โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ใช้รถควรรู้! ไฟไหม้รถยนต์ เกิดจากสาเหตุใด แล้วเมื่อเกิดประกันคุ้มครองหรือไม่?

สยามคาร์ - Siamcar

เผยแพร่ 17 ต.ค. 2567 เวลา 02.46 น. • ทีมข่าวสยามคาร์
ใช้รถควรรู้! ไฟไหม้รถยนต์ เกิดจากสาเหตุใด แล้วเมื่อเกิดประกันคุ้มครองหรือไม่?

ใช้รถควรรู้! ไฟไหม้รถยนต์ เกิดจากสาเหตุใด แล้วเมื่อเกิดประกันคุ้มครองหรือไม่?

6 สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดไฟไหม้รถ
แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจกันก่อนเลย กับสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้รถ คือ ระบบไฟฟ้าลัดวงจร, ระบบเชื้อเพลิงเสียหาย, ตัวกรองก๊าซไอเสียเกิดอุดตัน, เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท, เกิดการลุกไหม้จากสิ่งของภายในรถ และระบบของเหลวรั่วไหล ซึ่งหากเราอ่านสาเหตุผ่าน ๆ ถ้าไม่ใช่ช่างหรือผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับระบบรถยนต์ อาจไม่เข้าใจในสาเหตุที่ทำให้ไฟไหม้รถได้ดีมากนัก ทุกคนจึงสามารถหาคำตอบเพิ่มเติมในสาเหตุไฟไหม้รถในข้อต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่หัวข้อดังต่อไปนี้

1. ระบบไฟฟ้าลัดวงจร
สาเหตุไฟไหม้รถที่เกิดจากระบบไฟฟ้าลัดวงจร คือ เหตุผลหลีกที่อาจทำให้รถหลายคันเกิดไฟไหม้ขึ้นมา เมื่อสายไฟภายในรถยนต์เกิดการชำรุดเสียหาย ทำให้หลวม หรือหลุดออกมาสร้างการช็อตที่มีประกายไฟ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถได้นั่นเอง

2. ระบบเชื้อเพลิงเสียหาย
ถัดมาเป็นระบบเชื้อเพลิงเสียหาย คือ อีกหนึ่งสาเหตุไฟไหม้รถที่เกิดขึ้นบ่อยใกล้เคียงกับไฟฟ้าลัดวงจรเลยก็ว่าได้ เนื่องจากรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื่อเพลิงนั้นมีจุดเผาไหม้ที่ต่ำมาก เพียง 72 องศาเท่านั้นเอง ซึ่งถ้าหากเกิดความเสียหายในระบบเชื้อเพลิงอย่างการรั่วซึมออกมา บวกกับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีความร้อนสูง จึงส่งผลให้เกิดเหตุไฟไหม้รถขึ้นมาได้อย่างง่ายดายเอามาก ๆ เลยทีเดียว

3. ตัวกรองก๊าซไอเสียเกิดอุดตัน
ตัวกรองก๊าซไอเสียเกิดอุดตัน คือ อุปกรณ์ที่อยู่ภายในระบบไอเสียเกิดอาการอุดตันขึ้นมา ทำให้ระดับอุณหภูมิเกิดการสะสมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ จนอาจร้อนได้ถึง 1,000 องศา ด้วยความร้อนที่สูงมากถึงระดับดังกล่าว หากมีวัตถุที่ติดไฟง่าย อย่างเช่น เศษกระดาษ หรือใบไม้เข้าไปใกล้ ก็อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ลามไปทั่วรถ จนกลายเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้รถขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน

4. เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท
เครื่องยนต์โอเวอร์ฮีท นับเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดไฟไหม้รถได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากการออกแบบระบบรถยนต์นั้นมีระบบระบายความร้อนที่ค่อนข้างดีมากอยู่แล้ว รวมถึงกรณีที่ความร้อนสูงขึ้นจริง หน้าปัดรถจะแสดงระดับความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นจนทำให้เราสังเกตได้ง่าย และหยุดรถก่อนจะกลายเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้รถ ส่วนสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโอเวอร์ฮีทมักจะมาจาก ระบบระบายความร้อนทำงานไม่ทัน หรือไม่ก็น้ำยาหล่อเย็นหมด

5. เกิดการลุกไหม้จากสิ่งของภายในรถ
สาเหตุไฟไหม้รถที่เกิดจากการลุกไหม้สิ่งของภายในรถ ซึ่งในอดีตที่เคยมีข่าวถึงความเสี่ยงในสาเหตุนี้มักจะเป็น Power Bank, ขวดน้ำที่สะท้อนแสง หรือขวดแอลกอฮอล์ที่มีจุดเผ้าไหม้ต่ำ หากจอดรถตากแดดจนสิ่งของเหล่านี้ถูกแสงแดดเป็นเวลานานหลายชั่วโมง ก็มีโอกาสทำให้เกิดไฟไหม้รถจากภายในได้

6. ระบบของเหลวรั่วไหล
ระบบของเหลวรั่วไหลอาจเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก แต่ถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นกับระบบของเหลวที่ติดไฟง่าย มีจุดเผาไหม้ค่อนข้างต่ำ เช่น น้ำมันเครื่อง, น้ำมันเกียร์ หรือแม้กระทั่งน้ำมันเบรกที่รั่วไหลออกมา แล้วไปถูกส่วนของตัวเครื่องรถยนต์ที่มีความร้อนสูง ก็อาจทำให้เกิดการลุกไหม้ และกลายเป็นอุบัติเหตุไฟไหม้รถได้เหมือนกัน

ประกันคุ้มครองหรือไม่?
สำหรับความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมไปถึงเหตุไฟไหม้ก็จะมีประกันภัยชั้น 1, 2+ และ 2 นั่นเองครับ โดยการรับผิดชอบความเสียหายจากเหตุไฟไหม้รถยนต์ทางบริษัทจะแบ่งออกเป็น 2 กรณี

กรณีเสียหายสิ้นเชิง
เสียหายสิ้นเชิง = ความเสียหายจากไฟไหม้รถยนต์รุนแรงเกินกว่า 70% ของสภาพรถ หรืออยู่ในระดับที่ไม่สามารถซ่อมแซมรถยนต์ให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้อีกต่อไป

ในกรณีนี้ทางบริษัทประกันจะทำการจ่ายค่าเสียหายให้เต็มจำนวนก็คือ 100% ของทุนประกันสูงสุดตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ (คำนวณทุนประกันขึ้นอยู่แต่ละบริษัทประกัน)

กรณีเสียหายบางส่วน
เสียหายบางส่วน = ความเสียหายจากไฟไหม้รถยนต์ยังไม่รุนแรงมาก สามารถซ่อมแซมเพื่อให้รถยนต์กลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้

กรณีนี้จะมีให้เลือกว่าจะซ่อมรถให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมหรือจะรับเงินชดเชยความเสียหาย (ส่วนนี้จะขึ้นอยู่กับข้อตกลงกับบริษัทประกัน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...