โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

Jessica Worrall ศิลปินคอลลาจที่ชวนสาวๆ จากภาพวาดยุคเรเนอซองต์มาแต่งตัวใหม่ เพื่อคืนอำนาจให้พวกเธอผ่านเรื่องเล่าและแฟชั่น

Mirror Thailand

อัพเดต 24 ก.พ. 2568 เวลา 11.46 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. 2568 เวลา 11.46 น.
ภาพไฮไลต์

ชุดเทปกาวพันพัสดุที่กลายเป็นเทรนด์จาก Paris Fashion Week เมื่อปีที่ผ่านมา ชวนให้ Jessica Worrall ศิลปินคอลลาจชาวสก็อตแลนด์ นึกถึงสถานะของลูกสาวตระกูลขุนนางและคนร่ำคนรวยทั้งหลายในยุคเรเนอซองต์ ที่มักถูกจับยัดกล่องแพ็กเกจเพื่อส่งให้ไปเป็น ‘เจ้าสาว’ ในตระกูลที่สามารถแบ่งปันอำนาจหรือผลประโยชน์กันได้ และพวกเธอหลายคนก็ยังถูกส่งไปต่างบ้านต่างเมืองไปเป็นของ ‘เจ้าของ’ คนใหม่และไม่ได้กลับบ้านอีกเลย

นั่นทำให้ Jessica เลือกหยิบเอาใบหน้าของ Costanza da Sommaia ผู้เป็นแบบในภาพวาดของศิลปินอิตาเลียนอย่าง Bronzino เมื่อปี 1540 ซึ่งเจสสิก้าคาดว่าน่าจะถูกวาดขึ้นเพื่อเก็บภาพเธอเอาไว้ก่อนถูกส่งไปแต่งงาน มาสวมชุดพันเทป DHL จากรันเวย์ของ Vetemants SS2025 เพื่อยืนยันว่าในครั้งนี้พวกเธอสามารถเลือกสวมใส่แพ็คเกจนี้ด้วยตัวเองและไม่ได้หมายความว่าจะต้องกลายไปเป็นสมบัติของใคร

เช่นเดียวกับ Bianca Maria Sforza ลูกสาวของตระกูลผู้ทรงอำนาจในมิลาน เธอเป็นแบบในภาพวาดของ Giovani Ambrogio de Predis เมื่อปี 1493 และเป็นเช่นเดียวกับลูกสาวตระกูลร่ำรวยในยุคนั้นที่ไม่อาจกำหนดเส้นทางชีวิตให้ตัวเองได้ เธอถูกจับหมั้นกับลูกพี่ลูกน้องของตัวเองตั้งแต่อายุเพียง 21 เดือนเท่านั้น และคู่หมั้นคนนั้นก็ตายไปตั้งแต่เธออายุ 10 ขวบ จากนั้นเธอก็ถูกส่งต่อให้ไปแต่งงานกับกษัตริย์แห่งฮังการี แต่ต้องยกเลิกด้วยเหตุทางการเมือง ต่อมาก็ถูกส่งไปแต่งงานกับกษัตริย์แห่งเยอรมนีเมื่อเธออายุ 13 ขวบ ซึ่งนับเป็นชีวิตแต่งงานที่แสนเศร้าเพราะเขาไม่โปรดปรานเธอเอาเสียเลย และ Bianca ก็เสียชีวิตอย่างโดดเดี่ยวในอายุ 38 ปี

Jessica จึงชวนเธอมาสวมชุดเจ้าสาวจาก Jean Paul Gaultier เมื่อปี 2008 ซึ่งเครื่องหัวดีคอนสตรัคท์นั้นก็สะท้อนถึงสิ่งที่เธอเผชิญมาตลอดชีวิตได้เป็นอย่างดี นั่นคือเธออาจมีความคิดในหัวตัวเองมากมาย แต่ไม่มีสิทธิถ่ายทอดมันออกมาหรือใช้ในการตัดสินเกี่ยวกับชะตากรรมตัวเองได้เลย

La Muta หรือ ‘the Silent One’ (ผู้เงียบงัน) คือผลงานของ Raphael เมื่อปี 1507 และผู้หญิงในภาพก็ปิดปากตัวเองสนิท ซึ่งในยุคเรเนอซองต์ การที่ผู้หญิงปิดปากเงียบคือสัญลักษณ์ของความอุทิศตนให้อยู่ในกรอบจารีต คราวนี้ Jessica จึงชวนเธอมาสวมเสื้อยืดประกาศสเตทเมนต์สุดจึ้งว่า “ผู้ชายไม่ควรเป็นคนออกกฎหมายเกี่ยวกับร่างกายผู้หญิง”

ทางด้านสามเทพธิดาร่างเปลือย จากภาพวาดสุดโด่งดังของ Botticelli อย่าง Primavera ถูก Jessica ชวนมาแต่งตัวใหม่อยู่บ่อยครั้ง ในฐานะที่ในยุคนั้น พวกเธอเป็นพวกเดียวที่สามารถเปลือยกายได้โดยไม่ถูกตราหน้าว่าเป็นกะหรี่หรือหญิงชั้นต่ำ และเซ็ตที่ลือลั่นที่สุดก็คือเซ็ตที่พวกเธอสวมชุดจาก Dior ที่ตั้งใจประกาศจุดยืนสนับสนุนพลังหญิง อย่างเสื้อยืด Femininity, the trap หรือ WE SHOULD ALL BE FEMINISTS

ไม่เพียงเท่านั้น ในผลงานอีกมากมายของ Jessica เรายังได้เห็นผู้ชายที่ถูกชวนมาแต่งตัวใหม่ให้ดูไร้เพศ และผู้หญิงที่เต็มไปด้วยรูปร่างที่หลากหลาย รวมถึงการเปิดเปลื้องเนื้อหนังมังสาของผู้หญิงผ่านแฟชั่นของศตวรรษที่ 21 ที่เราหลายคนมีสิทธิแล้วว่าจะนำเสนอตัวเองออกมาผ่านเสื้อผ้าแบบไหนบ้าง ขณะที่ผู้หญิงในยุคสมัยนั้นยังมีทางเลือกที่จำกัดจำเขี่ยเหลือเกิน ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจและเสียดสีในตัวของมันเองก็คือ แม้จะเป็นในยุคนี้ ผู้หญิงทุกคนมีสิทธิประกาศอำนาจตัวเองผ่านเสื้อผ้าแฟชั่นเท่ากันทั้งโลกแล้วไหม ก็ไม่… อย่างนี้แล้วคนที่ได้รับอำนาจเหล่านั้นแล้ว จะใช้อำนาจที่ตัวเองมีสร้างสิ่งใดต่อเพื่อให้เพื่อนหญิงคนอื่นๆ สามารถเข้าถึงอำนาจเหล่านี้ได้บ้าง? นี่จึงกลายเป็นอีกคำถามที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับการได้ดูงานที่เปี่ยมไปด้วยไอเดียเหล่านี้

ชมผลงานของ Jessica Worrall ได้ที่ https://www.instagram.com/jessicaworralldigitalcollage/

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...