ดูไปหาวไปรวมนิเมะน่าเบื่อไม่สนุกที่ควรคิดก่อนดู
ผ่านมาครึ่งทางของปี 2023 มาแล้วกับชีวิตช่วงครึ่งปี ที่ในบ้านเราต้องเจอเรื่องราวมากมายเข้ามา รวมถึงเรื่องราวของอนิเมะที่เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มอนิเมะมากมายหลายแนวให้คุณดูตลอดทั้งอาทิตย์ แถมแต่ละเรื่องก็สนุกจนพลาดไม่ได้แม้แต่ตอนเดียว และเมื่อพูดถึงอนิเมะที่สนุกน่าติดตามจนเราต้องนั่งวันรอว่าเมื่อไหร่ตอนใหม่จะมา ก็มีอนิเมะที่น่าเบื่อดูไม่สนุกดูไปหาวไปแต่ก็ทนดู เพราะเดี๋ยวไปคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่อง หรือบางคนดูไม่ครบ ‘Season’ ก็เทก่อนเพราะไม่สนุก (คนอื่นเขาสนุกเราอาจจะไม่สนุก) เมื่อเป็นอย่างนั้นเราเลยไปหาอนิเมะที่ดูแล้วไม่สนุกมานำเสนอ เพื่อว่าใครที่กำลังคิดจะดูเรื่องไหนจะได้มีตัวเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น โดยเกณฑ์การตัดสินเราเอามาจากการจัดอันดับของชาวญี่ปุ่น ว่าอนิเมะเหล่านี้ไม่สนุกดูแล้วหาวไม่น่าสนใจ จะมีอนิเมะเรื่องไหนบ้างนั้นมาดูไปพร้อมกันเลย
Pop Team Epic
เริ่มต้นอนิเมะเรื่องแรกที่จะเรียกว่าน่าเบื่อก็พูดได้ไม่เต็มปากเสียทีเดียว แต่ต้องตะโกนออกมาดัง ๆ แทนว่า “อะไรกันวะครับดูไม่รู้เรื่องเลย” ออกมาแน่นอน กับอนิเมะเรื่อง ‘Pop Team Epic’ อนิเมะแปลก ๆ แหวกแนวที่คุณจะไม่สามารถจับประเด็นเข้าใจหรือดูอนิเมะเรื่องนี้รู้ได้เลย (จะเรียกอนิเมะได้รึเปล่าก็ไม่รู้) โยตัวเรื่องจะเริ่มต้นแบบงง ๆ ของของตัวละครเด็กสาว (แต่เสียงผู้ชาย) สองคน (ตัว) ที่มาทำอะไรแปลก ๆ ที่เป็นแนวอนิเมะสั้น ๆ ฮา ๆ กับลายเส้นแปลก ๆ ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในการล้อเลียนอนิเมะเรื่องต่าง ๆ ไปจนถึงรายการเกมโชว์ญี่ปุ่นวิดีโอเกมเรียกว่าถ้าล้อได้โดยไม่โดนลิขสิทธิ์พี่แกไปล้อหมด ซึ่งถ้าคุณสามารถผ่านตอนแรกไปได้คุณก็จะไม่อยากดูตอน 2 ตอน 3 ต่อก็ได้เพราะมันดูไม่รู้เรื่องจริง ๆ จนเราไม่รู้ว่าต้องเอาจุดไหนมาอธิบายดี เอาเป็นว่าไปดูเองแล้วกัน แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมเราถึงไม่แนะนำให้ดู
Kimetsu no Yaiba Mugen Ressha-hen
มาต่อกันที่เรื่องราวของอนิเมะยอดนิยม ที่ไม่ว่าจะออกมากี่ภาคก็ได้รับความนิยมทุกครั้ง กับซีรีส์สองพี่น้องหัวล้านลุยฝ่าอสูร ‘Kimetsu no Yaiba’ หรือชื่อไทยอย่าง “ดาบพิฆาตอสูร” ที่หลายคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีที่เราคงไม่ต้องมานั่งอธิบายอะไรกันมาก โดยเฉพาะภาค ‘Kimetsu no Yaiba the Movie Mugen