โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

JASIF จ่อปันผล 0.23 บ./หน่วย 6 ก.ย.นี้ โบรกฯ แนะ "ถือ" รับผลตอบแทน 10%, IRR 7.6%

ทันหุ้น

อัพเดต 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.43 น. • เผยแพร่ 10 ส.ค. 2566 เวลา 03.43 น.

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการHead of Real Estate Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน บรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมิน หรือ JASIF เตรียมจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องครั้งที่ 34ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.23 บาทจากกำไรสะสม คิดเป็นเงินปันผลที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 1,840.00 ล้านบาท

โดยจะปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุนในวันที่ 23 สิงหาคม 2566 เพื่อกำหนดสิทธิในการรับเงินปันผล ซึ่งมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 6 กันยายน 2566 เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน JASIF จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 34 นี้ กองทุนจ่ายเงินปันผลรวมทั้งสิ้น 7.67 บาทต่อหน่วย ลงทุนขณะเดียวกันมีการจ่ายเงินลดทุนไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 0.1484 บาทต่อหน่วยลงทุน

สำหรับผลการดำเนินงานของกองทุน JASIF ในไตรมาส 2 ปี 2566 กองทุนมีกำไรจากการลงทุนสุทธิ 2,266.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.48% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนแต่ลดลง 0.15% จากไตรมาสก่อนขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน 2,199.90 ล้านบาท ลดลง 175.01% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 40.54% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเกิดจากในเดือนมิถุนายน 2566 กองทุนได้ว่าจ้างผู้ประเมินราคาอิสระให้ประเมินมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง ได้มูลค่ายุติธรรมใหม่เท่ากับ 88,900.00 ล้านบาท กองทุนจึงรับรู้ขาดทุนจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนจากการประเมินมูลค่าเงินลงทุนดังกล่าว ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเท่ากับ 66.65 ล้านบาท เปลี่ยนแปลงลดลง 95.28% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น 104.66% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

สินทรัพย์รวมของกองทุน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 มีจำนวน 93,839.80 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินลงทุนในทรัพย์สินเส้นใยแก้วนำแสง 88,900.00 ล้านบาทเงินลงทุนในหลักทรัพย์และเงินฝากธนาคาร 4,927.91 ล้านบาท และสินทรัพย์อื่น 11.89 ล้านบาทขณะที่หนี้สินรวมมีจำนวน 13,736.32 ล้านบาท สินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 เท่ากับ 80,103.48 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10.0129 บาทต่อหน่วย

ด้าน บล.เมย์แบงก์ คงคำแนะนำ “ถือ” รับปัจจัยหนุนจากผลตอบแทนเงินปันผลปี 67 ที่ 10% ขณะที่ DPU มีอัพไซด์จากระยะเวลาชำระหนี้ที่อาจถูกขยายให้ยาวขึ้น ประเมินว่าผู้ถือหน่วยจะอนุมัติการเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าตามที่ TTTBB เสนอในวันที่ 23 ส.ค.นี้ ราคาเป้าหมายของฝ่ายวิจัยลดเหลือ 6.55 บาท (DCF, 6.8% WACC) จาก 6.80 บาท หลังจากเลื่อน ไปใช้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 67 ปรับประมาณการปันผลต่อหน่วย (DPU) ปี 66-67 เนื่องจากค่าเช่าส่วนหนึ่งของไตรมาส 3/66 จะถูกเลื่อนไปชำระใน 1H67 ฝ่ายวิจัยชอบ CPNREIT มากกว่า เนื่องจาก IRR สูงกว่าที่ 8.6% (เทียบกับ JASIF ที่ 7.6%) และอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 67 ที่ใกล้เคียงกันที่ 10%

ลดประมาณการ DPU ปี 66 ลง 10% โดย DPU จะลดลงใน Q3

TTTBB ซึ่งเป็นผู้เช่าเพียงรายเดียวของ JASIF ได้ตัดสินใจชะลอการชำระค่าเช่าภายใต้สัญญาประกันการเช่า (31% ของรายได้ของ JASIF ในปี 65) ของช่วงไตรมาส 3/66 ไปชำระในช่วง 6 เดือนแรกของปี 67 เนื่องจากปัญหาสภาพคล่อง จากรายได้เงินสดที่ลดลงของ JASIF ฝ่ายวิจัยลดประมาณการ DPU ปี 66 ลง 10% เหลือ 0.77 บาท (ผลตอบแทนเงินปันผล 11.6%) นอกจากนี้ DPU รายไตรมาสมีแนวโน้มลดลงจาก 0.23 บาทในช่วงไตรมาส 1/65 – ไตรมาส 2/66 เป็น 0.154 บาทในไตรมาส 3/66 จากนั้น DPU น่าจะอยู่ที่ 0.154 บาทใน Q4/66 หลังสัญญาเช่าใหม่ (ค่าเช่าที่ลดลงแต่ระยะเวลาที่นานขึ้น) มีผลบังคับใช้

เพิ่ม DPU ปี 67 จากรายได้ค้างรับจำกไตรมาส 3/66

ฝ่ายวิจัยเพิ่มประมาณการ DPU ปี 67 ขึ้น 19% เป็น 0.69 บาท (ผลตอบแทนเงินปันผล 10%) จากรับรู้รายได้ค้างรับจากไตรมาส 3/66 โดย TTTBB มีแผนที่จะจ่ายค่าเช่าที่ค้างชำระ (ตั้งแต่ไตรมาส 3/66) แบ่งเป็น 6 งวดเท่าๆ กัน เริ่มตั้งแต่เดือน ม.ค. 67 ถึง มิ.ย.67 พร้อมกับดอกเบี้ยจ่าย (อัตราดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี) อย่างไรก็ตาม จะไม่มีรายได้ค้างรับจากไตรมาส 4/66 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าที่จะเกิดขึ้น โดยประเมินว่าสัญญาเช่าใหม่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ต.ค. 2566 หรือ ประมาณหนึ่งเดือนหลังจากได้รับอนุมัติจากผู้ถือหน่วยลงทุนในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 23 ส.ค.

อัพไซด์ต่อ DPU คือระยะเวลาชำระหนี้กับ BBL ที่นานขึ้น

JASIF มี IRR ที่ 7.6% โดยมีอัพไซด์คือระยะเวลาการชำระหนี้ที่นานขึ้นและค่างวดต่อปีที่ลดลง ซึ่งจะทำให้ JASIF สามารถจ่าย DPU ที่สูงขึ้นใน 7 ปีแรกของสัญญาเช่า (ก่อนปี 2574) และทำให้ IRR ดีขึ้น ฝ่ายวิจัยเชื่อว่า BBL จะพิจารณาขยายระยะเวลาชา ระหนี้หลังจาก 1) ผู้ถือหน่วย JASIF อนุมัติการเปลี่ยนแปลงสัญญาเช่าในวันที่ 23 ส.ค. และ 2) ADVANC เข้าซื้อ TTTBB(ถือหุ้น 100%) และ JASIF (ถือหุ้น 19%)

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ที่นี่

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...