โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“drawings_for my_grandchildren” อินสตาแกรมที่บันทึกความคิดถึงเป็นภาพวาด จากคุณปู่ชาวเกาหลี ถึงหลาน ๆ ในอีกซีกโลกหนึ่ง

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 10 พ.ค. 2566 เวลา 10.43 น. • มนุษย์ต่างวัย

ถ้าครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปคนละทิศละทางอยู่ห่างกันข้ามทวีป ลูกหลาน ปู่ย่าตายายต้องห่างกันหลายร้อยพันไมล์ แค่เก็บความรักความคิดถึงไว้ในใจคงไม่พอ สมัยนี้จะโทรคุยกันทุกวันก็ยังไหว แต่มันยังไม่เพียงพอสำหรับปู่ย่าชาวเกาหลีคู่นี้

ชาน เจ ลี (Chan jae Lee) และมารินา (Marina) วัย 81 ปี คือคุณปู่-ย่าชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในบราซิล การจากครอบครัวและบ้านเกิดที่เกาหลีเป็นเวลานานกลายเป็นความเปลี่ยวเหงาเดียวดาย แต่พวกเขาไม่ยอมให้ระยะทางเป็นอุปสรรค ทั้งคู่เลือกใช้ภาพวาดและเขียนข้อความสั้น ๆ เพื่อส่งต่อความรู้สึกและความปรารถนาดีให้กับหลาน ๆ ในต่างแดน เรื่องราวที่สวยงามอบอุ่นถูกถ่ายทอดผ่านอินสตาแกรมในชื่อ “drawings_for_my_grandchildren” ใน 3 ภาษา ทั้งเกาหลี อังกฤษ และโปรตุเกส

ปู่ชานอาศัยอยู่กับลูกสาวและหลาน ๆ ในประเทศบราซิล ในแต่ละวัน เขามีหน้าที่ขับรถไปรับอาร์เธอร์ (Arthur) และ อลัน (Allan) ที่โรงเรียนตอนเช้าและไปรับในตอนบ่าย เป็นอย่างนี้สม่ำเสมอตลอดหลายปี วันหนึ่งลูกสาวแจ้งข่าวแก่พ่อว่าเธอและครอบครัวต้องย้ายกลับประเทศเกาหลีและนั่นหมายความว่าเขาจะไม่ได้เจอหลาน ๆ อีกต่อไปแล้ว

“ผมพาเขาไปโรงเรียนทุกวันตอนเช้าและไปรับในตอนบ่าย ผมทำอย่างนี้อยู่ 5 ปี เราเลยได้ใกล้ชิดกัน แต่พอครอบครัวลูกสาวย้ายกลับไปเกาหลี อะไรที่เคยทำก็ไม่ได้ทำแล้ว มันเหมือนว่าวันทั้งวันไม่มีความหมายเลย” ปู่ชานกล่าว

นับตั้งแต่นั้นมา ชีวิตของปู่ชานก็เงียบเหงาและไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เขาเอาแต่นั่งอยู่หน้าทีวีและดูรายการช่องเกาหลีวนไปวนมา จิ ลี (Ji Lee) ดีไซน์เนอร์ในนิวยอร์ค ลูกชายอีกคนของพวกเขาเริ่มคิดว่าถ้าปล่อยพ่อให้เป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ เขาเริ่มมองหากิจกรรมให้พ่อทำ

“จิ เป็นห่วงพ่อมาก พอพ่อไม่มีอะไรทำแล้ว เขากังวลว่าพ่อจะเอาแต่นั่งจมอยู่หน้าทีวีด้วยความว่างเปล่าทั้งวัน แล้วเขาก็ขอให้ฉันหาโปสการ์ดที่พ่อเคยวาดส่งให้เขาตอนเด็ก ๆ เขาจำได้ว่าพ่อวาดรูปได้ดีจริง ๆ เขาคิดว่าพ่อน่าจะลองวาดมันดูอีกสักครั้ง” ย่ามารินากล่าว

