โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘TOKAMAK’ เทคโนโลยีฟิวชัน ประตูสู่พลังงานสะอาดโลกอนาคต

77kaoded

เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 07.15 น. • 77 ข่าวเด็ด

วันนี้ ทุกองค์กรทั่วโลกต่างกำลังมุ่งมั่นสู่เป้าหมายสากล ที่จะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี พ.ศ.2573 สำหรับด้านพลังงาน ก็เร่งหาพลังงานสะอาด ที่ตอบโจทย์ทั้งการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นพลังงานที่มีใช้ได้อย่างยั่งยืนให้แก่มวลมนุษยชาติ

หนึ่งในเทคโนโลยีพลังงานที่มีศักยภาพและกำลังเป็นที่จับตามองว่า อาจจะเป็นหนทางสร้างพลังงานสะอาดจำนวนมหาศาลในโลกอนาคต ที่เรากำลังรอคอยกันอยู่ก็ได้ นั่นคือ เทคโนโลยีฟิวชัน ด้วย'TOKAMAK : โทคาแมค'

โทคาแมค (Tokamak) ดวงอาทิตย์ประดิษฐ์ฝีมือมนุษย์
'โทคาแมค' เป็นเครื่องจำลองปฏิกิริยาฟิวชัน ซึ่งเลียนแบบการทำงานของดวงอาทิตย์ โดยเป็นการจำลองการรวมกันของนิวเคลียสของธาตุที่มีน้ำหนักเบา อย่างดิวทีเรียม (Deuterium) และทริเทียม (Tritium) ภายใต้แรงดันและอุณหภูมิที่สูงมาก ที่ใจกลางดวงอาทิตย์มีความกดดันจากแรงโน้มถ่วงมหาศาลทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิวชันได้ที่อุณหภูมิสูงในระดับ 10 ล้านองศาเซลเซียส แต่บนโลกมีความดันต่ำกว่ามาก การทำให้เกิดปฏิกิริยาฟิวชันต้องใช้อุณหภูมิที่สูงกว่า 100 ล้านองศาเซลเซียส จึงจะเกิดปฏิกิริยาฟิวชันและปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมา ซึ่งพลังงานฟิวชันนี้เป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษและก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หลายประเทศทั่วโลกจึงร่วมมือกันพัฒนาเพื่อเป็นพลังงานสะอาดให้กับโลกในอนาคต

ความท้าทายของเทคโนโลยีฟิวชัน
ปฏิกิริยาฟิวชันที่เกิดขึ้นบนดวงอาทิตย์ เป็นสิ่งที่มนุษย์สามารถสร้างเลียนแบบได้ โดยนักวิจัยต้องสร้างเงื่อนไขของการเกิดดวงอาทิตย์บนโลกและควบคุมพลังงานพลาสมาให้ได้ตลอดเวลา บรรดาประเทศมหาอำนาจได้เริ่มศึกษาเทคโนโลยีนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ปี แต่ก็ยังไม่มีประเทศไหนในโลกที่สามารถสร้างพลาสมาและควบคุมการเกิดฟิวชันได้อย่างมีเสถียรภาพ ระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดที่ทำได้ คือ 1,056 วินาที โดยใช้เตาปฏิกรณ์ EAST สาธารณรัฐประชาชนจีน

Thailand Tokamak I : TT-1 ก้าวแรกของโทคาแมคเครื่องแรกของไทยและอาเซียน
เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2560 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้รับอุปกรณ์บางส่วนของเครื่องโทคาแมคที่เลิกใช้งานแล้ว จากสถาบันฟิสิกส์พลาสมา สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีน (Institute of Plasma Physics of Chinese Academy of Sciences : ASIPP) นับเป็นก้าวแรกในการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันของไทย

โดย สทน. ร่วมกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) หน่วยงานหลักด้านการดูแลรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน และสถาบันการศึกษาชั้นนำ ได้ส่งทีมนักวิจัยไปเรียนรู้เทคโนโลยีและพัฒนาระบบร่วมกับ ASIPP เพื่อสร้างให้เป็นเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ โดยใช้ชื่อว่า Thailand Tokamak I (TT-1) เพื่อนำกลับมาเป็นต้นแบบในการค้นคว้าหาวิธีการสร้างพลาสมาและเทคโนโลยีฟิวชันให้กับนักวิจัยไทย

