เปิดประวัติ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม นักธุรกิจ-นักการเมืองแห่งสมุทรปราการ
เปิดประวัติ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เสียชีวิตในวัย 55 ปี หลังป่วยฮีทสโตรก ต้องเข้าโรงพยาบาลที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นการด่วน เป็นนักการเมือง-นักธุรกิจ-นักแข่งรถ
วันที่ 31 มี.ค.2566 ภายหลังจากที่ นายสุนทร ปานแสงทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ข้อมูลกับรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ว่า เมื่อเวลา 01.15 น.ที่ผ่านมา เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ หรือ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ และนักธุรกิจชื่อดัง เสียชีวิตแล้ว ในวัย 55 ปี
เปิดประวัติ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เสียชีวิตในวัย 55 ปี หลังป่วยฮีทสโตรก
หลังจากถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบุรีรัมย์อย่างเร่งด่วน ด้วยอาการฮีทสโตรก หรือ โรคลมแดด ขณะซ้อมแข่งรถยนต์ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เพื่อเตรียมแข่งขันในเดือนหน้า โดยช่วงเช้าวันนี้ เวลา 09.00 น. ครอบครัวจะนำร่างกลับมาประกอบพิธีทางศาสนาที่จ.สมุทรปราการ
- อ่านข่าว :ด่วน! อาลัย เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เสียชีวิตแล้ว หลังป่วยฮีทสโตรก ขณะซ้อมรถแข่ง
- อ่านข่าว : เป๊ก-จิน-ต๊อด โพสต์จอดำ เสียใจพูดไม่ออก แห่ถาม-ร่วมแสดงความเสียใจ
สำหรับประวัติของ นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม หรือ เอ๋ เกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2511 เป็นบุตรของ นายวัฒนา อัศวเหม กับ จันทร์แรม อัศวเหม มีพี่ชาย 2 คน คือ พิบูลย์ อัศวเหม และ พูลผล อัศวเหม โดยจบการศึกษาปริญญาตรีจากคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และยังเป็นนักแข่งรถอีกด้วย
ด้านครอบครัว นายชนม์สวัสดิ์ สมรสครั้งแรกกับ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ก่อนจะหย่าขาดจากนันทิดา โดยในปี 2563 สนับสนุนให้ นันทิดา ลงสมัครรับเลือกตั้งนายกอบจ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ เป็นนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ด้านธุรกิจการเกษตร และด้านน้ำมันเชื้อเพลิง เคยดำรงตำแหน่งประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ และเคยลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายกอบจ.สมุทรปราการ
ต่อมาถูกสั่งปลดตามคำสั่งหัวหน้า คสช. เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2558 ชนม์สวัสดิ์ เคยเป็นกรรมการบริหารพรรคมหาชน เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2550 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง ต่อมาได้เป็นรองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ในปี 2551
นอกจากนี้ เคยถูกจำคุกในคดีทุจริตการเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครสมุทรปราการ ปี 2542 ซึ่งศาลฎีกาตัดสินเมื่อ 4 ส.ค.2558 ต่อมาได้รับการพระราชทานอภัยโทษตามมาตรา 8 (3) ของพระราชทานอภัยโทษพระราชกฤษฎีพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งได้ลดวันต้องโทษ 1 ใน 4 ของโทษที่เหลือ เมื่อ 7 ก.ย. 2559