“ติ๊กชีโร่” เปิดตัวภรรยา! ครองรักกันนาน 30 ปี รักมั่นคง ขาเตียงยังคงแข็งแรง
“ติ๊ก ชีโร่” ควงภรรยา “อ้อ พรรทิรา” เผยเส้นทางความรัก 30 ปี ขาเตียงยังคงแข็งแรง
เป็นนักร้องรุ่นใหญ่ที่หลายคนต้องรู้จักค่ะ สำหรับ ติ๊ก ชีโร่ ที่ล่าสุดควงภรรยา อ้อ พรรทิรา ที่ครองรักกันมานาน 30 ปี มาออกงานคู่ในรายการ คุยแซ่บ Show ทางช่องOne31 โดยทั้งสองคนเล่าถึงเส้นทางความรักตั้งแต่แรกเจอ จนฝ่าฝันอุปสรรรคมาจนได้ครองรักจนปัจจุบัน
พี่ติ๊ก พี่อ้อ เจอกันได้ยังไง ?
อ้อ : เจอกันที่เยอรมันค่ะ ตอนนั้นเรียนอยู่ เจอพี่ติ๊กที่งานคอนเสิร์ต พี่ไปดู คุณแม่ชวนไปดู
แต่ว่าไม่ได้เจอกันง่ายๆ หลายร้อยคน ไปสะดุดได้ยังไง ?
ติ๊ก : มีคุณป้าเดินเข้ามา มาขอลายเซ็นต์ เขาบอกว่าขอลายเซ็นต์ให้ลูกสาวหน่อย ซักพักได้ยินเสียงเรียก “แม่ กลับบ้าน” เราก็อุ้ย (ทำท่าชี้) จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ เราก็รู้แล้วว่าลูกสาว เราก็ถามว่าขอเบอร์โทรศัพท์ที่บ้านได้ไหมครับ แม่ให้
พี่ติ๊กได้เบอร์ไปแล้ว กี่ขั่วโมงถึงโทรไป ?
ติ๊ก : วันรุ่งขึ้นโทรหาแล้วก้บอกว่าอยากจะได้ความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับเยอรมัน มันมีร้านชื่อศาลาไทย เราไปกินข้าวกันได้ไหม
อ้อ : พี่ขอทางแม่ ไม่ได้คุยกับอ้อ
ติ๊ก : คือเข้าตามตรอกออกตามประตู ให้เกียรติผู้ใหญ่
จริงหรือเปล่าที่ต้องเจอกันทุกวันจนพี่ต้องเลื่อนไฟล์ทกลับ ?
ติ๊ก : ใช่
อ้อ : ประมาณอาทิตย์นึง ก็ทุกวัน เราขับไปหาเขาทุกวัน เพราะเขามาไม่ถูก
ที่ยอมมาหาทุกวันดูแลเขาทุกวันเกิดความประทับใจอะไรในตัวพี่ติ๊กบ้าง ?
อ้อ : อยู่กับเขาแล้วมันสนุก เขาคุยเก่ง ถ้าเราอารมณ์ไม่ดีเขาสามารถบิ้วท์ให้เรากลับมาอารมณ์ดี เหมือนคอยฮีลใจ
แล้วคิดไหมว่าพอพี่ติ๊กกลับมาทำงานที่เมืองไทย เราคงเจอกันได้อาทิตย์เดียว คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว?
อ้อ : คิดค่ะ เพราะว่าพี่ติ๊กไปทั่วโลก เขามีโอกาสได้เจอคนเยอะแยะ ผู้หญิงก็เยอะแยะ เราก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะต้องมาอะไรกับเรา
แต่คนนี้ไม่ทิ้งพี่อ้อ กลับมาถึงปุ๊ปก็ยังติดต่อกันอยู่ ด้วยแฟ็กซ์ ?
ติ๊ก : ครับ เครื่องแฟ็กซ์ตอนนั้นแทบจะมีทุกบ้าน แฟ็กซ์ทั้งวันงานการไม่ต้องทำ คุยทุกเรื่อง จริงๆแล้วผมเก็บไว้ทุกแผ่นเลยนะ
แฟ็กซ์ว่าแพงแล้ว โทรศัพท์แพงกว่า ได้ข่าวว่าสมัยก่อนบิลค่าโทรศัพท์สร้างตึกได้เลยหรอ ?
ติ๊ก : เป็นแสนต่อเดือน
พี่คลิ๊กอะไรในตัวพี่อ้อมากๆ พี่ถึงได้ลงทุนด้วย เวลานอนก็ไม่ได้นอน ทำไมถึงต้องเลือกพี่อ้อ ?
ติ๊ก : เราประทับใจตอนที่อยู่ที่เยอรมัน เขาดูแลเราได้ พาไปไหนมาไหนได้ พูดภาษาเยอรมันซึ่งเราไม่รู้เรื่องเลย มันทำให้เรารู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์และเก่ง คุยได้ทุกเรื่อง กลับมาเราก็ยังติดต่อกันอยู่เรื่อยๆ จนเราบอกว่าถ้าเป็นแบบนี้ เดือนละแสนเนี่ย เราเอาอันนี้มาซื้อตั๋วเครื่องบินดีกว่าไหม
แล้วสุดท้ายใครเป็นคนบินมาเจอใครก่อน ?
