DREIT ร้อง “ก.ล.ต.” ขอผ่อนผันประเมินมูลค่า “ดุสิตธานี มัลดีฟส์” หลัง “โควิด” กระทบเดินทาง
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี หรือDREIT เปิดเผยข้อมูลผ่านระบบสารสนเทศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ระบุว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรค COVID-19) หลายประเทศทั่วโลก เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในประเทศไทย ภาครัฐได้ออกมาตรการกำหนดให้ผู้เดินทางเข้าประเทศจะต้องถูกกักตัว (State Quarantine) อย่างน้อย 14 วัน ซึ่งทำให้ผู้ประเมินมีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าสำรวจทรัพย์สินในต่างประเทศ และอาจมีความเสี่ยงจากการติดเชื้อในระหว่างการเดินทางเข้าสำรวจทรัพย์สิน อีกทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ยังส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของ โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์
โดยโรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักต้นทุนทางการเงิน ภาษีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สำหรับงวด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2563 เท่ากับ 2.69 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 73.21 อย่างไรก็ดี กองทรัสต์ DREIT ยังคงได้รับค่าเช่าคงที่จากผู้เช่าทรัพย์สินตาม
สัญญาเช่า
ทั้งนี้ ด้วยเหตุข้างต้น บริษัท ดุสิตธานี พร็อพเพอร์ตี้ส์ รีท จำกัด (บริษัทฯ หรือ ผู้จัดการกองทรัสต์) ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดุสิตธานี (กองทรัสต์ DREIT) จึงได้ดำเนินการขอผ่อนผันการประเมินมูลค่าอสังหาริมทรัพย์โรงแรมดุสิตธานี มัลดีฟส์ ที่กองทรัสต์ DREIT เข้าลงทุนไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยปัจจุบัน ก.ล.ต.อยู่ระหว่างการพิจารณาอนุมัติคำขอดังกล่าว
สำหรับทรัพย์สินที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ผู้จัดการกองทรัสต์ อยู่ระหว่างดำเนินการให้มีการประเมินทรัพย์สิน คือ โรงแรมดุสิตธานีลากูน่า ภูเก็ต โรงแรมดุสิตธานีหัวหิน และโรงแรมดุสิตดีทูเชียงใหม่ โดยหากรายงานการประเมินมูลค่าทรัพย์สินจัดทำแล้วเสร็จ ผู้จัดการกองทรัสต์จะเปิดเผยให้แก่ผู้ถือหน่วยทรัสต์ทราบในลำดับถัดไป