ตรวจสอบอีกหน 'แม่พราหมณ์' เปิดสำนักกราบไหว้อวัยวะเพศชาย-หญิง ขอให้แก้ป้ายข้อความ
ตรวจสอบอีกหน ‘แม่พราหมณ์’ เปิดสำนักกราบไหว้อวัยวะเพศชาย-หญิง เผยไม่พบความเสียหายใด ขอแก้ไขป้ายข้อความให้เหมาะสม เจ้าสำนักชี้กราบไหว้ไม่ใช่เรื่องแปลก
จากกรณีโลกโซเชียลเผยแพร่เรื่องราว สำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญ ตั้งอยู่หมู่ 7 บ้านหนองผักแผ่น ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ โดยมี พราหมณ์เนาวรัตน์กชพร ศรีเมธาวงศ์ เป็นเจ้าสำนัก โกนศีรษะ สวมเสื้อผ้าชุดไทย และเรียกตัวเองว่า “แม่พราหมณ์” อ้างว่าสิ่งที่เห็นเป็นไปตามตำราดูดวงตามศาสตร์ “คัมภีร์มหานาม” เพื่อรักษาเยียวยาจิตใจของผู้หญิงที่ประสบทุกข์ถือเป็นหนึ่งในความเชื่อเรื่องการแก้กรรมจากการทำแท้งของผู้หญิงที่เป็นเหตุให้ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต หากินไม่ขึ้น และเจ็บไข้ได้ป่วย พร้อมจุดทำพิธีเผาวิญญาณคล้ายเชิงตะกอน ที่ผ่านมาผู้มีจิตศรัทธามักจะมาถือศีล 8 อาบน้ำมนต์ สะเดาะเคราะห์ เสียค่าทำพิธีคนละ 500 บาท เงินที่ได้นำมาเป็นค่าใช้จ่ายทำนุบำรุงสำนักพราหมณ์แห่งนี้
ต่อมา วันที่ 20 พฤษภาคม 2566 ฝ่ายปกครอง ร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสำนักพุทธศาสนาเข้าตรวจสอบและสั่งให้เคลื่อนย้ายพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่ตั้งอยู่ใกล้กับ รูปปั้นอวัยวะเพศชายและหญิง ออกไปให้ห่าง เวลาประชาชนถ่ายภาพจะทำให้เห็นภาพที่ไม่น่าดูอาจทำให้พุทธศาสนามัวหมองเสื่อมเสีย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 พฤษภาคม นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา นำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบสำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญอีกครั้ง เพื่อจัดระเบียบให้เป็นไปตามศีลธรรมอันดีงาม และขอความร่วมมือจากเจ้าสำนักพราหมณ์ธรรมโชติหิรัญ เนื่องจากในบางจุดยังมีการมีป้ายข้อความที่ไม่เหมาะสมก็ขอให้แก้ไข
ส่วนมีผู้มากราบไหว้รูปปั้นศิวลึงค์เพศชายและเพศหญิงถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ยังไม่พบว่าเกิดความเสียหายแต่ประการใด จึงมอบหมายให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สอดส่องดูแลความผิดสังเกตและความเป็นระเบียบเรียบร้อย
แม่พราหมณ์เนาวรัตน์กชพรกล่าวว่า การมีผู้ศรัทธาเข้ามากราบไหว้รูปปั้นศิวลึงค์เพศชายและเพศหญิงถือเป็นต้นกำเนิดของชีวิตและความอุดมสมบูรณ์ของชีวิตในโลก ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะถือเป็นสิ่งเคารพบูชา อย่างหนึ่งของผู้นับถือศาสนาพราหมณ์ในอินเดียมาตั้งแต่โบราณ และยังมีคำสอนให้เพศหญิงต้องให้ความเคารพสามีที่เป็นเพศชาย ถึงแม้ว่าปัจจุบันหญิงและชายจะมีสิทธิเท่าเทียมกันตามกฎหมายก็ตาม