ภาพช่วงการศึกษาเทคโนโลยีฟิวชันจากเครื่องโทคาแมคที่สาธารณรัฐประชาชนจีน

กฟผ. ได้คัดเลือกบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรไฟฟ้าที่มีความถนัดด้านระบบจ่ายไฟฟ้าแรงสูง ระบบควบคุมและเก็บข้อมูล วิศวกรเครื่องกลที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบสุญญากาศ รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่เป็นนักวิจัยด้านพลาสมาและระบบวัดคุณสมบัติของพลาสมา ทำให้สามารถศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติอย่างเข้มข้นได้ตลอด 3 เดือนของการศึกษาวิจัย ร่วมพัฒนา TT-1 จนสามารถสร้างพลาสมาและคงสภาพเสถียรเอาไว้ได้ในระยะเวลา 0.1 วินาที

แต่ 0.1 วินาทีนั้นยังไม่เพียงพอที่จะนำพลังงานไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ต้องศึกษาวิจัยกันอีกมากเพื่อรักษาและควบคุมเสถียรภาพให้ได้ตลอดเวลา ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็จะสามารถใช้พลังงานสะอาดนี้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด และแน่นอนว่า นักวิจัยไทยก็อาจเป็นผู้ค้นพบทางสำเร็จจนสร้างประวัติศาสตร์โลกได้เช่นกัน

21 เมษายน พ.ศ.2566Thailand Tokamak I : TT-1 ผลงานของทีมนักวิจัยไทยได้ถูกถอดประกอบจากสาธารณรัฐประชาชนจีน นำเครื่องกลับมาติดตั้งไว้ที่ สทน.องครักษ์ จ.นครนายก และเดินเครื่องอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2566 ถือเป็นโทคาแมคเครื่องแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

Thailand Tokamak I : TT-1

หลังจากนี้ นักวิจัยไทยจะสามารถนำสมมติฐานมาทดลองกับ TT-1 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งสร้างความเป็นไปได้ให้กับเทคโนโลยีฟิวชัน โดย สทน. ตั้งเป้าว่าภายใน 10 ปี จะมีการออกแบบและสร้างเครื่องโทคาแมคเครื่องใหม่ขึ้นมาเอง เพื่อขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันและกำลังคนระดับสูงด้านเทคโนโลยีฟิวชันของอาเซียน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปสู่ประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ก้าวสู่ ITER โทคาแมคที่ใหญ่ที่สุดในโลก
แม้หนทางจะดูยาวไกล แต่หากนานาประเทศพร้อมใจและร่วมมือกันก็อาจจะสร้างประวัติศาสตร์ให้โลกก็เป็นได้ 7 ประเทศใหญ่ ได้แก่ จีน สหภาพยุโรป อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ รัสเซีย และสหรัฐอเมริกา รวมถึงผู้ร่วมลงทุนอีกกว่า 30 ประเทศ ได้ร่วมลงขันกันกว่า 10,000 ล้านยูโร สร้างโทคาแมคที่ใหญ่ที่สุดในโลกติดตั้งที่เมือง Cadarache ประเทศฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ภายใต้โครงการ International Thermonuclear Experimental Reactor : ITER

คาดว่าจะเริ่มเดินเครื่องครั้งแรกในปี พ.ศ.2568 เพื่อพิสูจน์หาหนทางการสร้างพลังงานฟิวชันก่อนพัฒนาไปสู่การใช้ผลิตไฟฟ้าในอนาคต และจากการที่ประเทศไทยได้ส่งนักวิจัยร่วมศึกษาเทคโนโลยีฟิวชัน จึงเป็นการสร้างโอกาสให้นักวิจัยไทยได้ร่วมในเวทีการศึกษาพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชันระดับโลก เพื่อต่อยอดการพัฒนาพลังงานของไทยด้วยเช่นกัน

ภาพจาก www.iter.org

บนเส้นทางการพัฒนาเทคโนโลยีฟิวชัน อีกไม่นาน ITER จะพร้อมสำหรับการเดินเครื่อง ซึ่งการที่ ITER เป็นโครงการร่วมลงทุนขนาดใหญ่ ทำให้มีการนำเทคโนโลยีและความรู้ของแต่ละประเทศที่ทุ่มเทศึกษาวิจัยกันมายาวนานหลายสิบปีมาประยุกต์ใช้ร่วมกัน ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าปลายทางจะเป็นอย่างไร แต่อย่างน้อยก็เป็นการขยับก้าวเข้าใกล้เป้าหมายสู่พลังงานสะอาดจากเทคโนโลยีฟิวชันได้เร็วขึ้น และเชื่อว่าเทคโนโลยีฟิวชัน โดย Tokamak จะเป็นประตูที่นำพาโลกของเราไปสู่พลังงานสะอาดที่ไร้ขีดจำกัดในอนาคตอันใกล้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...