ศิริโชค โวยคู่แข่ง จ้องทำลาย ยัน โทษจำคุกรอลงอาญา คุณสมบัติลงเลือกตั้ง ยังอยู่ครบ
“ศิริโชค” โวยคู่แข่งจ้องทำลาย ยันโทษจำคุกรอลงอาญา คุณสมบัติลงเลือกตั้ง ยังอยู่ครบ
กรณีที่ศาลฎีกา พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์โทษจำคุก 2 ปี ปรับ 1 แสนบาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษมีกำหนด 2 ปี คดีดำอ.3352/58 ที่ นายอนุชา สิหนาทกถากุล อายุ 62 ปี นักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ตระกูลดังบุตรชายของนายมนตรี เจ้าของธุรกิจโรงแรมแลนด์มาร์ก เป็นโจทก์ฟ้อง นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณาฯ
วันนี้ (22 เม.ย.) นายศิริโชค ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊กหลังถูกศาลฎีกาพิพากษาโทษจำคุก โดยระบุว่า
“เป็นธรรมดาครับ ที่คู่แข่งทางการเมืองจะต้องจ้องทำลาย เอาข่าวไปปล่อยในกลุ่มที่ผมไม่ได้สังกัด แล้วก็หวังว่าจะมีคนแชร์ข่าวกันต่อ
จริงๆไม่ต้องส่งข่าวก็ได้นะครับ เพราะอะไรที่เกี่ยวกับผมมักจะดังอยู่แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปจ้างให้นักข่าวลง แต่ผมก็ไม่ถือสาอะไรครับ เพราะเขาเป็นแบบนี้มานานแล้ว ตั้งแต่ตอนที่แม่ยายของเขา อดีตหัวคะแนนใหญ่พรรคประชาธิปัตย์ พามาฝากให้เป็นผู้ช่วยส.ส.ของผม แม้ผมไม่อยากรับก็ตาม แต่ด้วยความสำนึกในบุญคุณของแม่ยาย ที่เคยช่วยพรรคประชาธิปัตย์มาตลอด ก็เลยจำใจต้องรับครับ
ผมจะไม่ขอพูดถึงกระบวนการยุติธรรม เพราะเมื่อศาลฎีกา มีคำพิพากษาเช่นนั้นแล้ว เราก็ต้องเคารพในคำตัดสิน ไม่ว่าข้อเท็จจริง หรือความเชื่อของเราจะเป็นเช่นไร มิฉะนั้น หากเราเอาความเชื่อเราเป็นใหญ่ สังคมก็จะวุ่นวายไม่รู้จบ
คดีนี้เกิดขึ้น เมื่อ 10 ปีที่แล้ว จริงๆแล้วมันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับผมโดยตรง เพราะมันเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายที่ผมเคารพนับถือ ก็คือแม่ผม และบิดาของโจทก์ (เสียชีวิตไปแล้ว) ซึ่งผมกับโจทก์ก็รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ โดยเฉพาะมารดาของโจทก์และแม่ผมก็มีความสนิทสนม ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ
แต่เมื่อปัญหาความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่าง 2 ฝ่ายที่ผมเคารพ ผมในฐานะลูกชายที่มีความกตัญญู กตเวที ก็มีความจำเป็นที่จะต้องยืนข้างคุณแม่ของผม ออกมาปกป้องชื่อเสียงของแม่ผม (แม้ว่าผมจะต้องบาดเจ็บบ้างก็ตาม ) และในการปกป้องนั้น บางครั้งก็มีการพาดพิงไปถึงบิดาของโจทก์ และมีการขยายความโดยบุคคลที่ 3 จนเป็นเหตุให้มีการฟ้องหมิ่นประมาท และก็สู้กันจนถึงฎีกา
ต้องขอบคุณหลายๆท่านที่โทรมา ที่ส่งข้อความมา เพราะลักษณะการพาดหัวข่าว ทำให้หลายคนเข้าใจว่า ผมติดคุกแล้ว ไม่ใช่ครับ โทษคือการรอลงอาญา และไม่มีผลต่อคุณสมบัติการเป็นส.ส. หรือ รัฐมนตรีครับ และยืนยันจะทำหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องต่อไป”