‘KKP’ ชี้เศรษฐกิจไทยติดหล่มชั่วคราว นักท่องเที่ยวหาย-การเมืองกดดัน
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 ก.ค. 2568 เวลา 00.56 น. • เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 00.56 น. • The Bangkok Insight"KKP" เตือนเศรษฐกิจไทยติดหล่มชั่วคราว ครึ่งปีหลังส่อแววถดถอย นักท่องหาย-การเมืองกดดัน คาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังแกว่งกรอบ 1,000-1,230 จุด
นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะเติบโต 1.6% โดยเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสชะลอตัวจากแรงกดดันสารพัด โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากที่หลายคนมองว่าปีนี้น่าจะเติบโตได้ 7-8% แต่ปัจจุบันติดลบไปแล้ว 4% นักท่องเที่ยวจีนหายไปถึง 40% เป็นแรงกดดันที่สำคัญ เพราะปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน แต่ปีนี้ประเมินว่าจะเหลือเพียง 34 กว่าล้านคน ดังนั้นแทนที่จะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจ กลับเป็นแรงดึง และยังไม่มีสัญญาณเครื่องจักรตัวอื่นเข้ามาช่วยเศรษฐกิจ
เรื่องถัดมาคือเรื่องความสามารถในการแข่งขัน และมีผลต่อการส่งออก แม้ไตรมาส 1-2 การส่งออกจะดีมาก แต่ไม่ได้สะท้อนไปที่ภาคการผลิตเท่าที่ควร ตัวเลขในเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2568 การส่งออก +18% แต่ภาคการผลิต +1.9% แสดงว่าภาคการผลิตไม่ได้ดีขึ้นเหมือนส่งออก อีกทั้งยังมีเรื่องการเจรจาการค้ากับสหรัฐมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอีก
ขณะที่การปล่อยสินเชื่อภาคธนาคารที่หดตัวต่อเนื่องมาหลายไตรมาส ซึ่งกระทบกับการบริโภคที่ต้องการสินเชื่อ เช่น รถยนต์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลต่อเนื่องถึงภาพรวมเศรษฐกิจ จะเห็นได้จากภาคการผลิตรถยนต์และภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวต่อเนื่อง ฉะนั้น ภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่ากังวล
นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังถูกกดันด้วยปัญหางการเมือง ซึ่งก่อนหน้ากังวลว่าหากยุบสภาก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ผ่านสภาฯ อาจทำให้เกิดความล่าช้าของงบลงทุน ซึ่งจะกดดันให้ GDP ลดลง 0.2% เหลือเติบโตได้เพียง 1.4% ในปีนี้ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ แต่การเมืองปัจจุบันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาบ้างดูเหมือนจะลดความเสี่ยงตรงนี้ไป
อย่างไรก็ดี ยังน่ากังวลประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ซึ่งล่าสุดผลเจรจากับเวียดนาม สหรัฐกำหนดอัตราภาษีที่ 20% โดยมองว่าขนาดเวียดนามยอมลดเงื่อนไขกับสหรัฐมากแล้วยังถูกเก็บภาษี 20% ดังนั้น ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าเวียดนามหรือไม่ และเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งประเทศอื่น อาทิ จีน เวียดนาม เกาหลี มาเลเซีย ถ้าหากไทยจ่ายภาษีมากกว่า ไม่ใช่เพียงเรื่องความสามารถในการแข่งขัน แต่การลงทุนของต่างชาติจะมีปัญหาแน่นอน รวมถึงราคาน้ำมันที่มีโอกาสผันผวน
"ถ้าครึ่งปีหลังเราไปโดนจริงๆในอัตราที่สูงขึ้น ดีมานด์หายไปด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว และถ้าเราสูงกว่าการย้ายฐานการผลิตก็น่าจะเห็น การลงทุนก็จะได้รับผลกระทบด้วย"นายพิพัฒน์ กล่าว
ดังนั้น KKP จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะลดลงและชะลอต่อเนื่องไปถึงปี 69 ซึ่งคาดว่า GDP จะเติบโต 1.5% ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยติดหล่มชั่วคราว ตัวเลขนักท่องเที่ยวตกเป็นแรงกดดัน ส่วนค่าเงินบาทแข็งค่ามาจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าแต่เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น เงินบาทแข็งค่าทั้งที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานมาสนับสนุนมากนัก ดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ดีขึ้น แต่ระยะกลางถึงระยะยาวคาดว่าเงินบาทน่าจะอ่อนค่า ให้กรอบ 32-36 บาท/ดอลลาร์
หุ้นไทยผันผวน
ด้านนายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน KKP กล่าวว่า หุ้นไทยผันผวนและแย่กว่าหุ้นโลก โดยครึ่งปีหลังหุ้นไทยจะผันผวนคล้าย ๆ กับครึ่งปีแรก แต่มีปัจจัยการเมืองเข้ามาด้วย มองว่าอัพไซด์จำกัดในช่วง 6-12 เดือน เรายังแนะนักลงทุนกระจายพอร์ตการลงทุนไปต่างประเทศ เพราะระยะสั้นยังเจอแรงกดดันหลายอย่าง ระยะยาวมีปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ KKP ให้กรอบดัชนี SET ครึ่งปีหลังที่ 1,000-1,230 จุด แนะหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล-สื่อสาร
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองเศรษฐกิจไทยโต 1.4% ท่ามกลางความไม่แน่นอน
- ‘กอบศักดิ์’ สะท้อน 2 ปัญหาใหญ่ท้าทายเศรษฐกิจไทยที่ต้องแก้ให้ได้
- KKP Research แจงชัด 3 ประเด็น ทำไมเศรษฐกิจไทยจะไม่กลับไปโต 3%?
ติดตามเราได้ที่