โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กว่าจะเข้า! แมนยูนำ3เม็ดแต่โดนตีเจ๊า ก่อนดวลเป้าเฉือนโคเวนทรี ลิ่วชิงเอฟเอชนเรือใบ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 21 เม.ย. 2567 เวลา 17.38 น. • เผยแพร่ 21 เม.ย. 2567 เวลา 17.31 น.

กว่าจะเข้า! แมนยูนำ3เม็ดแต่โดนตีเจ๊า ก่อนดวลเป้าเฉือนโคเวนทรี ลิ่วชิงเอฟเอชนเรือใบ

“ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเหนื่อยถึงช่วงต่อเวลาพิเศษก่อนจะดวลจุดโทษเอาชนะ “ช้างกระทืบโรง” โคเวนทรี 4-2 หลังเสมอในเวลา 120 นาที 3-3 ทะยานเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ 2 ปีติดต่อกัน ในเกมรอบรองชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ เมื่อวันที่ 21 เมษายน

แมนยูแม้ว่าจะมีปัญหาเรื่องตำแหน่งเซนเตอร์แบ๊ก ต้องเข็น คาเซมิโร่ กองกลางตัวรับมายืนเซนเตอร์คู่กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แต่ก็สามารถออกนำโคเวนทรีได้ถึง 3-0 จาก สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ นาทีที่ 23, แฮร์รี่ แม็กไกวร์ นาทีที่ 45+1, บรูโน่ แฟร์นันเดส นาทีที่ 58

อย่างไรก็ตาม โคเวนทรี ไม่ยอมแพ้ ไล่ยิงตามมาจาก เอลลิส ซิมม์ส นาทีที่ 71, คัลลัม โอแฮร์ นาทีที่ 79 ก่อนจะมาได้จุดโทษในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแล้วเป็นฮาจี้ ไรท์ สังหารเข้าไปตีเสมอให้กับโคเวนทรีได้สำเร็จ 3-3 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไป

ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โคเวนทรีมาทำประตูได้ในช่วงนาทีสุดท้ายของการต่อเวลาพิเศษจากวิคเตอร์ ทอร์ป แต่ทว่าถูกจับเป็นลูกล้ำหน้าเสียก่อน ทำให้ปีศาจแดงรอดเสียประตูอย่างหวุดหวิด สุดท้ายต้องตัดสินด้วยการดวลจุดโทษ

แม้ว่าคาเซมิโร่จะสังหารพลาดคนแรก แต่คัลลัม โอแฮร์ กับ เบน เชฟ ของโคเวนทรีสังหารพลาด ทำให้ปีศาจแดงเอาชนะในการดวลจุดโทษไปได้ 4-2 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งจะเข้าไปพบกับอริร่วมเมืองอย่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันที่ 25 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทั้งสองทีมเพิ่งเจอกันในรอบชิงชนะเลิศเมื่อปีก่อน และเป็นแมนซิตี้ เอาชนะไปได้ 2-1

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กว่าจะเข้า! แมนยูนำ3เม็ดแต่โดนตีเจ๊า ก่อนดวลเป้าเฉือนโคเวนทรี ลิ่วชิงเอฟเอชนเรือใบ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...