จิอยากให้พ่อกลับมาวาดรูปอีกครั้งแล้วโพสต์มันลงในอินสตาแกรม แน่นอนว่าปู่ชานเกลียดไอเดียนี้มาก เขาไม่รู้ว่าจะทำอย่างนั้นไปทำไม เขาไม่เคยได้ยินคำว่าอินสตาแกรมมาก่อน ไม่เคยใช้แม้กระทั่งอีเมลหรือกูเกิล โทรศัพท์มือถือของเขามีไว้สำหรับโทรเข้าโทรออกเท่านั้น

หลังจากครอบครัวของลูกสาวย้ายกลับเกาหลีได้ไม่นาน แอสโตร (Astro) หลานชายคนที่ 3 ถือกำเนิดขึ้น ปู่ชานและย่ามารินาบินมาเยี่ยมที่นิวยอร์กและตกหลุมรักเจ้าตัวน้อยหมดใจ “โตขึ้นแอสโตรจะเป็นยังไงกันนะ? พ่อคงไม่อยู่จนได้เห็นเขาโตหรอก” ปู่ชานพูดขึ้นมากลางโต๊ะอาหารในมื้อค่ำวันหนึ่ง คำพูดที่แสนธรรมดานี้ทำให้ทุกคนสะเทือนใจ คิดไปถึงวันที่เสาหลักของบ้านไม่ได้อยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว

แล้วไอเดียให้พ่อวาดรูปลงอินสตาแกรมของจิก็กลับมาอีกครั้ง เขาเสนอให้พ่อลองวาดรูปหลาน ๆ ทั้ง 3 คนแล้วใช้ชื่อว่า “Drawings For My Grandchildren”

ด้วยความที่เขาอยากหาทางเชื่อมต่อกับหลาน ๆ ครั้งนี้ปู่ชานยอมทำตาม เขาเริ่มลงมือวาดภาพง่าย ๆ ทุกวัน การเริ่มต้นก้าวเล็ก ๆ นี้ทำให้เขากลับมาหลงใหลการวาดภาพอีกครั้งในปี 2558 ทั้งรูปของเล่นที่หลาน ๆ ทิ้งไว้ที่บราซิล ภาพงานวันเกิดของอลัน และภาพของแอสโตรในอนาคตที่เขาจินตนาการถึง

ต้นไม้ต้นเดิมที่ริมหน้าต่างเปลี่ยนสีไปทุกฤดูกาล เขาเฝ้ามองและถ่ายทอดออกมาหลายต่อหลายครั้งด้วยสีสันที่แตกต่างกัน ภาพสัตว์ เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน รวมถึงภาพวิวทิวทัศน์ของประเทศเกาหลีที่เขาคิดถึง ถูกวาดออกมาในแบบที่ต่างจากเทคนิคและสไตล์การวาดรูปทั่วไป รายละเอียดเล็กน้อยในภาพวาดสะท้อนให้เห็นสายตาของชายชราที่มองเห็นสิ่งเล็ก ๆ ในแต่ละช่วงชีวิตที่สวยงามอยู่เสมอ

จิเริ่มสอนปู่ชานใช้อินสตาแกรม แม้มันจะยากลำบากและทำให้ปู่ชานหงุดหงิดบ่อย ๆ แต่เขาก็ค่อย ๆ พยายามเรียนรู้มันอย่างช้า ๆ แต่สม่ำเสมอ จนตอนนี้ในอินสตราแกรมของเขาเต็มไปด้วยภาพวาดที่ประกอบข้อความสั้น ๆ แสนอบอุ่น เป็นภาพวาดของความทรงจำและข้อความที่สองปู่ย่าที่อยากถ่ายทอดออกไปให้ถึงหลาน ๆ ที่อยู่อีกซีกโลกหนึ่ง

หลาย ๆ ข้อความและภาพวาดของปู่ย่าทั้งสองถูกโพสต์ลงอินสตาแกรมเกือบทุกวัน ทุกถ้อยคำล้วนแสดงถึงความรักความคิดถึงหลานอย่างสุด ๆ ถึงแม้ตัวจะอยู่ไกลหลายพันไมล์แล้วก็ตาม แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหน ก็เห็นแต่หน้าหลาน ๆ ไปเสียหมด เหมือนที่บรรยายไว้ในภาพวาดหนึ่งว่า

