โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปราจีนบุรี 2 สามีภรรยาร้อง ผอ.โรงพยาบาลกบินทร์บุรี กรณีลูกชายเสียชีวิต

77kaoded

เผยแพร่ 15 ธ.ค. 2564 เวลา 05.51 น. • 77 ข่าวเด็ด

ปราจีนบุรี - 2 สามีภรรยาร้อง ผอ.โรงพยาบาลกบินทร์บุรี กรณีลูกชายเสียชีวิต จ.ปราจีนบุรี

เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานาว่า นายชารีนนท์ วงษ์บาท ได้ร้องทุกข์ผ่านสื่อว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย.64 ได้ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี หนังสือร้องทุกข์ระบุ เรื่องอยากทราบข้อเท็จจริงของการเสียชีวิตของลูกชาย โดยนายชารีนนท์ วงษ์บาท อายุ 26 ปี อาชีพค้าขาย อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 2 ต.นาแขม อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นพ่อของเด็กชายณัฐภูมิ วงษ์บาท เกิดเมื่อวันที่ 27 พ.ย.64 ที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี เวลา 09.36 น.หลังจากคลอดแพทย์ได้มาบอกว่า ลูกมีอาการหายใจเหนื่อย เกล็ดเลือดต่ำ ซึ่งอาจติดเชื้อที่ปอด จึงได้ถามถึงวิธีการรักษาว่า จะให้ยาฆ่าเชื้อเป็นเวลา 7 วัน ได้ถามเรื่องการเกิดของโรค หมอตอบว่า อาจเป็นไปได้หลายสาเหตุ หลังจากนั้นทางโรงพยาบาลก็ไม่แจ้งอะไรอีก จนตอน 22.00 น. หมอโทรมา ต้องส่งตัวน้องไปปราจีนบุรี ที่ รพ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร กว่าจะไปถึงรถออกตอนตีหนึ่ง หมอบอกน้องแย่ โดยบอกว่า เครื่องช่วยหายใจออกซิเจนไม่พออย่างน้อยต้องส่งตัว

นายชารีนนท์ กล่าวว่า เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ทางหมอที่ไปส่งตัวน้องออกมา ตนถามก็ไม่บอกว่า น้องเป็นอะไร ให้คุยกับทาง รพ.เจ้าพระยาฯ แล้ว รีบลงลิฟท์ไป หลังจากที่เรานั่งรอทางคุณหมอโรงพยาบาลออกมาหลังจากช่วยชีวิตน้อง ได้แจ้งเราว่า ทราบอะไรเกี่ยวกับน้อง ตนตอบว่าทางโรงพยาบาลกบินทร์บุรีบอกว่า น้องติดเชื้อให้ยาฆ่าเชื้อ 7 วัน แล้วทางโรงพยาบาลปราจีนบุรีบอกว่า คุณพ่อรู้ไหมหมอกบินทร์บุรีทำอะไรกับน้องไปบ้าง โดยเราไม่รู้อะไรเลยและไม่ทราบอะไร หลังจากนั้นซึ่งทางหมอบอกว่า น้องช็อคตัวเขียว ให้ยาไปหลายตัวน้องไม่ไหว ตัวเขียวทั้งตัว แต่ทางตนไม่ได้คำตอบจากโรงพยาบาลกบินทร์บุรีเลย ถ้าหากแจ้งเร็วกว่านี้ ตนคงส่งตัวลูกทัน คงไม่เป็นอะไร จึงอยากทราบรายละเอียดข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการเสียชีวิต หลังจากลูกชายเสียชีวิต ได้นำศพไปฝังไว้ที่ป่าช้าวัดอัมพวัน ต.เมืองเก่า อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และได้ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ด้วย

บ่ายวันนี้ ได้มาขอพบ นพ.สมคิด ยึนประโคน ผอ.โรงพยาบาลกบินทร์บุรี เพื่อทวงถามถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายวัยแรกเกิด ทางโรงพยาบาลได้เชิญทีมแพทย์พยาบาลที่ทำคลอดมาชี้แจงถึงวิธีการดูแลรักษาทารกแรกเกิดให้พ่อแม่รับทราบ ทางโรงพยาบาลเชิญพ่อแม่และญาติของน้องที่เสียชีวิต เข้ารับฟังการชี้แจงของทางทีมแพทย์ พยาบาล ที่ห้องประชุมจตุรมิตร ชั้น 4 โดยใช้เวลาชี้แจงทำความเข้าใจกับพ่อแม่ของน้องที่เสียชีวิต 2 ชั่วโมง ผอ.โรงพยาบาลกล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 พ.ย.64 คุณแม่ของน้องได้มาคลอดที่โรงพยาบาล จากนั้นน้องมีอาการหอบ ทางแพทย์พยาบาลได้ประเมินการรักษา และให้ยาปฏิชีวนะและให้ช่วยเครื่องหายใจ เพราะมีการติดเชื้อและมีภาวะแทรกซ้อน จากนั้นได้ส่งตัวน้องไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและมีการเสียชีวิตเกิดขึ้น

"ทางโรงพยาบาลรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ทีมแพทย์ที่ทำการรักษาได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ แต่ก็เกิดเรื่องขึ้น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวด้วย ทางโรงพยาบาลจะเร่งทำเรื่องเสนอขอชดเชยการเยียวยาไปทางกระทรวงต่อไป คาดว่า จะมีผลภายใน 2 เดือน ทางโรงพยาบาลจะมีการปรับปรุงการบริการของทีมแพทย์ พยาบาล ให้มากขึ้น" ผอ.รพ.กบินทร์บุรี กล่าว

อย่างไรก็ตาม นายชารีนนท์ วงษ์บาท และนางอุไรวรรณ ไสวสิทธิ์ ภรรยา กล่าวว่า หลังจากที่มาทวงถาม ผอ. ถึงสาเหตุการตายของลูกชาย ทางโรงพยาบาลแสดงความรับผิดชอบและขอโทษ รู้สึกดีใจและไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีกเป็นรายต่อไป ตนมีลูกสาวคนโต เป็นผู้หญิง อายุ 2 ขวบ และอยากได้ลูกผู้ชายอีกคนหนึ่ง เมื่อรู้ว่า ภรรยาคลอดลูกเป็นผู้ชาย ครอบครัวต่างพากันดีใจ ที่ได้ลูกชาย แต่แล้วความดีใจก็ต้องหยุดชะงักลง หลังจากทราบว่า ลูกชายแรกเกิดมาเสียชีวิตลง ทั้งที่ลืมตามาดูโลกเพียงไม่กี่วัน ฝากถึงดวงวิญญาณลูก พ่อกับแม่ ยังรักและคิดถึงลูกเสมอ ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติภพที่ดี หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ได้เกิดมาเป็นพ่อลูกกันอีก

-------------------------
ข่าว-ภาพโดย/ทองสุข สิงห์พิมพ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...