โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศรีฟ้า เมืองกาญจน์บุกกรุงเทพ เปิดแนวรบขาย "แฟรนไชส์เบเกอรี่" ก.ย.นี้

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 เม.ย. 2564 เวลา 03.20 น. • เผยแพร่ 27 เม.ย. 2564 เวลา 03.20 น.

“ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด” ร้านเบเกอรี่ดังเมืองกาญจนบุรี รุกขยายกิจการในเขต กทม.และปริมณฑล เตรียมตั้งแท่นขายระบบแฟรนไชส์ “ร้านศรีฟ้าเบเกอรี่” เพิ่มอีก 3-5 แห่ง พร้อมเปิดชวนผู้ลงทุน ก.ย. หรือ ต.ค.นี้ เผยลงทุนขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาท คืนทุนไม่เกิน 1-2 ปี กับความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ คาดผลประกอบการปี 2564 พร้อมฝ่าโควิด-19 ตั้งเป้าโต 5% เทียบปีก่อนยอดขายกว่า 700 ล้านบา

นายวิเชียร เจนตระกูลโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีฟ้าโฟรเซนฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่และโฟรเซนโด (Dough) รายใหญ่จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้แบรนด์ศรีฟ้าและสุธีรา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า

ขณะนี้บริษัทมีการวางแผนปรับตัว และมีนโยบายจะขยายกิจการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลเพิ่มมากขึ้น ด้วยการเปิดร้านสาขาประมาณ 3-5 แห่ง แต่บริษัทจะไม่ลงทุนเอง

โดยจะทำเป็นระบบแฟรนไชส์ ภายใต้แบรนด์ “ศรีฟ้าเบเกอรี่”ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำโครงสร้างระบบแฟรนไชส์ ซึ่งจะใช้หลักสูตรเดียวกันในการขยายร้านสาขาเพิ่มเติม

คาดว่าจะแล้วเสร็จเรียบร้อย และเปิดเชิญชวนให้ผู้สนใจมาลงทุนได้ภายในเดือนกันยายน-ตุลาคม 2564 โดยผู้สนใจลงทุนซื้อระบบแฟรนไชส์ของร้านศรีฟ้าเบเกอรี่ ต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 1.5 ล้านบาท มีพื้นที่ของร้านขนาด 15-25 ตารางเมตร คาดว่าใช้ระยะเวลาในการคืนทุนไม่เกิน 1-2 ปี

“สำหรับจุดเด่นแฟรนไชส์ร้านศรีฟ้าเบเกอรี่ คือเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาไม่แพง มีความหลากหลายในเรื่องของตัวผลิตภัณฑ์ อันนี้ถือเป็นหลักสำคัญตั้งแต่ตอนเริ่มทำธุรกิจใหม่ ๆ และยึดถือมาตลอดถึงปัจจุบัน สำหรับคนที่สนใจเปิดร้านแฟรนไชส์

ทางบริษัทจะมีการนัดสัมภาษณ์ถึงความมุ่งมั่นตั้งใจในการจะเปิดร้านจริง ๆ และต้องพิจารณาเรื่องทำเลที่จะลงทุนด้วย ทั้งนี้ ในเบื้องต้นบริษัทตั้งเป้าไว้เปิดร้านแฟรนไชส์ศรีฟ้าเบเกอรี่เพียง 3-5 ราย เฉพาะในเขตกรุงเทพมหานคร และเขตปริมณฑลก่อน” นายวิเชียรกล่าว

ทั้งนี้ ปี 2564 ทางบริษัทได้มีการตั้งเป้ายอดขายเติบโตประมาณ 5% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มียอดขายมูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท ปัจจุบันผลิตภัณฑ์มีทั้งทำตลาดส่งออกและขายตลาดในประเทศ โดยด้านส่งออกจะเน้นกลุ่มทองม้วนตราสุธีรา

นายวิเชียรกล่าวต่อไปว่า บริษัทศรีฟ้าฯมีการค้าขายกับโมเดิร์นเทรดมาหลายปี เมื่อเกิดสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้ได้รับผลกระทบแต่ไม่มากนัก

ปี 2564 จึงมีนโยบายหันมาเปิดร้านสาขามากขึ้นโดยการทำระบบแฟรนไชส์ ซึ่งแผนเดิมที่วางไว้จะมีการเปิดตัวในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2564 แต่เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอก 3 จึงจำเป็นต้องปรับแผนใหม่

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทมีความตั้งใจจะเปิดตัวแฟรนไชส์ในปี 2564 แน่นอน โดยปัจจุบันคนไทยรับประทานเบเกอรี่ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อหัวต่อคนต่อปี ในขณะที่ญี่ปุ่นและยุโรปรับประทาน ประมาณ 300 กิโลกรัมต่อหัวต่อคนต่อปี

ดังนั้น ธุรกิจร้านเบเกอรี่จึงมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะมีสถานการณ์โควิด-19 หรือไม่มีโควิด-19เบเกอรี่ยังเป็นธุรกิจที่เติบโตอยู่ตลอดเวลา

“ตอนนี้เราโฟกัสไปคือกลุ่มทองม้วนตราสุธีรา เน้นเรื่องของการส่งออกเป็นหลัก ซึ่งในปีที่ผ่านมาแม้จะมีการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 แต่ทองม้วนสุธีราเติบโตได้กว่า 11% ปัจจุบันมีส่งออกไปประเทศอังกฤษ จีน ออสเตรเลีย ภายใต้แบรนด์ของเรา เทคนิคการทำการค้าของผู้ค้ารายใหญ่ในต่างประเทศ

ช่วงแรกจะสั่งสินค้าในแบรนด์ของเราไว้วางขายทดลองตลาดก่อน ถ้าขายดีมาก ๆ จะมาว่าจ้างเราผลิต (OEM) ใส่แบรนด์ของต่างประเทศเอง แต่ถ้าขายไม่ดีก็ไม่ต้องลงทุนบรรจุภัณฑ์ ไม่ต้องลงทุนทำการตลาด

ซึ่งที่ผ่านมามีคนไทยมาติดต่อว่าจ้างให้ศรีฟ้าฯทำให้ ซึ่งเราทำให้ได้แต่ต้องจ่ายค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าไลเซนส์สูตรต้องจ่ายให้ครบ ใครมาว่าจ้าง ผมพร้อมทำให้ ผมไม่ได้เชียร์ว่า ต้องใช้ตรายี่ห้อของผม

ถ้ามั่นใจว่าสามารถทำตลาดได้ ทำไปเลย ผมเพียงแต่ห่วงว่าบรรจุภัณฑ์ที่สั่งทำมาจะเหลือ เพราะเวลาสั่งโรงงานผลิตบรรจุภัณฑ์ต้องสั่งซื้อจำนวนมากโรงงานถึงผลิตให้ หากขายได้ลอตแรก แล้วลอตต่อไปเงียบ จะแบกรับภาระต้นทุนเหล่านี้เยอะ”

สำหรับผลิตภัณฑ์ตัวใหม่อย่างแรร์ชีสเค้กยอดขายก็ถือว่าไปได้ดี เฉลี่ยวันละหมื่นกว่าชิ้น ศรีฟ้าฯจะเติบโตแนวของเค้กกับทองม้วนเป็นหลัก ส่วนทิศทางของตลาดเบเกอรีคาดเดาค่อนยาก

เนื่องจากเป็นไปตามกระแส เช่น คนนิยมบิงซู ก็จะเปิดร้านขายบิงซูกันมากพอมีกระแสชีสเค้กขึ้นมา ชีสเค้กก็เต็มไปหมด ตอนนี้เป็นกระแสครัวซองต์ ซึ่งตอนแรกก็ไม่รู้ว่ากระแสจะมา

ในขณะที่ศรีฟ้าฯลงทุนสร้างโรงงานผลิตครัวซองต์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย กำลังการผลิต 10,000 ชิ้น/ชั่วโมง เฉลี่ยวันละประมาณแสนชิ้น/วัน

ส่วนแผนการนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯยังคงเดินหน้าต่อ ซึ่งได้มีการกำหนดปีแล้ว เร็วสุดคือปี 2566 ช้าสุดคือปี 2567 ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการปรับโครงสร้างบริษัท ผู้ถือหุ้น

รวมไปถึงการทำบรรษัทภิบาล หรือ goods governance ภายในปี 2564 ต้องเสร็จสิ้น ปี 2565 ก็จะรันธุรกิจภายใต้มาตรฐานที่ตลาดหลักทรัพย์ฯยอมรับปี 2566

นอกจากนี้ เนื่องจากกระแสกัญชง กัญชา กำลังมาแรง ทางบริษัทจึงได้มีการพัฒนาทองม้วนและคุกกี้กลิ่นกัญชง ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการวิจัยและพัฒนา (R&D) อย่างไรก็ตาม

ปัจจุบันเรื่องของกฎหมายของกัญชง กัญชา ยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ ซึ่งก็มีความเสี่ยงและบริษัทก็ระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง รอกฎหมายให้ชัดเจนดีกว่า ก้าวช้า แต่ทุกอย่างถูกต้อง

“ตอนนี้เราไม่ได้อยากทำอะไรเกี่ยวกับกัญชาเลย แต่เนื่องจากมีความต้องการของลูกค้าเข้ามา แต่เราก็บอกเขาไปว่าฉันจะทดลองให้ แต่ไม่รับปากว่าจะผลิต เพราะมันจะเกี่ยวข้องกับธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการของเรา” นายวิเชียรกล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...