“ทุกเช้าหลังกลับจากยิม ฉันจะเห็นเด็ก ๆ จากศูนย์เด็กเล็กเดินอยู่ด้วยทุกเช้า

“จับมือกันไว้นะ”- คุณครูบอกในขณะที่เด็ก ๆ กำลังพูดคุยกัน

พวกเขาน่ารักจริง ๆ และสุดท้ายฉันก็เผลอเดินตามพวกเขาไปโดยไม่รู้ตัว

สำหรับฉัน เด็กชายมัธยมต้นทุกคนคืออาร์เธอร์กับอลัน เด็กเล็ก ๆ ทุกคนที่ศูนย์รับเลี้ยงเด็กคือแอสโตร

และอีกไม่นาน ทารกแบเบาะทุกคนจะคือ ลัว!”

“พอพ่อเขียนภาพเสร็จ แม่จะเขียนเรื่องราวประกอบภาพแล้วส่งมาให้ผมเป็นภาษาเกาหลี ผมมีหน้าที่แปลเป็นภาษาอังกฤษ ส่วนน้องสาวจะแปลเป็นภาษาโปรตุเกส เพราะโปรเจกต์นี้ของพ่อแท้ ๆ ที่ทำให้ครอบครัวเราได้คุยกันทุกวัน” จิเล่า

ตอนนี้อินสตาแกรมของปู่ชานและย่ามารินาเต็มไปด้วยภาพวาดกว่า 1,300 ภาพ และมีผู้ติดตามเกือบ 4 แสนคนเปรียบเสมือนบันทึกประจำวันจากคนรุ่นก่อนที่ส่งต่อถึงลูกหลาน ภาพวาดสีน้ำแสนอบอุ่นและเรื่องราวที่แสนบริสุทธิ์ชวนให้ทุกคนทั่วโลกกลับไปคิดถึงคำว่าครอบครัวอีกครั้งถูกตีพิมพ์เป็นหนังสือในชื่อ “Looking Back Life was Beautiful”

“ผมมองการวาดรูปเป็นแค่ส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ได้มองว่าเป็นความท้าทายหรือเป้าหมายที่ต้องไปให้ถึง ผมเพียงแค่มีชีวิตไปแต่ละวัน และทำในสิ่งที่รัก แล้วตั้งใจทำมันให้มากเท่าที่จะมากได้เท่านั้นเอง” ปู่ชานกล่าว

ในวันที่ครอบครัวต้องห่างไกลกันข้ามทวีป เราได้เห็นครอบครัวยังคงส่งต่อความรักความปรารถนาดีต่อกันในวิถีที่ทุกคนต่างถนัด เราได้เห็นความช่วยเหลือของลูก ๆ ที่พาพ่อแม่ก้าวข้ามอุปสรรคของระยะทางและเทคโนโลยีเพื่อพาทุกคนในครอบครัวกลับมาเชื่อมกันได้อีกครั้ง และเราได้เห็นสายตาของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมากมายที่มองเห็นความสุข ความทุกข์เฉกเช่นคนทั่วไป แต่ทว่ายังคงมองเห็นความสวยงามในทุกช่วงเวลาของชีวิต

วันนี้แอสโตรเริ่มวิ่งได้แล้ว อาร์เธอร์และอลันก็ไม่ใช่เด็กชายตัวเล็ก ๆ อีกต่อไป แถมยังมีลัว หลานวัยแบเบาะเพิ่มขึ้นมาแล้ว แต่ปู่ชานก็ยังคงวาดภาพทุกวัน ย่ามารินาก็ยังคงเขียนเรื่องราวสั้น ๆ ที่เป็นเหมือนบันทึกประจำวันไม่เคยขาด และคงไม่มีอะไรจะหยุดยั้งพวกเขาได้อีกต่อไป

ขอบคุณภาพจาก

  • https://www.instagram.com/drawings_for_my_grandchildren/?hl=en

ข้อมูลอ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...