โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มวันนี้ แก้ฝุ่นควันพิษ ปรับระเบียบรถควันดำต้องแก้ไขใน 15 วัน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 31 ม.ค. 2568 เวลา 10.40 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. 2568 เวลา 03.40 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

ทำเนียบ 31 ม.ค.- รองโฆษกรัฐบาล ย้ำเริ่มวันนี้ แก้ฝุ่นควันพิษ สั่งปรับระเบียบใหม่จากนี้ถูกตรวจควันดำเกินจะถูกติดสติกเกอร์ “ห้ามใช้รถชั่วคราว” ต้องนำไปแก้ไข ภายใน 15 วัน เตือนฝ่าฝืนถึงขั้นยกเลิกการใช้รถ

นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมควบคุมมลพิษ ร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ขานรับนโยบายรัฐบาลในการดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทรถยนต์ โดยเฉพาะการตรวจจับ และระงับการใช้ยานพาหนะที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐาน ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถโดยสารประจำทางที่เป็นของหน่วยงานรัฐและรถร่วมบริการ ผ่านการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 อย่างเข้มข้น

การปรับระเบียบใหม่ดังกล่าวเป็นการแก้ไขสาระสำคัญ เนื่องจากพบว่าการนำรถที่มีปัญหาควันดำซึ่งถูกติดสติกเกอร์ “ห้ามใช้ชั่วคราว” แอบนำมาใช้วิ่งบนถนน โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจด้วยการออกคำสั่ง “ห้ามใช้ชั่วคราว” ให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองยานพาหนะที่มีควันดำเกินมาตรฐานต้องนำรถไปปรับปรุงแก้ไข และนำรถมายกเลิกคำสั่งภายในระยะเวลา 15 วัน นับแต่ถูกสั่งห้ามใช้ชั่วคราว ซึ่งจากเดิมที่กำหนดภายในระยะเวลา 30 วัน และเมื่อพ้นกำหนด 15 วันแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจวัดควันดำ จากรถ และดำเนินการต่อไปตามแต่กรณีได้แก่ 1.กรณีไม่เกินมาตรฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่จะยกเลิกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะชั่วคราว และนำเครื่องหมายห้ามใช้ชั่วคราวออกจากยานพาหนะ 2.กรณีเกินกว่ามาตรฐาน พนักงานเจ้าหน้าที่จะออกคำสั่งห้ามใช้ยานพาหนะเด็ดขาด เจ้าของหรือผู้ครอบครองต้องขออนุญาตเคลื่อนย้ายยานพาหนะ เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขสภาพเครื่องยนต์

“การกำหนดระยะเวลาให้เจ้าของรถที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานต้องนำรถไปปรับปรุงภายใน 15 วัน (จากเดิม 30 วัน) ซึ่งจะเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว มีเป้าหมายสำคัญเพื่อลดการก่อมลพิษ และปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อีกทั้งเป็นการลดระยะเวลาในการปรับปรุงเครื่องยนต์ เพื่อเร่งให้เจ้าของรถดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว ลดการเพิกเฉยต่อคำสั่งห้ามใช้ ช่วยลดโอกาสที่ผู้ขับขี่จะนำรถที่ถูกสั่งห้ามใช้ออกมาวิ่งบนถนนในช่วงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข และอาจถูกยกเลิกทะเบียนในการใช้ยานพาหนะดังกล่าว นายคารม ระบุ .-316 -สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...