โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมพัฒน์ ผนึกกำลัง 3 บิ๊กผู้ผลิต-ค้าส่งค้าปลีก พัฒนาโชห่วยไทย 4 แสนราย

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 ม.ค. 2567 เวลา 02.44 น. • เผยแพร่ 23 ม.ค. 2567 เวลา 02.44 น. • The Bangkok Insight

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จับมือบิ๊กผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และค้าส่งค้าปลีกรายใหญ่ 3 ราย เบอร์ลี่ยุคเกอร์ ซีพีแอ็กซ์ตร้า และสหพัฒนพิบูล ร่วมมือพัฒนาศักยภาพร้านโชห่วยไทย 4 แสนราย

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้หารือกับพันธมิตรที่เป็นผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ผู้ค้าส่ง ค้าปลีกรายใหญ่ คือ บริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC บริษัท ซีพีแอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ MAKRO เดิม และบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการร้านโชห่วยในท้องถิ่น

โชห่วยไทย

ทั้งนี้ จะร่วมมือกันสร้างโอกาสและพัฒนาศักยภาพให้กับร้านโชห่วยไทย ให้สามารถเติบโตด้วยความเข้มแข็งและยืนหยัดคู่คนในท้องถิ่น และเป็นกลไกสำคัญของจังหวัดในการเป็นแหล่งจ้างงานระดับภูมิภาค สร้างงาน สร้างอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้คนในชุมชน

ทั้งนี้ BJC, MAKRO และสหพัฒน์ ยินดีให้ความร่วมมือกับกรม โดยใช้จุดแข็งของแต่ละบริษัทสนับสนุนองค์ความรู้ที่จำเป็นและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่เสริมศักยภาพทุกด้านให้ผู้ประกอบการ โดยจะร่วมกันจัดทำแผนการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม กำหนดช่วงเวลา รูปแบบ และแบ่งกลุ่มผู้ประกอบการให้สอดคล้องกับสถานที่ตั้งร้านและขนาดโชห่วยแต่ละแห่งเพื่อให้ง่ายต่อการเสริมสร้างทักษะองค์ความรู้และส่งต่อเทคโนโลยี โดยมั่นใจว่าจะยกระดับผู้ประกอบการโชห่วยให้เป็นสมาร์ทโชห่วยที่สมบูรณ์ได้

สำหรับรายละเอียดความร่วมมือ BJC จะร่วมจัดสัมมนาทั้งรูปแบบออนไลน์และออนไซต์ โดยจัดส่งวิทยากรเข้าร่วมให้ความรู้ผู้ประกอบการด้านการบริหารจัดการร้านค้า รวมถึงการเป็นพันธมิตรโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส ร่วมกันพัฒนาผู้ประกอบการ ส่งเสริมให้ร้านค้าใช้เทคโนโลยี POS เป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการ

ด้าน MAKRO จะร่วมจัดสัมมนาออนไลน์เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการด้านบัญชี ภาษี การทำประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียลมีเดีย และนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาร้านค้า สนับสนุนให้มีการจดทะเบียนพาณิชย์หรือนิติบุคคล และพร้อมเป็นสื่อกลางส่งต่อข้อมูลของกรมไปยังร้านค้าโชห่วยที่เป็นสมาชิกของ MAKRO และซีพีแอ๊กซ์ตร้า

พร้อมกันนี้ จะเชิญกรมเข้าร่วมงานและออกบูธให้คำปรึกษา แนะนำ และร่วมเป็นวิทยากร ในงานตลาดนัดโชห่วย ครั้งที่ 14 วันที่ 21-24 มีนาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมและแสดงสินค้านานาชาติขอนแก่น (KICE) จังหวัดขอนแก่น และงานตลาดนัด โชห่วยภูมิภาค ช่วงเดือนพฤษภาคม-ตุลาคม 2567 จำนวน 6 ครั้ง 6 ภูมิภาค

ส่วนสหพัฒน์ฯ จะร่วมเป็นวิทยากรในการให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการโชห่วยด้านการบริหารจัดการต้นทุนสินค้า การจัดเรียงสินค้าที่ถูกต้องตามหลักสากล และการคัดเลือกสินค้าที่เหมาะสมมาจำหน่ายภายในร้าน การเชิญชวนและคัดกรองผู้ประกอบการเข้าร่วมการพัฒนาภายใต้โครงการพัฒนาร้านค้าต้นแบบและโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส ในปี 2567

อรมน ทรัพย์ทวีธรรม

นอกจากนี้ กรมยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรรายอื่น ๆ ที่มีความเข้มแข็งแต่ละด้าน เพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการไทยให้แข่งขันได้ทุกตลาดและเติบโตอย่างเป็นระบบ เช่น บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจค้าปลีกอันดับต้นของประเทศ ที่มีทั้งประสบการณ์ องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการธุรกิจ และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพันธมิตรที่จะช่วยพัฒนาธุรกิจค้าส่ง โชห่วย และธุรกิจร้านอาหารของไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

ที่ผ่านมา กรมมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกตั้งแต่ขนาดเล็ก ได้แก่ ร้านค้าปลีกรายย่อย หรือร้านค้าโชห่วย ไปจนถึงร้านค้าขนาดกลาง-ใหญ่ ได้แก่ ร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นในระดับอำเภอ จังหวัด โดยมีเป้าหมาย 3 ประการ คือ 1.เพิ่มรายได้ 2.ลดต้นทุน และ 3.สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ

เน้นการส่งเสริมพัฒนาโชห่วย 3 ด้า

ด้านที่ 1 การเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านค้าโชห่วยไทย จัดกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการการสัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ทั้งในรูปแบบออนไซต์และออนไลน์ ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายผู้ประกอบการและหน่วยงานพันธมิตรที่อยู่ในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ของธุรกิจค้าส่งค้าปลีก

ด้านที่ 2 พัฒนาร้านค้าให้เป็นสมาร์ทโชห่วย ดำเนินการครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรดำเนินการพัฒนาด้านการปรับภาพลักษณ์ร้านค้า ตามหลัก 5 ส (สวย สะอาด สว่าง สะดวก สบาย) และด้านการส่งเสริมใช้ระบบ POS โดยจัดทีมผู้เชี่ยวชาญลงพื้นที่ให้ความรู้ในการนำระบบ POS (Point of Sale) มาใช้บริหารจัดการภายในร้าน

ด้านที่ 3 การยกระดับร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นให้เป็นร้านค้าต้นแบบ ดำเนินการพัฒนาผู้ประกอบการร้านค้าส่งค้าปลีกท้องถิ่นขนาดกลาง-ใหญ่ในพื้นที่ 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ให้มีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ดีตามเกณฑ์ของกรมด้านต่าง ๆ อาทิ การกำหนดทิศทางและกลยุทธ์สู่ความยั่งยืน ลูกค้าและการตลาด สารสนเทศ เทคโนโลยีและนวัตกรรม บุคลากร การจัดซื้อและบริหารจัดการโลจิสติกส์ การบริหารการขาย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีก รวมกว่า 4 แสนราย สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 3.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้เกินกว่า 80% เป็นโชห่วยรายเล็กที่กระจายอยู่ในชุมชน หมู่บ้านต่าง ๆ ทั่วประเทศ

ดังนั้น การพัฒนาผู้ประกอบการร้านโชห่วยให้มีความเข้มแข็ง ทั้งการเสริมทักษะองค์ความรู้ด้านต่าง ๆ และนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยบริหารจัดการภายในร้านค้า จะทำให้ร้านโชห่วยของไทยได้รับการยกระดับเป็นสมาร์ทโชห่วยที่พร้อมแข่งขันและพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

ก่อนหน้านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และนายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีนโยบายเร่งดำเนินการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส และสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ SMEs พร้อมผลักดันการเพิ่มสัดส่วน GDP SMEs ของไทย จาก 35.2% เป็น 40% ภายในปี 2570

ดังนั้น เป้าประสงค์หลักสำหรับการดำเนินงานของกรมปี 2567 จึงเน้นให้ความสำคัญต่อการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs ให้ได้ประโยชน์มากที่สุด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...