Train’ หรือ “ดาบพิฆาตอสูร ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” ที่หลายคนประทับใจและถูกเอามาทำเป็นฉบับโรงภาพยนตร์ที่ อาจจะทำให้หลายคนไม่ได้ไปดู ทางค่ายอนิเมะเลยเอาเรื่องราวตรงนั้นมาขยายและเล่าเป็นตอนพิเศษ 7 ตอนในชื่อ ‘Kimetsu no Yaiba Mugen Ressha-hen’ ที่บอกเล่าเรื่องราวของเสาหลักเปลวเพลิง เรนโงคุ เคียวจูโร่ (Rengoku Kyojuro) ตั้งแต่การตามสืบเรื่องราวของปีศาจที่กินคนบนรถไฟที่ไม่ได้เล่าในอนิเมะเรื่องหลัก ที่ถ้าใครจำได้ในอนิเมะจู่ ๆ ก็เล่าเรื่องบนรถไฟเลย และเห็นเรนโงคุกินข้าวกล่องแล้วตะโกนว่าอร่อย (จะตะโกนเพื่อ) แต่ในฉบับพิเศษจะเล่าว่าก่อนที่พี่แกจะมานั่งกินข้าวกล่องที่เราเห็นพี่แกไปทำอะไรมาบ้าง รวมถึงไปเอาข้าวกล่องมาจากไหน เรื่อยไปถึงตอนที่พี่เรนโงคุกลายเป็นโดนัท เป็นการขยายเนื้อเรื่องที่ไม่ต้องรู้ก็ได้เพราะมันช่างอืดไม่สนุกและไม่เชื่อมโยงกับเนื้อหาหลัก ซึ่งแนะนำให้ไปดูฉบับหนังโรงจะดีกว่า (ถ้าหาดูได้) อันนั้นกระชับสนุกไม่ยืดแบบนี้ แถมส่วนที่เพิ่มมาไม่มีในมังงะด้วย (ถูกแต่งขึ้นมาใหม่) แฟน ๆ เลยไม่ค่อยอยากนับส่วนนี้ในเนื้อเรื่องหลัก
Tokyo Revengers
น่าจะแบ่งเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน กับคนที่ชอบและไม่ชอบอนิเมะเรื่องนี้ อย่างรวมพลนักเลงพลังเหนือมนุษย์ผู้บูชาไมค์กี้คุงอย่าง ‘Tokyo Revengers’ ซึ่งสำหรับคนที่ไม่รู้จักซีรีส์นี้จะกล่าวถึงตาลุง ฮานางากิ ทาเคมิจิ (Hanagaki Takemichi) ที่บังเอิญได้มีโอกาสย้อนเวลากลับไปในสมัยหนุ่ม เพื่อแก้ไขอดีตเพื่อปกป้องอดีตแฟนของตัวเองไม่ให้เสียชีวิต เพราะเธอดันไปยุ่งกับสงครามนักเลงที่ตัวเองเคยรู้จักในอดีต การเดินทางย้อนเวลาเพื่อเปลี่ยนอดีตที่ยิ่งเปลี่ยนยิ่งมั่วก็เริ่มขึ้น เพราะทุกครั้งที่ทาเคมิจิแก้ตรงนั้นได้ (ปัจจุบันเปลี่ยน) ก็จะมีเรื่องอื่นตามมา ที่ดูแล้วเนื้อเรื่องน่าสนใจแต่พอเราไปดูจริง ๆ ถ้าไม่นับตัวละครที่ดูมีเสน่ห์โคตรเท่แล้ว เนื้อเรื่องก็เป็นอะไรที่อืดดูเด็ก ๆ ตีกันทั่วไป แค่แต่ละครมันมีพลังอึดถึกควายเกินเด็กมัธยมปลาย (ครับพวกเขาอายุไม่ถึง 20 แต่สามารถคุมเมืองได้) กับตัวละครทาเคมิจิที่ลำไยแบบสุด ๆ นี่ยังไม่นับการเทิดทูนบูชา ไมค์กี้คุง (Mikey) กันทุกคน ไมค์กี้ว่าดีทุกคนก็ว่าดี ไมค์กี้ไม่โอเคพวกเราก็พร้อมยกพวกตี หลายครั้งการต่อยตีก็ดูไร้เหตุผล ยกตัวอย่างเอ็งขโมยรถมาให้ไมค์กี้เพราะไมค์กี้ชอบรถคันนี้ แต่เอ็งไปฆ่าพี่ชายไมค์กี้ที่เป็นเจ้าของรถโดยที่เอ็งไม่รู้ว่านั่นคือพี่ชายไมค์กี้ แล้วพอเอ็งถูกตำรวจจับออกมา เอ็งก็อยากฆ่าไมค์กี้เพราะเอ็งรักไมค์กี้มาก ๆ คืออีหยังวะ (นี่แค่บางส่วนเท่านั้น) จนหลายคนที่หวังจะดูอนิเมะนักเลงตีกันกับการเดินทางข้ามเวลาสนุก ๆ กลับต้องมาตามติดชีวิตลำไยของทาเคมิจิกับพวกคลั่งไมค์กี้แทน ใครสนใจลองไปหาดูก่อนคุณอาจจะชอบก็ได้ เพราะนี้เป็นความเห็นของกลุ่มคนที่ดูแล้วไม่ชอบเท่านั้น