ติ๊ก : อ้อบินมา เขามีพี่สาวอยู่ที่ลาดพร้าว
อ้อ : หลอกให้บินมาค่ะ (หัวเราะ) เขาหลอกว่าอ้อบินมาเที่ยวไทยไหม เดี๋ยวพี่จะพาไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้ ไปเที่ยวกันไหม ไปเที่ยวน้ำตกไปทะเล
จากสองอาทิตย์ที่บอกคุณแม่ว่าจะมาเที่ยวเมืองไทย กลายเป็นสองเดือน แม่ว่ายังไง ?
อ้อ : คุณแม่ก็โทรมาตลอดว่าเกินสองอาทิตย์แล้วจะกลับได้หรือยัง เราบอกว่าขออีกนิดนะ กำลังสนุก พี่ติ๊กช่วงนั้นเขามีคอนเสิร์ตต้องขับรถไปทุกจังหวัด เขาก็ชวนไปด้วย เลยบอกคุณแม่ว่าขออยู่ต่ออีกนิด
แม่โอเคไหม ? แม่เขาตามลูกสาวเขา เขาคุยกับพี่ไหม ?
ติ๊ก : แม่ไม่โอเค เขาเป็นห่วงก็เลยโทร
จาก 2 เดือน เป็น 2 ปี แล้วพี่อ้อบอกคุณแม่ว่ายังไง ?
อ้อ : อยู่ไปเรื่อยๆ ก็บอกคุณแม่ว่า แม่ อ้อตัดสินใจแล้วนะ อ้อได้เลือกเส้นทางของอ้อแล้ว อ้อเลือกพี่ติ๊ก แม่เขาก็อึ้งว่าลูกมั่นใจแล้วหรอ แน่ใจแล้วหรอ แล้วเราจะอยู่กับเขาได้ไหม
แล้วพี่อ้อบอกแม่ว่ายังไง ?
อ้อ : สิ่งไหนที่อ้อตัดสินใจแล้ว อ้อต้องทำมันให้ได้
แล้วตอนนั้นพี่ติ๊กตัดสินใจที่จะแต่งงานหรือตัดสินใจที่จะคบกันเป็นเรื่องเป็นราว ?
ติ๊ก : ตัดสินใจที่จะคบกันก่อน
ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน อยู่บ้านหลังเดียวกัน อยู่คอนโดเดียวกันแบบนี้ใช่ไหม ?
อ้อ : แรกๆอยู่บ้านพี่สาว พี่ก็จะขับไปมา ตอนหลังเขาก็บอกว่า อ้อไปคอนเสิร์ตกับพี่นะเอาเสื้อผ้าไปซัก 2-3 ชุด แล้วเขาก็ไปทัวร์คอนเสิร์ตทั่วประเทศไทย หลังๆ ไม่ได้ส่งบ้านพี่สาวแล้ว ไปส่งบ้านตัวเอง
มีเหตุการณ์ไหนไหมที่ทะเลาะกันจนขั้นเกือบเลิก ?
อ้อ : มีช่วงหนึ่งค่ะ ที่เรารู้สึกว่าพี่เขาไม่สนใจเราเลย เหมือนเขามุ่งมั่นกับอะไรซักอย่าง ตอนนั้นแต่งงานแล้วมีลูกแล้ว
แล้วได้คุยกันไหม ?
อ้อ : ยังไม่ได้คุยเพราะเวลาจะคุยพี่เขาชอบเดินหนี
มีประโยคหนึ่งที่พี่ติ๊กเคยพูดกับพี่อ้อ จนพี่อ้อจำได้ถึงทุกวันนี้ประโยคนั้นคืออะไร ?
อ้อ : ถ้าพ่อไม่มีเวลาให้อ้อมากพอหรือว่าตรงไหนที่อ้อคิดว่าไม่โอเคที่มันขาดไป อ้อก็ลองหาใครคบดูนะ ถ้าอยู่ไม่ได้ก็กลับมาหา
สรุปมันจบยังไง ?
อ้อ : เขาก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก็มีงอนอยู่พักหนึ่ง เขาก็ซื้อของมาหลอกล่อ
อะไรทำให้พี่ทั้งคู่อยู่ด้วยกันมายาวนาน 30 ปี ?
อ้อ : ต้องมีความยืดหยุ่น ถอยมาคนละก้าว ถ้ามีตรงไหนเรามีปัญหากันให้มาคุยกัน
ติ๊ก : อีกอย่างก็คือโซ่ทองคล้องใจก็คือชาเมกับยาหยี ผมเป็นคนเห็นคุณค่าของเวลา ทำงานทุกนาทีมีคุณค่าเสมอ ถ้าโกรธเคืองกันงอนกันไม่พูดกันสองวัน น่าเสียดาย บางทีเลยไปถึงสามวัน พอวันที่สี่กลับมาคุยกันมันน่าเสียดายที่เราบึ้งตึงใส่กัน