กองอินเดียผลตอบแทนสูง เหมาะกระจายพอร์ตลงทุน
#กองทุนอินเดีย #ทันหุ้น กองทุนหุ้นอินเดียมาแรง ผลตอบแทนสูง เป็นทางเลือกใหม่นักลงทุน หลังจีนสตอรี่เปลี่ยนจากแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัจจัยลบจากการล้มละลายในธุรกิจอสังหายักษ์ใหญ่ โดยธุรกิจกองทุนมอง บสก. จากพื้นฐานเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่อเนื่อง การบริโภคในประเทศหนุนด้วยจำนวนประชากรกว่า 1.4 พันล้านคน อย่างไรก็ตาม แนะกระจายลงทุน ชี้หุ้นวิ่งไปมากแล้ว และ Valuation ตึงตัว
นายยิ่งยง เจียรวุฑฒิ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อีสท์สปริง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ บลจ.อีสท์สปริง กล่าวว่า มุมมองที่ทำให้อินเดียน่าสนใจลงทุน คือ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยังคงดีต่อเนื่อง จำนวนประชากรที่มีกว่า 1,400 ล้านคน และเป็นกำลังสำคัญในการบริโภคภายในประเทศ
*อินเดียตัวเลือกใหม่
“สตอรี่ของจีนที่เปลี่ยนไปด้วยปัจจัยลบทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ และปัญหาที่เกิดขึ้นในภาคอสังหา รอการแก้ไข ทำให้ อินเดียเป็นตัวแรกลำดับต้น ๆ ที่นักลงทุนนึกถึง ยังรวมถึงยังมีปัจจัยบวกเรื่องการกระจายฐานการผลิตของโลก หรือ ซัพพลายเชน (Supply Chain) โลกจากจีน ออกสู่ประเทศอื่นๆ เช่น เวียดนาม และอินเดีย เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะกับ สหรัฐ-จีน
นอกจากนี้ การเมืองภายใต้รัฐบาลโมที (นเรนทระ โมที นายกรัฐมนตรี) ก็มีความเสถียรภาพ ทำให้นโยบายต่างๆ มีความต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาอินเดีย คือปีนี้จะมีการเลือกตั้ง ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด เนื่องจากนักลงทุนจะเห็นถึงนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจ และแผนการลงทุนที่น่าจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องก่อนการเลือกตั้ง
ทั้งนี้ ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) คาดว่าเศรษฐกิจอินเดียมีแนวโน้มขยายตัว 7% ในปีงบประมาณหน้า (เดือนเม.ย. 2567 – มี.ค. 2568) และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 4.5%
ปัจจุบันตลาดหุ้นอินเดียถือว่าวิ่งไประดับหนึ่งแล้ว ดังนั้นหากจะลงทุนยังแนะนำให้กระจายลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลาย รวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ทั้งใน สหรัฐ และเอเชีย
*Valuation ค่อนข้างตึง
ทางด้าน นายวจนะ วงศ์ศุภสวัสดิ์, CFA, Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย มีมุมมองการลงทุนในหุ้นอินเดียเป็นบวก เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ดี กำไรของบริษัทจดทะเบียนแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาในมุม Valuation ค่อนข้างตึงตัว โดยตลาดหุ้นอินเดีย (MSCI INDIA) มี Forward P/E อยู่ใน ระดับสูงที่ 20.6x Forward Earnings
เศรษฐกิจอินเดียยังสามารถเติบโตดีเกินคาด หนุนโดยการส่งออกบริการ และความต้องการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องก็ตาม บ่งชี้ถึงความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจของอินเดีย ที่สะท้อนมายังผลตอบแทนของตลาดหุ้นอินเดียในปี 2566
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) และการพัฒนาตลาดการเงินในประเทศ รวมถึงอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เร่งตัวขึ้นจากโครงสร้างประชากร ล้วนเป็นแรงผลักดันให้เศรษฐกิจอินเดียจะก้าวขึ้นเป็นเศรษฐกิจอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐและจีนได้
ทางด้านความเสี่ยงของตลาดอินเดียยังคงมีอยู่จากราคาอาหารที่อาจปรับสูงขึ้น ความผันผวนของราคาน้ำมันจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และการเลือกตั้งอินเดียที่จะเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ปี 2567
10 อันดับผลตอบแทนสูง
ทั้งนี้ Morningstarรายงาน 10 อันดับกองทุนอินเดีย ที่ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีสูง ดังนี้
- กองทุนเปิด ทิสโก้ อินเดีย แอคทีฟ อิควิตี้ ชนิดสะสมผลตอบแทน (TISCOINA-A) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 35.04% (ข้อมูล ณ 23/01/2567)
- กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟชนิดสะสมมูลค่า (KWI INDIA-A) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 33.62% (ข้อมูล ณ 25/01/2567)
- กองทุนเปิด เคดับบลิวไอ อินเดีย อิควิตี้ เอฟไอเอฟชนิดจ่ายเงินปันผล (KWI INDIA-D) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 33.34%(ข้อมูล ณ 25/01/2567)
- กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นอินเดียมิดแคปเพื่อการเลี้ยงชีพ (B-INDIAMRMF)ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 28.19% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิดบัวหลวงภารตะ (B-BHARATA) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 26.96% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิด ทิสโก้ อินเดีย อิควิตี้ (TISCOIN) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 26.48% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อินเดีย โกรท ฟันด์ (ABIG) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 25.17% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดสะสมมูลค่า (KT-INDIA-A)ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 22.94% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดจ่ายเงินปันผล (KT-INDIA-D) ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 22.93% (ข้อมูล ณ 24/01/2567)
- กองทุนเปิดเคแทม อินเดีย อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดเพื่อการออม (KT-INDIA-SSF)ทำผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี ที่ 22.93 % (ข้อมูล ณ 24/01/2567)