School Days
บอกตามตรงเลยว่าทั้งแปลกใจและเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงไม่ชอบอนิเมะเรื่อง ‘School Days’ ฝันรักฉันรักเธอส่วนเธออีกคนก็รักเขาส่วนเขาก็รักทั้งสองคน ที่หลายคนน่าจะรู้จักอนิเมะเรื่องนี้จากตำนานเรือสวย ที่เป็นการตัดตอนจบออกไปเพราะมันโหดสลัดจนไม่สามารถออกอากาศได้ จนต้องเปลี่ยนเป็นภาพเรือแล่นบนน้ำสวย ๆ แทน ซึ่งถ้าคุณคิดว่าเรื่องราวของอนิเมะเรื่องนี้จะโหดสลัดเพราะรู้ตอนจบมาแล้วเลยสนใจอยากดู ก็ขอบอกเลยว่า “หยุดก่อนอานนท์” เพราะตลอดทั้งเรื่อง ‘School Days’ มันก็เป็นแค่เรื่องราวของรักสามเส้าของเด็กนักเรียนสามคนที่รักผู้ชายคนเดียวกัน (ย้ำว่าทั้งสามคนยังเป็นเด็กนักเรียน) ทั้งคู่เลยพยายามพิชิตใจหนุ่มน้อยคนนี้ ที่มีเรื่องราวพ่อแง่แม่งอนความเข้าใจผิดกันไปมา เหมือนละครรักวัยรุ่นที่น่าเบื่อทั่วไป ที่พอดูไปเราจะยิ่งเกลียดพระเอกของเรื่อง ที่พี่แกรักทั้งคู่รักทุกคนให้ก็รับเสนอมาก็พร้อมสนองกลับ ที่หลายคนไม่คิดว่าตอนจบมันโหดแบบนี้ เรียกว่าเป็นการทิ้งระเบิดตอนจบอย่างเดียว ที่ถ้าคุณรู้เรื่องราวตอนจบแล้วก็ไม่ต้องไปเสียเวลาดูหรอก เพราะมันไม่สนุกขนาดนั้น
Shaman King
เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “การ์ตูนที่จบแบบปาหมอน” กันมา แต่อาจจะไม่รู้ว่าไอ้คำว่าปาหมอนนี่มันคืออะไร มันก็คือการตัดจบแบบค้างคาของมังงะที่ถ้าการ์ตูนเรื่องไหนไม่ได้รับความนิยม ก็จะถูกเบื้องบนสั่งตัดจบในไม่กี่ตอน ซึ่งเรื่องราวของ ‘Shaman King’ ก็คือต้นตำนานของการปาหมอนครั้งนี้ เพราะตัวเรื่องพวกพระเอกกำลังจะไปสู้กับหัวหน้าใหญ่แต่ดันถูกตัดจบก่อน คนเขียนเลยตัดปัญหาด้วยการใส่ฉากพระเอกพูดกับเพื่อน ๆ ว่าพรุ่งนี้เราจะไปสู้ศึกสุดท้ายกัน ก่อนจะปาหมอนเพื่อตัดฉากเป็นภาพเหล่าพระเอกไปสู้กับตัวร้าย ซึ่งมันจบลงตรงนั้นแค่นั้นจริง ๆ (ตอนนี้คนเขียนมาเขียนต่อจนจบแล้ว) ซึ่งอนิเมะในตอนนั้นก็สร้างตอนจบแบบไม่จบแบบนี้เหมือนกัน แต่เปลี่ยนเรื่องราวไปไม่ใช้การปาหมอน (ทำแบบนั้นคงโดนด่ากระจาย) แต่ก็จบแบบค้างคาอยู่ดี จนได้มีการหยิบ ‘Shaman King’ หรือชื่อไทยอย่าง “ราชันย์แห่งภูต” มาทำใหม่ตั้งแต่ต้น