหนี้สูญได้เลยไหมคะ ถ้าต้องส่งให้ทนายความยื่นโนติสต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างน้อยฉบับละ 500 บาท ซึ่งไม่คุ้มเลย อ่านกฎกระทรวง 186 แล้ว ยอดหนี้ของโรงพยาบาลรายละประมาณหลักพัน-หมื่นเท่านั้น ไม่ถึงแสนค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

วิสัชนา : ตามมาตรา 65 ทวิ (9) แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกับข้อ 6 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534) กำหนดว่า การจำหน่ายหนี้สูญจากบัญชีลูกหนี้ของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลอื่นที่มิใช่ธนาคารหรือบริษัทเงินทุนดังกล่าว ในกรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 1 แสนบาท นั้น ถ้าปรากฏว่าได้มีหลักฐานการติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ตามสมควรแก่กรณีแล้ว แต่ไม่ได้รับชำระหนี้ และหากจะฟ้องลูกหนี้จะต้องเสียค่าใช้จ่ายไม่คุ้มกับหนี้ที่จะได้รับชำระ บริษัทย่อมจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีอากรได้ ทั้งนี้ ต้องกระทำภายในอายุความติดตามทวงถามให้ชำระหนี้ค่าบริการไม่เกิน 2 ปี นับแต่วันที่เกิดลูกหนี้นั้น

ดังนั้น กรณีของบริษัท หากหลักฐานการติดตามทวงถามอย่างน้อย 2 ครั้ง ระยะห่างกันไม่น้อยกว่า 1 เดือน ก็ให้กรรมการผู้มีอำนาจอนุมัติให้จำหน่ายหนี้สูญในทางภาษีอากรได้ แต่สิทธิในการติดตามทวงถามหนี้ก็ยังมีอยู่ หากได้รับชำระก็ต้องนำมาถือเป็นรายได้ต่อไป

ปุจฉา : เรียนท่านอาจารย์สุเทพ ด้วยผลกระทบจากสถานการณ์โควิดคงมีผู้ประกอบการต้องตัดหนี้สูญเป็นจำนวนมาก ขนาดการติดตามทวงถามหนี้ยังไม่เกิดขึ้น เพราะเห็นใจลูกหนี้เช่นกัน หรือชะลอการทวงถามออกไป อย่างนี้แล้วคาดว่าจะมีการปรับปรุงกฎกระทรวงให้สอดคล้องกับสถานการณ์อันแสนเจ็บปวดนี้ไหมคะ

วิสัชนา : เห็นใจในความเจ็บปวดครับ เพราะไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายให้สิทธิประโยชน์ในกรณีนี้แต่อย่างใดครับ

ปุจฉา : บริษัท ก ถูกฟ้องคดีทางเพ่งจากบริษัท B ศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่มีคำสั่งศาลให้ประนอมหนี้ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการประนอมหนี้สามารถนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้หรือไม่ครับ ถ้าได้ จะต้องแนบเอกสารใดไว้ชี้แจงสรรพากรครับ

วิสัชนา : กรณีตามข้อเท็จจริงข้างต้น บริษัท ก ถูกบริษัท B ฟ้องในคดีทางเพ่ง โดยศาลมีคำสั่งศาลให้ประนอมหนี้ หนี้ที่เกิดขึ้นจากการประนอมหนี้นั้น

1.กรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนไม่เกิน 5 แสนบาท

บริษัท B สามารถนำมารวมเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีนิติบุคคลได้ ในรอบระยะเวลาบัญชีที่ศาลมีคำสั่งรับคำฟ้อง เป็นหลักฐานประกอบการถือเป็นรายจ่ายของบริษัท B พร้อมให้เจ้าพนักงานสรรพากรตรวจสอบได้ทันที โดยไม่ต้องคำนึงถึงคำพิพากษาตามยอมในการประนอมหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบกับการประนอมหนี้นั้น

2.กรณีหนี้ของลูกหนี้แต่ละรายมีจำนวนเกิน 5 แสนบาท

บริษัท B ไม่สามารถนำจำนวนหนี้ของลูกหนี้ที่บริษัทประนีประนอมยอมความไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคลได้ เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดตามข้อ 5 ของกฎกระทรวง ฉบับที่ 186 (พ.ศ. 2534)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...