ที่ตัดส่วนที่เยิ่นเย้อตามในฉบับมังงะออกไป และใส่ส่วนสำคัญ ๆ ลงไปเพื่อให้เรื่องกระชับและมีตอนจบจริง ๆ ให้คุณได้ดู ที่แรก ๆ แฟนเก่าก็ดีใจว่าเราจะได้ดู ‘Shaman King’ ฉบับสมบูรณ์ แต่พอมาดูตอนนี้เนื้อเรื่องมันเก่าไปแล้วกับอนิเมะแนวนี้ แถมตอนจบก็ไม่ได้สมการรอคอยมันดูไม่สนุกอย่างที่คิด เรียกว่าดึงแฟนเก่ามาไม่ได้แฟนใหม่ก็ไม่ค่อยชอบไปเสียอย่างนั้น
Yu-Gi-Oh ARC-V
เมื่อพูดถึงอนิเมะแนวการ์ดเกม เราต้องคิดถึงซีรีส์เกมโกงคนจับการ์ดเทพอย่างซีรีส์ ‘ Yu-Gi-Oh’ เป็นเรื่องแรก ๆ ที่ตั้งแต่ซีรีส์ 1 กับ 2 จบลง พร้อมกับชื่อเสียงที่โด่งดังเป็นพลุระเบิดที่ขายได้ทั้งอนิเมะและการ์ดไปจนถึงของเล่น จึงมีต่อออกมาเรื่อย ๆ พร้อมกับวิธีเล่นการ์ดแบบใหม่ ๆ ให้หลายคนไปศึกษาว่าวิธีการเล่นเป็นอย่างไร (ในอนิเมะกับของจริงมันใช้กติกาต่างกันแต่ก็อ้างอิงกันได้) จนมาถึงภาค ‘Yu-Gi-Oh ARC-V’ ที่มีระบบการเล่นแบบใหม่ ที่เราสามารถเรียกการ์ดมอนสเตอร์ระดับต่ำ ๆ จากบนมือมาลงได้เลย (ปกติจะลงได้ตาละตัว) กับเรื่องราวของผู้โกงการ์ดคนใหม่อย่าง ซาคากิ ยูยะ (Sakaki Yuya) เด็กชายผู้เล่นการ์ดได้แย่แพ้รัว ๆ ที่พี่แกเน้นเล่นการ์ดเพื่อให้คนดูบันเทิงมากกว่าผลแพ้ชนะ จนวันหนึ่งยูยะได้คนพบวิธีการเล่นแบบใหม่ที่เรียกว่า ‘Pendulum’ จนกลายเป็นที่สนใจของทุกคนที่ต้องการแย่งการ์ดชุดนี้ การต่อสู้เพื่อความสนุกและชัยชนะที่ส่งผลถึงชะตาการรของโลกจึงเริ่มขึ้น ที่ดูแล้วน่าสนใจมาก ๆ จนหลายคนไปหามาดู ซึ่งตอนที่ 1 ผ่านไป โอเคเดี๋ยวตอนสองตอนสามตอนสี่คงจะสนุกนั่นละ ตอนที่ 10 ผ่านไปยังหาความสนุกไม่เจอ แถมการแข่งการ์ดก็ดูไม่น่าสนใจพระเอกใช้มุกเดิม ๆ การ์ดเดิม ๆ ดูไปหาวไปของจริง แต่ตัวการ์ดระบบนี้เล่นสนุกจริงยอมรับแต่อนิเมะไม่สนุก
Tensei Shitara Slime Datta Ken
เรียกว่าเป็นการลงความเห็นแบบเป็นเอกฉันท์ ของคนที่ดูเรื่องตาลุงถูกแทงพุงระหว่างเดินอยู่ข้างถนน จนตายแล้วมาเกิดใหม่เป็นสไลม์ในต่างโลกอย่าง ‘Tensei Shitara Slime Datta Ken’ หรือชื่อไทยอย่าง “เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว” หนึ่งในอนิเมะน้ำดีที่สร้างมาจากนิยายในชื่อเดียวกัน ซึ่งเรื่องราวใน ‘Season’ แรกของอนิเมะจะเล่าถึง ริมุรุ เทมเพสต์ (Rimuru Tempest) ที่ได้ไปเจอหมู่บ้านเผ่าออร์คที่แสนอ่อนแอ จนริมุรุได้เข้ามาตั้งชื่อและพัฒนาหมู่บ้านให้ชาวเผ่าออร์คจนพวกนี้วิวัฒนาการ ซึ่งการตั้งชื่อในจักรวาลนี้คนตั้งต้องเสียพลังตัวเอง ส่วนคนถูกตั้งชื่อจะได้ค่าพลังและเลื่อนขั้น (พี่แกเล่นตั้งชื่อคนหมดหมู่บ้านจนพลังหมด) ที่นอกจากการดูพัฒนาการของหมู่บ้านออร์คแล้ว ก็มีสงครามการต่อสู้มีเพื่อนมาร่วมอุดมการณ์ที่ดูสนุกมาก ๆ แต่พอมา ‘Season 2’ เนื้อเรื่องส่วนใหญ่จะอยู่ที่การประชุม ๆ ๆ แล้วก็ประชุม จากนั้นก็ไปพัฒนาเมืองแล้วก็ประชุมอีก มีสู้บ้างนิดหน่อยแต่โดยรวมมันน่าเบื่อมาก ๆ แต่ก็ต้องดูเพราะความสนุกมันจะมาใน ‘Season 3’ ที่คนอ่านนิยายบอกแบบนั้น ใครที่จะเริ่มดูก็ทำใจหน่อยแต่รับรองว่าคุ้มค่าคุ้มเวลาแน่นอน
One Punch Man
ปิดท้ายกับอนิเมะที่เราขอแนะนำให้คุณไปดู ‘Season 1’ ก่อนเพราะมันสนุกมาก ๆ ส่วน ‘Season 2’ อย่าไปคาดหวังเยอะ กับอนิเมะโล้นซ่าหมัดเดียวศัตรูกลายเป็นเศษเนื้อ อย่าง ‘One Punch Man’ ที่ถ้าใครยังไม่เคยดูตัวเรื่องจะกล่าวถึง ไซตามะ (Sitama) หนุ่มพนักงานบริษัทที่หันมาเป็นฮีโร ที่จู่ ๆ พี่แกก็มีพลังเหนือมนุษย์ที่ต่อยศัตรูเก่ง ๆ หมัดเดียวเละเป็นเศษเนื้อ ที่ใน ‘Season’ แรกจะเป็นการต่อสู้สุดสนุกที่ดูไปลุ้นไป กับการต่อสู้ของฮีโรคนอื่น ๆ กับศัตรูที่โคตรเก่ง ขณะที่พี่โล้นเรากำลังหลงทางไม่ก็ทำอะไรบางอย่างอยู่ไม่ว่างมาสู้ ที่พอพี่แกมาถึงก็ปิดท้ายหมัดเดียวจอด (เขาสู้กันแทบตายพี่แกมาจบเกมแบบง่าย ๆ แค่นี้) ที่ถ้าคุณชอบอนิเมะต่อสู้บอกเลยเรื่องนี้ห้ามพลาด แต่พอมา ‘Season 2’ จะเป็นเรื่องราวของตัวร้ายคนใหม่กับแผนการของสมาคมสัตว์ประหลาดที่จะครองโลก ที่เนื้อเรื่องมันจะค่อย ๆ สะสมพลังเรื่อย ๆ ที่เรื่อยเกินจนคนดูเบื่อดูไปหาวไป ที่แม้จะมีฉากต่อสู้สนุก ๆ มาให้ดูบ้างก็เถอะแต่เนื้อเรื่องก็อืดมาก ๆ จนหลายคนคิดจะเลิกดู ก็ขอบอกเลยว่าอย่าเพิ่งหยุดเพราะใน ‘Season 3’ จะเป็นบทสรุปของเรื่องราว ที่บอกเลยว่าฮีโรคลาส ‘S’ ทุกคนจะได้สู้หมดแม้แต่อันดับ 1 ก็มีบท ในฐานะคนอ่านมังงะขอบอกเลยว่าทนดู ‘Season 2’ ไปก่อน ‘Season 3’ จะเป็นของจริงแน่นอน
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 8 อนิเมะที่ดูไปหาวไปที่เราเอามานำเสนอ ซึ่งต้องบอกก่อนว่ารายชื่ออนิเมะเหล่านี้มาจากความคิดเห็นของชาวญี่ปุ่น ที่พูดถึงอนิเมะน่าเบื่อดูไปหาวไป ที่สำหรับบางคนอาจจะดูสนุกก็ได้ ซึ่งใครมีความคิดเห็นอย่างไรก็เอามาพูดคุยกันได้ และถ้าใครมีอนิเมะเรื่องไหนซีรีส์ใดที่ดูไปหาวไปอีกเอามาแลกเปลี่ยนเพื่อน ๆ กันได้ ส่วนคราวหน้าจะเป็นเรื่องราวอะไรที่เกี่ยวกับอนิเมะก็ติดตามที่แบไต๋ได้เลย รับรองว่าจะมีบทความดี ๆ สนุก ๆ น่าสนใจมาให้คุณได้อ่านอีกแน่นอนติดตามเอาไว้ได้เลย
พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส