ผมทะลุมิติไปเป็นไอดอล (ก็ได้วะ)
ข้อมูลเบื้องต้น
นามปากกา : เย็นย่ำรัตติกาล
ภาพปก : Huajin149 , niyanik1 , ASAMIss
ภาพอาร์ตอื่น ๆ +ภาพจิบิ : ป่านไก่ , cloudy_sofu
ไทโปกราฟี : Zen Melusee , duckywee
‘เซน’ นายช่างหนุ่มวัย 29 ที่ดันทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของเด็กหนุ่ม ม.6 ที่ฆ่าตัวตายเพราะแม่เลี้ยงวางแผนฮุบสมบัติ อุตส่าห์ได้มีโอกาสเกิดใหม่แต่ก็ดันไม่ได้สุ่มไปโลกเทพเซียน ฝึกวิชา ท่องยุทธภพก็น่าเศร้าพออยู่แล้ว ไอ้ระบบที่ยกเลิกไม่ได้ก็ดันให้ทำภารกิจเป็นไอดอลซะงั้น
พี่ระบบ พี่ให้ผมไปซ่อมรถผมไม่ว่า
พี่ให้ผมไปเต้น
ให้ผมไปฝึกร้องเพลง
ไหนจะต้องลงประกวดเรียลลิตี้
แล้วเรื่องการตายของแม่เจ้าของร่างเดิมก็เป็นปริศนาลึกลับที่นำพาเขาให้ไปพบกับโลกใหม่ ๆ ที่เขาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน
เรื่องราวไอดอลแฟนตาซีกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
เซนอาจจะไม่ใช่ไอดอลที่น่ารักที่สุด
และก็ไม่รู้ว่าจะเป็นไอดอลที่โด่งดังได้จริง ๆ มั้ย
แต่ที่แน่ ๆ เซนจะเป็นไอดอลที่แข็งแกร่งจนทั้งวงการตกตะลึง
✞ ༝˚ ㅡ ✿ ༝˚ ₍ᐢ..ᐢ₎ യ ⸝ ⸝ ˚༝ ✞
คำเตือน
PG-13 : นิยายเรื่องนี้เหมาะผมกับผู้ที่อายุ 13 + ขึ้นไปBoy’ s Love : นิยายเรื่องนี้เป็นแนววายมีองค์ประกอบของ : " IDOL :ไอดอล" "System : ระบบ" "Parallel World : ทะลุมิติ" "Sci-fi Fantasy : ไซไฟแฟนตาซี" และ "Superpower :พลังพิเศษ"Bullying : มีตัวละครมีคำพูดและการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น การบูลี่ การกลั่นแกล้งรังแก การเหยียดล้อเลียนทำให้ผู้อื่นอับอายมีการใช้แรงบรรดาลใจจากบทเพลงไม่อนุญาตให้คัดลอก ดัดแปลง หรือทำเป็นนิยายเสียงในทุกแพลตฟอร์ม
ไม่ใช่แนวฮาเร็ม // ไม่ใช่แนว 3P
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
✞ ༝˚ ㅡ ✿ ༝˚ ₍ᐢ..ᐢ₎ യ ⸝ ⸝ ˚༝ ✞
แจ้งอัพนิยาย
อัพทุกวัน เวลา 21.00-04.00 น.
(อาจบวกลบเวลาเล็กน้อยตามความยุ่งของไรต์)
นิยายอ่านฟรีได้จนจบ
ในเวลาเรียลไทม์
หลังจากนั้นจะติดเหรียญย้อนหลัง
(ปล. จะเริ่มติดเหรียญตั้งแต่บทที่ 25 เป็นต้นไป
จะติดเหรียญย้อนหลัง 20 วัน หลังจากวันที่ลงนิยาย
และจะเปิดให้อ่านฟรีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 2 และที่ 4 ของเดือน
(ยกเว้นตอนล่วงหน้าและตอนพิเศษจะไม่ฟรีค่ะ! )
เดือน ส.ค. : 10-11, 24-25
เดือน ก.ย. : 14-15, 28-29
เดือน ต.ค. : 12-13 , 26-27
เดือน พ.ย. : 9-10 , 23-24
เดือน ธ.ค. : 14-15 , 28-29
เดือน ม.ค. 68 : 11-12 , 25 - 26
เดือน ก.พ. 68 : 9-10 , 22 - 23
เดือน มี.ค. 68 : 8 - 9 , 22 - 23
เดือน เม.ย. 68 : 12-13 , 26-27
เดือน พ.ค. 68 : 10 - 11 , 24 - 25
เดือน ก.ค. 68 : 12 - 13 , 26 - 27
เดือน ส.ค. 68 : 9 - 10 , 23 - 24
เดือน ก.ย. 68 : 13 - 14 , 27 - 28
เดือน ต.ค. 68 : 11 - 12 , 25 - 26
เดือน พ.ย. 68 : 8 - 9 , 22 - 23
เดือน ธ.ค. 68 : 13 - 14 , 27 - 28
เดือน ม.ค. 69 : 10 - 11 , 24 - 25
เดือน ก.พ. 69 : 14 - 15 , 28 - 1 มี.ค.
✞ ༝˚ ㅡ ✿ ༝˚ ₍ᐢ..ᐢ₎ യ ⸝ ⸝ ˚༝ ✞
Playlist YT เพลงที่เป็นแรงบันดาลใจในเรื่อง
https://shorturl.asia/eIbkx
ปล. จะอัพเดทเพลงเข้าไปเรื่อย ๆ ค่ะ
✞ ༝˚ ㅡ ✿ ༝˚ ₍ᐢ..ᐢ₎ യ ⸝ ⸝ ˚༝ ✞
พูดคุยกับไรท์
สวัสดีค่ะ ช่วงนี้ไรท์กำลังไล่พิสูจน์อักษรใหม่ เพราะว่าจะทำ Ebook ออกมาค่ะ แต่จะค่อย ๆ ทำ ถ้าเห็นเคลื่อนไหวก็ขอให้ทราบว่ากำลังพยายามแก้คำผิด (ที่ค่อนข้างเยอะมาก) และรีไรต์บางส่วนอยู่ค่ะ
ถ้ามีอะไรคืบหน้าจะแจ้งอีกครั้งนะคะ
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน ไม่ว่าจะอุดหนุน โดเนท กดใจ ให้กำลังใจ ติดตาม คอมเมนต์หรือไม่คอมเมนต์ แค่เข้ามาอ่านก็ดีใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ
ปล. นิยายเรื่องนี้ มีการอัพเดทอยู่อีก ที่ ก็คือที่ readAwrite ค่ะ
ช่องทางติดต่อไรท์
X : @PNmidnightdaisy
@PNmidnightdaisy.bsky.social
ฝากนามปากกา “เย็นย่ำรัตติกาล” ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยน้า ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ
✞ ༝˚ ㅡ ✿ ༝˚ ₍ᐢ..ᐢ₎ യ ⸝ ⸝ ˚༝ ✞
เห็นเด็กดีมีให้ติดตามนักเขียนได้แล้ว
ฝากกดติดตามนักเขียนด้วยนะคะ
บทนำ : นี่ผมจะตายแบบในหนังเหรอวะเนี่ย?
“ไป ๆ มึงกลับไปทำงานเลย จะบ่ายโมงแล้ว”
“เออ ๆ โทษทีที่มารบกวนตอนเที่ยงนะเว้ยเพื่อน” ชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพอดีตัวรูปร่างสูงโปร่งเดินอ้อมรถเก๋งสีดำของตัวเอง พร้อมกับยกมือตบไหล่ของนายช่างหนุ่มที่สวมชุดช็อปสีเทาอ่อนที่มีตราของรถยนต์ญี่ปุ่นเด่นหรา 2 – 3 ที
“ขอบคุณมากว่ะที่มา ดีนะรถเสียตรงแถวที่ทำงานมึงพอดี รอดไป”
เซนพ่นลมหายใจออกทางจมูกพร้อมกับคลี่ยิ้ม เหงื่อเม็ดเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่กรอบหน้าเพราะความร้อนของอากาศเมืองไทย จนใบหน้าขึ้นสีแดงเจือจาง
“ไม่เป็นไร ใครจะคิดว่าไม่ได้เจอกันมา 3-4 ปี ได้มาเจอกันอีกทีตอนมึงรถเสีย”
ผู้เป็นเพื่อนหัวเราะ “คนดวงเหี้ย ๆ ก็ต้องเจอกันแบบซวย ๆ แบบนี้แหละ เดี๋ยวกูโอนเงินไปช่วยค่าน้ำมงน้ำมันมึงนะ”
“ไม่เป็นไรแค่นี้เอง อีกอย่างก็ไม่ได้ไกลจากออฟฟิศกูเท่าไหร่ด้วย”
เขารีบโบกมือปฏิเสธ พร้อมกับเก็บเครื่องมือลงกล่องสีส้มที่ติดตัวมาด้วยยัดลงท้ายรถ SUV ของตัวเองอย่างไม่ยี่หระ
“งั้นเดี๋ยวกูค่อยมาเลี้ยงเหล้ามึงทีหลังก็แล้วกัน ตอนนี้กูต้องไปรับแฟนก่อน หยุด 3 วันจะกลับบ้านไปบ้านแม่เขาสักหน่อย”
“ไปเหอะ เดินทางปลอดภัยมึง”
หลังจากร่ำลากันท่ามกลางแดดที่แผดเผาใจกลางเมือง อุณหภูมิเกือบ 40 องศาทำให้เซนต้องรีบเข้ามาในรถแล้วหมุนแอร์ไปที่เย็นสุดเพื่อคลายร้อน
เซน หรือ นรินทร์ ตั้งเปี่ยมยุทธ เป็นวิศวกรหนุ่มที่อายุใกล้จะ 30 แล้วในอีกไม่กี่เดือน เพราะจบในมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพฯ ทำให้สามารถเข้าทำงานที่ส่วนออกแบบของรถยนต์ชื่อดังยี่ห้อหนึ่งทันทีที่เรียนจบ
เผลอแป๊บ ๆ จากเด็กใหม่ไฟแรงในออฟฟิศก็เข้าสู่ซีเนียร์เป็นหัวหน้าในแผนกเล็กๆ ของส่วนออกรถยนต์จากต่างประเทศรุ่นหนึ่ง
ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเหลือบมองนาฬิกาดิจิตอลที่หน้าปัดรถยนต์บอกเวลา 12.50 น. ก่อนจะรีบขับรถสีน้ำเงินเข้มของตัวเองทะยานไปด้านหน้าด้วยความเร็วที่ถนนเมืองไทยจะอนุญาตให้เร็วได้
รถยนต์ในย่านธุรกิจในยามเที่ยงไม่ถือว่าน้อย เดาว่าเหล่ามนุษย์เงินเดือนหลายออฟฟิศก็อาจจะออกไปหาอะไรทานบ้าง หรือไม่ก็ขับผ่านมาทำธุระ แต่ใด ๆ ก็ตามหลังจากขับมาได้ครึ่งทาง ตอนนี้รถของเขาก็มาหยุดอยู่ใต้ทางรถไฟฟ้าสายสีดำที่กำลังก่อสร้างแต่ยังไม่เสร็จสักที ทั้งคนทั้งประเทศก็ยังไม่รู้เช่นกันว่าจะเสร็จเวลาไหน
มือเรียวของเขาหมุนวิทยุเปิดฟังข่าวจส.100 เผื่อจะได้หลบเลี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนน เสียงของดีเจคนเดิม ๆ ที่กำลังประกาศตามหาแท็กซี่ที่ผู้โดยสารลืมของไว้นั้น คุ้นหูเขามาเป็น 10 ปี
รถ SUV สีน้ำเงินเข้มค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วไม่เกิน 30 กม./ชม. ท่ามกลางรถยนต์มากมาย
ให้ตายสิ ทั้ง ๆ ที่วันนี้ว่าจะแวะร้านสะดวกซื้อหาอะไรรองท้องสักหน่อยก่อนเข้างานตอนบ่าย แต่ดูสถานการณ์ตอนนี้แค่ 5 กิโลเมตรยังใช้เวลาไปกว่า 15 นาที สงสัยมื้อเที่ยงคงต้องอดแหง ๆ
เขาพ่นลมหายใจ ก่อนจะหันไปหยิบกาแฟจากร้านชื่อดังที่เพื่อนตัวเองซื้อมาให้ตอนซ่อมรถมาประทังความหิวไปก่อน
ทันใดนั้นเรื่องราวแปลกประหลาดที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น
มือเรียวยาวของชายหนุ่มที่กำลังถือแก้วกาแฟจู่ ๆ พลันมีแสงสว่างสายหนึ่งทอแสงขึ้นสะท้อนเข้าตาคนขับอย่างถนัดถนี่
เซนหรี่ดวงตากลมมองไปรอบ ๆ รถ รวมไปถึงรถของเพื่อนร่วมทางในยามเที่ยงเพื่อหาที่มาของแสง สุดท้ายสายตาดันกลับมาจับอยู่ที่สร้อยข้อมือหินมงคลที่เขาร้อยเองที่ข้อมือ
ที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นคนร้อยเองเท่าไหร่ แต่เพราะว่าบังเอิญได้หยกสีเขียวแอปเปิลเม็ดนี้มาจากคุณย่า ญาติสนิทคนเดียวที่เขาเหลืออยู่ แม้จะไม่ได้อยู่ในวงการก็พอรู้ว่าราคาหยกสีสันแบบนี้ไม่ได้ต่ำ เมื่อพอมีเวลาว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำเขาเลยไปเดินแถวบางรัก เลือกหินกรีนไทเกอร์จับคู่เข้ากับหยกสีเขียว เมื่อเรียงสีสันไล่เฉดของแต่ละเม็ดจนพอใจแล้ว เขาเลยสวมใส่ติดตัวมาตั้งแต่นั้น
ใครจะไปคิดว่าลูกปัดหยกเม็ดกลมเกลี้ยงที่ข้อมือกลับค่อย ๆ เปล่งแสงสีสว่างจ้าจนแทบจะกลืนหินกรีนไทเกอร์อายโดยรอบจนหมดสิ้น
ปึก! ปึก!
ยังไม่ทันได้พิจารณาว่าแสงที่เกิดขึ้นเพราะอะไร เสียงบางสิ่งบางอย่างก็ตกกระทบหลังคาซันรูฟ
นายช่างหนุ่มรีบเงยหน้าขึ้นไปมองด้านบนตามสัญชาตญาณ เขาไม่ทันพบว่าอะไรที่ร่วงมาก่อนหน้าด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้เบื้องหน้ากลับพบกับแท่งปูนขนาดใหญ่กำลังร่วงตกลงมาตามแรงโน้มถ่วงของโลก ซึ่งอาจจะเป็นโครงสร้างอะไรสักอย่างของทางด่วนด้านบนที่กำลังก่อสร้าง แต่ตอนนี้เขาไม่สนใจแล้วว่ามันคืออะไร ที่แน่ๆ คือถ้ารถคันไหนซวยถูกวัตถุร่วงลงมาด้วยความเร็วขนาดนั้นเรื่องใหญ่แน่นอน
ฉิบ แล้วดูเหมือนไอ้คนที่ซวยก็ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากตัวเขาเอง
เซนกดเหยียบคันเร่งอย่างสิ้นหวัง
จังหวะที่เห็นแท่งปูนมรณะนั้นลงมาใกล้คล้ายกับกำลังเกิดภาพสโลโมชัน ถ้าคำนวณจากแรงเฉื่อยของรถและปริมาณรถโดยรอบแล้ว แม้เหยียบเบรกหรือเหยียบคันเร่ง อย่างไรมันก็ต้องหล่นลงมาโดนรถของเขาพอดิบพอดี เพียงแต่จะโดนตำแหน่งไหนก็เท่านั้น
ในตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าจะหลบตำแหน่งที่คนขับนั่งอยู่ด้วยเถอะ
‘ย่าครับ ช่วยเซนด้วย’
เขาอธิษฐานในใจอย่างขมขื่น ความหวาดกลัวที่แล่นริ้วขึ้นมาทำให้คนที่ไม่ได้นับถือศาสนาอะไรจริงจัง นาน ๆ ทีก็ไปมูไปไหว้ให้ชีวิตเฮง ๆ บ้าง สุดท้ายในวินาทีชีวิตสิ่งเดียวที่เขาคิดถึงก็คือ ‘คุณย่า’ ญาติสนิทเพียงหนึ่งเดียวของเขาที่เสียไปหลายปีแล้วเป็นสิ่งแรก
‘ย่าครับ เซนยังไม่อยากตาย’
โครม!
เสียงแท่งปูนตกลงกระทบหลังคาของรถ SUV สีน้ำเงินเข้มอย่างจัง
อาจจะเป็นเพราะเป็นแดดในเมืองไทยช่วงเที่ยงหรือเปล่าไม่ทราบ แต่กล้องหน้ารถของคันที่ตามมาด้านหลัง จับภาพแสงสว่างประหลาดขณะที่วัตถุจากรางรถไฟฟ้ากำลังร่วงลงหล่นได้อย่างชัดเจน พร้อมกับแท่งปูนขนาดเขื่องที่ลอยละลิ่วตกมาทับรถคันใหญ่ด้านหน้าอย่างครบถ้วน
เจ้าของรถที่ตามมาด้านหลังส่งเสียงกรีดร้องตกใจสุดเสียง พร้อมกับเหยียบเบรกเพื่อไม่ให้รถตัวเองเข้าปะทะกับรถคันข้างหน้า
หากรถสีน้ำเงินผู้เคราะห์ร้ายที่คล้ายจะพยายามเร่งเครื่องหลบแท่งปูนอย่างเต็มที่ แต่ด้วยการจราจรที่ติดขัดทำให้สุดท้ายก็ไม่อาจหลบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันนี้ได้ แท่งปูนซีเมนต์ยังคงตกลงที่หลังคาของรถคันนั้น ที่ตอนนี้พุ่งไปชนท้ายรถกระบะด้านหน้าเกิดเสียงดึงครึกโครม
หญิงสาวเจ้าของรถยุโรปที่ตามมาด้านหลังแม้จะเบรกได้ทันอย่างฉิวเฉียดเนื่องจากขับด้วยความเร็วไม่สูงนัก หากก็ยังใจสั่นไม่หาย
ส่วนรถคันที่ตามมาถัดจากนั้น ไม่ทันได้เห็นว่าเกิดอุบัติเหตุอะไร เมื่อเบรกไม่ทันจึงพุ่งเข้าชนด้านหลังรถของเธอจนบุบบี้ติด ๆ กัน และไม่ใช่เพียงแค่คันเดียว แต่เริ่มขยายวงกว้างไปที่เลนข้าง ๆ รถ SUV ที่เคราะห์ร้ายนั้น กลายเป็นอุบัติเหตุที่มีสายโทรศัพท์โทรเข้าไปในคลื่น จส.100 ให้หลีกเลี่ยงการขับมาย่านนี้ผ่านทางช่องวิทยุเสียเอง
ทว่าในขณะที่ไม่มีใครสังเกตนั้น แสงสว่างปริศนาในกล้องวงจรปิดหน้ารถค่อย ๆ หรี่แสงลง และหายไปราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
กว่าหน่วยกู้ภัยจะมาช่วยเหลือร่างของนายช่างหนุ่มออกจากรถ ก็ไม่พบว่าแขนข้างซ้ายของเขามีสร้อยหินมงคลอยู่แล้ว
มันหายไปจากจุดเกิดเหตุพร้อมดวงวิญญาณหนึ่งอย่างไร้ร่องรอย
บทที่ 1 : ผมไม่ได้ทะลุมิติ แต่ผมทะลุรูหนอนมาดาวอความารีน
เซนเคยคิดสงสัยว่าเวลาคนที่เขาทะลุมิติไปโลกใหม่เขาจะรู้สึกยังไง
ตื่นมาก็ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง ฝึกวิชา รำกระบี่ ร่ายกวียุคครูเลื่องชื่อ จัดการบุญคุณความแค้น ประลองยุทธสร้างชื่อเสียงไปให้ก้องดังไปทั่วยุทธภพ
เออ ดูเหมือนเขาจะดูหนังจีนมากไปหน่อย แต่ใครจะไปรู้ว่าหลังจากตายแล้วจะไปไหน
แต่เมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแทนที่จะเป็นอยู่ในกระทะทองแดง หรือย้อนอดีตไปชำระความแค้นในโลกเทพเซียน จอมยุทธ ปลูกผัก หรือทำการค้า แต่เหมือนหลุดเข้ามาในโลกคู่ขนานที่แทบไม่ต่างจากยุคที่เขาอยู่เลยนี่สิ
ดูได้จากโปสเตอร์วงไอดอลสาวที่ติดระเกะระกะเต็มผนังห้อง ตุ๊กตาเน่าที่ไม่รู้มีมาตั้งแต่สมัยไหน กับเสื้อยืดกางเกงบอลพวกนี้เป็นตัวยืนยันได้เป็นอย่างดี
เซนนอนซึมกะทืออยู่บนเตียงขนาด 3.5 ฟุต มองเพดานแคบ ๆ ขนาดความกว้างของห้องน่าจะประมาณ 2.5x2.5 เมตร มาเป็นชั่วโมงได้แล้ว
ความรู้สึกเจ็บปวดที่ผ่านความตายมาเมื่อครู่ ผสมผสานกับความรู้สึกที่ตื่นขึ้นมาแล้วดันอยู่ในร่างคนอื่น แถมยังเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งนี่มันยากจะรับได้
ยิ่งเมื่อตระหนักว่าตัวตนของเขาบนโลกใบเก่านั้นอาจจะตายไปแล้ว ด้วยเหตุการณ์ที่เหมือนหลุดออกมาจากหนังเรื่องดัง ก็อดคิดไม่ได้ว่าการตายที่ผ่านมา
แม่ง ซวยฉิบหาย
ถ้ามีการจัดอันดับการตายว่าใครซวยสุด ถึงไม่ได้ที่ 1 แต่ในท็อป 10 ก็อาจจะมีการตายของเซนอยู่บ้างก็ได้
นอกจากจะซวยแล้ว ใครจะไปคิดว่านายช่างหนุ่มจะได้รับเกียรติเป็น 1 ในดวงวิญญาณที่ได้ทะลุมิติจริง ๆ กันล่ะ
เรื่องแบบนี้บอกไปใครจะเชื่อ
เซนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอื้อมมือไปปัดผมที่ปิดหน้าปิดตาออกก่อนจะกระวีกระวาดลุกขึ้นไปส่องกระจกที่ข้างเตียง เมื่อคิดได้ว่านอนมองเพดานห้องไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา
ในเมื่อยมบาลยังไม่มารับวิญญาณของคนซวย ๆ และให้โอกาสได้มาเข้าร่างเด็กที่ไหนไม่รู้
เพราะงั้นก็ต้องลุกขึ้นมาทำความเข้าใจกับชีวิตใหม่ของตัวเองสักที
พอนายช่างหนุ่มยืนขึ้น ค่อยรู้ว่าร่างนี้ผ่ายผอมกว่าที่คิด ผมสีน้ำตาลเข้มยาวตรงเกือบจะไปถึงกลางหลังอยู่แล้ว แต่ไอ้ผมหน้าม้านี่ดันยาวเกือบจะถึงคางไม่รู้ว่าเจ้าของร่างเดิมไม่รำคาญหรือมันเป็นเทรนด์ของดาวดวงนี้กัน
เขาเสยผมที่ปิดหน้าปิดตาขึ้นไปข้างหลังก็พลันปรากฏใบหน้าของเด็กลูกครึ่งราว ๆ 16 -17 ปีที่มีสไตล์โครงหน้าผสมผสานของชาวตะวันตกกับชาวเอเชีย ที่ดูในแวบแรกแทบจะไม่เหมือนกับนายช่างหนุ่มเลย นอกจากรอยยิ้มกว้างที่แทบจะโขลกพิมพ์เดียวกันมาเท่านั้น
แต่พอมองซ้ายมองขวาดูดี ๆ ก็คล้ายว่าจะมีหน้าตาเหมือนกันอยู่ที่ 40-50%
ใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นถึงจะยังไม่โตเต็มที่ แต่หน้าตาผิวพรรณเนียนละเอียดระดับนี้ก็เกินความคาดหมายของเซนไปมาก ผมถึงจะยาวแต่เหมือนได้รับการบำรุงที่ดีทำให้ดกหนาและไม่มีผมแตกปลายแม้แต่นิด
ที่สำคัญ ไม่อยากพูดก็ต้องพูด เด็กนี่หน้าตาดีมาก ดีแบบไปเป็นเน็ตไอดอล อินฟลูเอนเซอร์ หรือจะไปเดบิวต์เป็นดารานักร้อง เข้าวงการบันเทิงได้อย่างสบาย ๆ
น่าเสียดายก็แต่ดวงตากลมโตที่ปูดบวมเหมือนร้องไห้มาอย่างหนักทำให้หน้าตาเศร้าหมอง แม้ไม่รู้ว่าร่างนี้ร้องไห้จากเรื่องอะไร แต่เขาคล้ายสัมผัสถึงความเศร้าของเจ้าของร่างได้อย่างชัดเจน
นายช่างหนุ่มใช้ปลายนิ้วไล่สัมผัสดวงหน้าของเด็กหนุ่มที่ตัวเองครอบครองร่างอยู่ พร้อมกับยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ กระจกพลางเพ่งพิศอย่างตกตะลึง
ทั้งคิ้วได้ทรง ปากกระจับ จมูกโด่งรั้นแบบชาวตะวันตกได้รูป ผิวเนียนละเอียดแม้จะขาวจนดูซูบไปเล็กน้อย แต่สิ่งละอันพันละน้อยต่างถักทอใบหน้านี้ให้มีความยูนิเซ็กซ์ที่จะมองให้สวยก็ได้ จะมองให้หล่อก็ดี
อาจจะเป็นเพราะเด็กนี่เหมือนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อน บวกกับร่างกายที่ผอมมาก ถ้าไม่นับลักษณะโครงสร้างของเด็กผู้ชาย มอง ๆ ไป ก็ยากจะบอกได้ว่าเด็กคนนี้เป็นเพศไหน
น่าเสียดายทั้งที่มีต้นทุนหน้าตาสูงอย่างมาก เพียงแต่ความอิดโรยจากการร้องไห้อย่างหนัก กลับทำให้ส่วนผสมอันลงตัวที่พระเจ้าบรรจงสร้างนั้นหมองหม่นลง
ยิ่งทรงผมนั่นให้ตายเหอะ เป็นผู้ชายจะไว้ผมยาวก็ไม่แปลกหรอก แต่ว่าอย่างน้อยก็ควรจะจัดทรงผมให้ดูดีสักหน่อยสิ
นายช่างที่อยู่ในร่างเด็กหนุ่มกวาดสายตามองไป ก็สังเกตเห็นรูปถ่ายครอบครัวบนชั้นหนังสือ ในนั้นมีชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาและหญิงสาวใบหน้างดงามแบบคนยุโรปแท้ ๆ พร้อมกับเด็กหญิงชายอีก 3 คน ซึ่งไอ้คนที่เอาผมหน้าม้าปิดมายันคางแล้วรวบผมไว้ข้างหลังอย่างลวก ๆ แม้แต่หวีผมยังเหมือนไม่ตั้งใจหวี ทั้งหน้ามีแต่ปากกับจมูกที่โผล่ออกมา ส่วนดวงตากลมโตทั้ง 2 ข้างถูกผมหน้าปิดบังไว้หมด
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเด็กที่ทำตัวเฉิ่มขนาดนี้คงจะเป็นเด็กที่เขากำลังสิงร่างอยู่แน่ ๆ
ให้ตายเถอะ ดูพี่น้องชายหญิงของนายแต่งตัวจัดเต็ม หน้าผมดูแลอย่างดีแม้จะไม่หน้าตาดีเท่าเจ้าของร่างแต่ก็เป็นเด็กที่น่ารักน่าชัง แล้วมองดูเด็กนี่เหมือนกับหลุมดำของภาพยังไงอย่างนั้น
เสียของแท้ ๆ ตากล้องก็ช่างกล้าปล่อยให้ถ่ายแบบนี้ แค่เอาผมขึ้นสักหน่อยหวีผมอีกนิดก็น่าจะดูดีกว่านี้มาก
ครั้นนายช่างหนุ่มกวาดตามองรอบห้องแล้ว นอกจากแป้งกับหวีโง่ ๆ เด็กคนนี้ก็ไม่มีเครื่องสำอาง สกินแคร์หรืออุปกรณ์ทำผมใด ๆ ไม่ต้องคิดถึงเจลจัดแต่งทรงผมหรือไดรฟ์เป่าผมดี ๆ มีแค่แป้ง 1 กระป๋องถ้วนเท่านั้นจริง ๆ
เจ้าของร่างนี่เติบโตมายังไงกันแน่เนี่ย
เขาต้องจับผมทัดหูแก้ปัญหาผมหน้าที่ยาวเกินไป พอมองแบบนี้ก็ยิ่งไม่เหมือนเด็กผู้ชายขึ้นไปใหญ่
หรือว่า?
เซนเงยหน้าเล็กน้อยแล้วมองลูกกระเดือกที่นูนขึ้น มือก็จับไปตามแผ่นอกแล้วจับที่เป้ากางเกงด้านล่างด้วยความเร็วสูง
เฮ้อ โอเค โล่งใจ ถูกแล้วๆ อย่างน้อยก็เข้ามาสิงร่างเด็กผู้ชาย
ตอนแรกที่เห็นใบหน้าที่ทั้งสวยทั้งหล่อแบบแยกเพศไม่ได้แบบนี้ ก็อดไม่ได้จะกังวลอยู่บ้าง
ถึงแม้เขาจะมีรสนิยมทางเพศแบบได้ทั้งหญิงและชาย แต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่จะคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิง บอกตรง ๆ ถ้าเป็นผู้หญิงเขาก็คงทำตัวไม่ถูก ชีวิตเกือบ 30 ของเขาก็เป็นผู้ชายมาตลอด ดีแล้วที่ยังเป็นเด็กผู้ชายอยู่ อย่างน้อยก็รู้สึกสนิทใจมากกว่า
ติ๊ง!
เริ่มต้นระบบกาแล็กซีแห่งชีวิต
เสียงที่จู่ ๆ ดังขึ้นในหัวพาให้เขาหันมองไปรอบห้องที่คับแคบแห่งนี้อย่างตกใจ ก่อนที่หน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวอ่อนเหมือนในหนังแนววิทยาศาสตร์ไซไฟจะเด้งขึ้นมาตรงหน้า
ดาวน์โหลดภาษา 5%
ภาษางั้นเหรอ นี่เขาไม่ได้พูดภาษาไทยหรอกเหรอ
ฉิบหาย
เขารีบเดินไปที่โต๊ะหนังสือ หน้าจอโฮโลแกรมที่เปิดขึ้นมานั้นก็หมุนตามตัวเซนราวกับเงาตามตัว
นายช่างหนุ่มสุ่มหยิบหนังสือบนชั้นวางขึ้นมาแล้วพลิกดูอย่างรวดเร็ว
อะไรกันวะเนี่ย อ่านไม่ออกเลยสักตัว ภาษาไทยก็ไม่ใช่ เกาหลี ญี่ปุ่น อังกฤษ ไม่ใช่ทั้งนั้น
เขาล้มตัวลงไปนั่งที่เตียงอีกครั้ง พร้อมกับใช้สมองตรึกตรองต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลต่าง ๆ ทีละเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้ามองหน้าจอโฮโลแกรมสีเขียวที่เหมือนในหนังฮอลลีวูดที่เขาชื่นชอบอย่างสงสัย
ลองเอามือไปจิ้ม ๆ แตะ ๆ หน้าจอ จู่ ๆ ตัวอักษรก็เปลี่ยนทันที
กำลังดาวน์โหลดข้อมูล โปรดรอ
นี่มันของจริงนี่หว่า แถมยังหน้าจอทัชสกรีนได้อีกต่างหาก หรือจะเป็นเหมือนในนิยายที่คนทะลุมิติมาจะต้องมีนิ้วทองคำ หรือระบบอะไรสักอย่าง
งั้นสิ่งนี้ก็คือระบบของเขาสินะ
ดาวน์โหลดภาษา 5 ภาษา สำเร็จ กำลังติดตั้ง
ตึก!
พลันความเจ็บปวดก็แทรกซึมลึกเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วรุนแรง จนเด็กหนุ่มต้องกุมขมับไว้แน่น หว่างคิ้วได้รูปย่นยู่เข้าหากันก่อนจะเอนตัวลงนอนด้วยความเจ็บปวดทรมาน
เขาเหลือบตามองไปที่หน้าจอแล้วนอกจากตัวอักษรที่ปรากฏขึ้น ก็ไม่มีปุ่มใด ๆ ให้ตอบรับหรือปฏิเสธเลยสักนิด ด้วยความเจ็บปวดที่แทรกซึมลึกเข้ามาในสมองทำให้นายช่างหนุ่มหายใจกระชั้น
“มีปุ่มยกเลิกไหม ผม ปวด หัว ไม่ ไหว แล้ว”
เซนพยายามถามเพื่อหาทางหยุดความเจ็บปวดที่ซึมลึกเข้ามาในสมองนี้อย่างกระท่อนกระแท่น แต่กลับไม่มีการตอบสนองใด ๆ จากหน้าจอนั้นแม้แต่น้อย
“อย่างน้อยก็ต้องลดความเจ็บปวดให้หน่อยสิวะ”
เขาสบถอย่างหัวเสีย แต่น้ำเสียงกลับอ่อนระโหยโรยแรงเต็มทน
หลังจากทนความเจ็บปวดเจียนตายยาวนานกว่าครึ่งชั่วโมง หน้าจอโฮโลแกรมก็ปรากฏอักษรแถบหนึ่งและน้ำเสียงสังเคราะห์ที่ดูเหมือนหุ่นยนต์ AI ก็ดังขึ้นในที่สุด
ไม่อนุญาตให้มนุษย์โลก รหัส 0115-4622-1544 ยกเลิก
“งั้น ขอยาแก้ปวด หรืออะไรก็ได้ระงับความปวดหัวนี้ได้ไหม” เซนอ้อนวอน
คล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจหยามเหยียดจากอีกฝ่าย ก่อนแสงสว่างจะเจิดจ้าขึ้น พร้อมกับสติของเซนที่เข้าสู่ห้วงนิทราเพียงแค่อีกฝ่ายโบกมือ
กำลังถ่ายโอนความทรงจำ 1%
กำลังติดตั้งระบบสุ่มแพลนเน็ต 1%
กำลังติดตั้งระบบภารกิจ 1%
กำลังติดตั้งระบบสุ่มอาชีพ 1%
หน้าจอโฮโลแกรมแสดงค่าการดาวน์โหลดและติดตั้งมากมายที่เริ่มต้นและแล้วเสร็จติด ๆ กัน จากรุ่งอรุณสู่ยามค่ำอันมืดมิด โดยที่เจ้าของร่างไม่ได้รับรู้อะไรด้วยเลยสักนิด
การติดตั้งแล้วเสร็จ
หน้าจอดับลงก่อนจะแสดงผลขึ้นมาใหม่ นอกจากตัวอักษรแล้วเจ้าเหมียวสีขาวตาสีฟ้าค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าจอ มันอ้าปากร้องเหมียวครั้งหนึ่งก่อนจะมองดูโฮสต์ที่นอนหลับสลบไสลไม่ได้สติ แล้วถอนหายใจ
เจ้าของห้องเล็กที่แคบเท่าแมวดิ้นตายแห่งนี้ค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมามองหน้าแมวสีขาวรูปร่างแลดูปราดเปรียวสมส่วนแบบแมวขาวมณีกำลังนั่งจ้องมองมันแบบ 3D ในหน้าจอโฮโลแกรมที่แสดงอยู่ด้านบนร่างของเขาอย่างประหลาดใจ
หือ อย่าบอกนะว่าระบบเป็นแมวน่ะ
ระบบที่เย็นชาเมื่อครู่นี้หายไปแล้วเหรอ อย่าเอาแมวมาหลอกล่อกันให้ตายใจ แล้วสุดท้ายก็เอาพี่ระบบสุดโหดกลับมานะ
เซนหรี่ตามองพร้อมกับพูดอย่างไม่แน่ใจ “แกคือระบบเมื่อครู่นี้รึเปล่า”
เจ้าตัวเล็กเอียงหัวเล็กน้อยกะพริบตาปริบ ๆ
/ อ๋อ นายท่านน่าจะได้เจอกับท่านผู้ดูแลนะเนี๊ยว ผมจะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อระบบติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้วเท่านั้น /
“คนละตัวสินะ มิน่าล่ะ”
ทันในนั้นเซนก็หันไปมองหน้าจอโฮโลแกรมอีกรอบเมื่อเพิ่งคิดได้ว่า เมื่อครู่นี้เขากำลังคุยกับแมว แถมแมวตัวนั้นยังพูดจาโต้ตอบได้อีกต่างหาก
แมวขาวตัวน้อยไม่ได้สนใจว่าเขากำลังคิดอะไร มันเพียงพูดต่อเหมือนกับถูกตั้งโปรแกรมไว้
/ ยินดีต้อนรับนายท่านเข้าสู่ระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตเนี๊ยว ผมรับหน้าที่เป็นทูตจากกาแล็กซีมาสื่อสารกับนายท่าน หลังจากติดตั้งระบบเรียบร้อย ทางระบบได้ทำการสุ่มแพลนเน็ตให้กับนายท่านระหว่างที่ทำการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว /
หางสีขาวนั้นโบกสะบัดพัดไปมาอย่างพอใจ
/ ตอนนี้นายท่านถูกส่งมาอยู่แพลนเน็ตหรือดวงดาวที่มีชื่อว่า ‘อความารีน’ หรืออีกชื่อก็คืออัญมณีสีน้ำเงิน พิกัด รูหนอนที่ 78025.5421 เหนือ 8463644.525651 ตะวันออกเนี๊ยว /
เขาทอดถอนใจ พยายามทำใจให้ชินกับความแฟนตาซีของโลกใบใหม่ด้วยการเอามือตบ ๆ แก้มของตัวเองเรียกสติเบา ๆ
โอเค ทฤษฎีสมการสัมพัทธภาพทั่วไปของไอน์สไตน์ที่เสนอว่ามีอุโมงค์2 จุดใน Spacetime ใช้เดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยไม่ต้องผ่านอวกาศตามปกติก็อาจจะมีจริง ๆ น่ะสิ และโลกใบนี้ก็อาจจะเป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที่ไม่ต่างจากมนุษย์อาศัยอยู่ เหมือนที่นาซ่ากำลังค้นหา
หรือไม่แน่ก็อาจจะรู้แล้ว แล้วปกปิดไว้ก็ได้ ในเมื่อก็นาซ่าเองไม่ใช่เหรอที่ออกมายอมรับว่ามนุษย์ไม่ได้เป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อาศัยอยู่ในกาแล็กซีทางช้างเผือก
เขาขบคิดพลันเหลือบไปเห็นสร้อยข้อมือหินมงคลกรีนไทเกอร์กับหยกเขียวที่ใส่ติดตัวเป็นประจำอย่างตื่นตะลึง
แล้วทำไมสร้อยข้อมือหินของเราถึงได้ทะลุรูหนอนมาด้วยได้ล่ะ?
เซนก้มลงมองตัวเองอีกรอบก็ไม่ได้มีส่วนไหนที่เป็นของเขาเลย แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังเป็นของเด็กหนุ่มในโลกนี้
มีเพียงสร้อยข้อมือเส้นนี้เส้นเดียวที่ติดตามเขามาจากโลก
แปลก จะบอกว่าเป็นของเก่าแก่ก็มีเพียงแค่หยกสีเขียวเม็ดเดียวที่ได้มาจากคุณย่า นอกนั้นเขาก็ซื้อมาร้อยเองที่บางรักจะไปมีอะไรพิเศษได้
ถึงอย่างนั้น หยกเม็ดเดียวของคุณย่านี่น่าจะเป็นสิ่งเดียวที่น่าสงสัยที่สุด เพราะกรีนไทเกอร์ที่รายล้อมนั้นก็ธรรมดาจนไม่อาจจะธรรมดาไปมากกว่านี้ได้อีกแล้ว
เขานึกถึงใบหน้าใจดีของหญิงชราที่เสียไปกว่า 5 ปีขึ้นมา แล้วอดคิดถึงวินาทีเป็นตายของชีวิตที่เรียกหาย่าของตัวเองไม่ได้
ในชีวิตก่อนของเขาพ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ตอนที่เซนยังเด็ก ชายหนุ่มแทบไม่เคยเห็นหน้าตาของผู้ที่ทำให้เขาเกิดมาด้วยซ้ำ
แม้พวกเขาจะทิ้งเซนตั้งแต่แบเบาะให้เติบโตมากับคุณย่า แต่คุณย่าสายธารก็ดูแลและเอาใจใส่เขา เป็นทั้งพ่อทั้งแม่และญาติสนิทเพียงหนึ่งเดียวในชีวิตของเซน
และแม้กระทั่งวาระสุดท้ายที่นายช่างหนุ่มตายแบบคนที่ซวยที่สุดในโลก ก็มีแนวโน้มว่าที่เขายังไม่ลงไปกระทะทองแดงเป็นเพราะหยกแอปเปิลเม็ดที่คุณย่าให้กับเขา ที่ทำให้เซนได้มีโอกาสใช้ชีวิตเป็นครั้งที่ 2 ก็เป็นได้
พูดตรง ๆ คนที่ไม่มีโชค ซื้อหวยไม่เคยถูกอย่างชายหนุ่ม ไม่มีทางที่จะได้จับพลัดจับผลูได้เป็นผู้โชคดีทะลุมิติแน่นอน
แต่ถ้าเรียกเป็นซวยจนได้ทะลุรูหนอนมาที่นี่ก็ไม่แน่
/ เนื่องจากนายท่านเป็นมนุษย์ดาวโลกคนเดียวที่เดินทางมาถึงที่ดาวอความารีน ระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตได้มอบกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน ให้แก่นายท่าน 4 กล่อง ยอมรับหรือไม่ }
เซนมองหน้าจอที่มีกล่องของขวัญ 3 มิติลอยตรงหน้าอย่างรู้สึกไม่ชินอยู่บ้าง
‘ยอมรับ’
/ ต้องการเปิดกล่องของขวัญเลย หรือเก็บไว้ในช่องเก็บของเนี๊ยว /
ช่องเก็บของ?
จะว่าไปก็เหมือนเกมอยู่นิด ๆ แฮะ มีของขวัญให้ผู้เล่นเริ่มต้น มีช่องเก็บของด้วย งั้นก็คิดซะว่ากำลังเล่นเกมอยู่ก็น่าจะไม่ผิด เล่นดีเล่นแย่ยังไงก็แค่ตายอีกรอบเองไม่ใช่รึไง
โครกคราก!
เสียงท้องร้องดังขึ้นทำลายความเงียบ เซนถึงจะพึ่งคิดได้ว่าตั้งแต่ที่เขาทะลุรูหนอนมา ยังไม่ทันได้กินอะไรเลยสักคำ น้ำสักหยดก็ยังไม่ตกถึงท้อง มาถึงก็ถูกระบบทรมานด้วยการติดตั้งดาวน์โหลดอะไรไม่รู้มาทั้งวัน
หิวจะตายอยู่แล้ว
‘เก็บไว้ก่อนแล้วกันเจ้าเหมียว’
ชายหนุ่มตอบในใจก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดไฟไว้ ค่อยสาวเท้าเดินออกไปที่ห้องครัว
เอ๊ะ
เพียงแค่ขยับตัวหมายจะออกจากห้อง พลันความทรงจำมากมายที่ระบบได้ดาวน์โหลดและติดตั้งไว้ก็พรั่งพรูราวกับสายน้ำ ไม่ว่าจะห้องนอนแห่งนี้ที่ถูกจัดให้มาอยู่ในโซนคนรับใช้ยังไง แม้กระทั่งห้องข้าง ๆ ยังเป็นของป้าแม่บ้านที่ชื่อว่าป้าแคทเทอรีน การได้รับความปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมจนเหมือนละครน้ำเน่าหลังข่าวช่องหลากสี
และใช่ ร่างใหม่ของเซนชื่อมีชื่อเดียวกับเขาคือ ‘เซน ดักกลาส (Zane Douglas) ’
จะต่างกันก็แค่โลกก่อนชื่อเล่นเขาชื่อเซน แต่ในดาวดวงนี้เซนนั้นถือเป็นชื่อจริง
เด็กหนุ่มตาสีเทากลมโตวัยย่าง 17 ปี นักเรียนม.ปลายปีที่ 6 กำลังจะสอบและจบการศึกษาในอีกไม่นาน ถึงแบบนั้นเขากลับฆ่าตัวตายด้วยการทานยานอนหลับเกินขนาดไปซะก่อน
เฮ้อ พูดก็พูดเถอะนะน้องชาย ถ้าชาติก่อนพี่หน้าตาดีขนาดนี้ หัวเด็ดตีนขาดยังไงพี่ก็ไม่ยอมตายง่าย ๆ แน่นอน
แต่น่าเสียดาย ถึงแม้จะชื่อเซนเหมือนกัน แต่ก็คนละคน เขาเองก็ไม่อาจเข้าใจความเครียดและความกดดันที่ถาโถมเข้าใส่เจ้าของร่าง ถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีความทรงจำของเด็กหนุ่มมาแล้ว แต่คนนอกก็คือคนนอก ไม่สามารถคิดแทนหรือโทษการตัดสินใจในการจบชีวิตของเจ้าของร่างได้
ที่แน่ ๆ เด็กหนุ่มคนนี้ตายไปแล้ว และเซนจากโลกก็ตายด้วยเหมือนกัน
ระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตได้เข้ามาแทรกแซงดวงวิญญาณของพวกเขา ด้วยเหตุผลที่ว่าพวกเขาทั้งคู่ชื่อเดียวกัน และเออตายในเวลาเดียวกัน
ดูเหมือนในนิยายที่มักจะไปเกิดเป็นคนชื่อเดียวกันน่าจะจริง ชื่อของแต่ละคนเหมือนจะมีพลังงานเชื่อมโยงอะไรบางอย่างที่แม้จะอยู่คนละโลกขนานก็ยังมีชื่อคล้ายกันได้
ชายหนุ่มส่ายหัว หลังจากย่อยภาพความทรงจำมากมายในสมองและความทรงจำ พร้อมกับเดินเข้าไปเปิดตู้เย็นในครัวขนาดใหญ่ในบ้านดักกลาสแห่งนี้
เขากวาดตามองไปที่ห้องครัวที่จัดข้าวของเก็บอุปกรณ์เครื่องปรุงต่าง ๆ ได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ในตู้เย็นที่มีอยู่หลายบานนั้นมีตู้หนึ่งที่คล้ายกลับมีชื่อเฉพาะของคนในบ้านให้เก็บของกินส่วนตัวได้
แต่เมื่อลองเช็กว่ามีชื่อตัวเองรึเปล่า กลับพบว่าอยู่ชั้นล่างสุดแถมยังไม่มีอะไรสักอย่างในชั้นนั้น เหมือนแปะชื่อเอาไว้เฉย ๆ
เพราะงั้นเขาจึงปิดตู้เย็นที่เป็นช่องส่วนตัวลง แล้วเปิดตู้ที่เขาเดาว่าน่าจะเป็นตู้เย็นส่วนกลาง แล้วหยิบโยเกิร์ตรสธรรมชาติกับขนมคุกกี้ที่วางอยู่บนชั้นของแห้งข้าง ๆ ตู้เย็นออกมานั่งกินประทังชีวิตอย่างเงียบเชียบ
ที่จริงเซนนั้นทำอาหารเป็นอยู่แล้ว แต่เพราะตอนนี้นั้นดึกมาก การจะทำอาหารใหม่กลางดึกตั้งแต่วันแรกที่ข้ามดวงดาวมาเลย ก็กังวลว่าจะทำให้แม่บ้านอย่าง ‘ป้าแคทเทอรีน’ ที่ห้องนอนอยู่ข้างกันจะได้ยินแล้วพุ่งเข้ามาดุด่าเอาได้
เจ้าของร่างเดิมนั้นเป็นคนไม่สู้คนอย่างสิ้นเชิง อย่าว่าแต่จะไปสู้แม่เลี้ยงเลย แค่แม่บ้านตัวเองก็ยังไม่กล้าแม้จะพูดปฏิเสธ
เพราะงั้นเขาจึงโดนทำโทษให้อดอาหารบ่อย ๆ น้านาตาลีหรือแม่เลี้ยงสาวของเจ้าของร่างก็มักจะอ้างว่าเขามากินข้าวไม่ตรงเวลา หรือไม่ก็อยากลดความอ้วนเองต่อหน้าผู้เป็นพ่อของเขาเสมอ ๆ
จนสร้างนิสัยให้เด็กคนหนึ่งขลาดกลัวและหวั่นวิตกได้ง่าย แม้กระทั่งจะหยิบกินอะไรในตู้เย็นของบ้านตัวเองก็ไม่กล้า ยอมทนหิวจนผอมซูบดีกว่าโดนดุด่า
หรือนี่เป็นสาเหตุที่เด็กนี่สูงเพียง 175 เซนติเมตรเท่านั้น
ได้ยังไงร่างเก่าเขาสูง 185 เชียวนะ ไหงต้องมาอยู่ในร่างที่สูงน้อยกว่าเดิม 10 เซนติเมตรกันล่ะเนี่ย
เซนพยายามปลอบใจตัวเองว่าตอนนี้ร่างนี้ยังอายุ 17 ปีเท่านั้นยังสูงขึ้นกว่าเดิมได้ เพียงแค่เขาต้องเริ่มออกกำลังกายสักหน่อย กินอาหารที่มีประโยชน์ก็อาจจะทำให้ร่างนี้สูงขึ้นได้อีกนิดหนึ่ง
หลังจากจัดการอาหารง่าย ๆ ลงท้องแล้ว เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ เดินกลับไปที่ห้องตัวเองด้วยฝีเท้าแผ่วเบา เพราะยังไม่อยากจะเจอกับคนในบ้านนี้เร็วเกินไป
ดูจากความทรงจำของเจ้าของร่างแล้ว ป้าแม่บ้านนี่เป็นคนของแม่เลี้ยงแบบ 100 % แถมยังเป็นมือขวาที่รังแกเซนคนก่อนมาตลอด ถ้าไม่มีคนหนุนหลัง แม่บ้านที่ไหนจะกล้าทำร้ายลูกชายของเจ้าของบ้านกันล่ะ
แก๊ก!
ในขณะที่เซนกำลังจะบิดลูกบิดประตูห้องตัวเอง เสียงเปิดประตูห้องของป้าแม่บ้านดังขึ้น หญิงวัยกลางคนราว 40-50 ปี รูปร่างค่อนข้างท้วมแง้มประตูออกมามองด้านนอกอย่างจับผิด
อุตส่าห์คิดไว้ว่ายังไม่อยากเจอ ก็ยังต้องเจอสินะ
เอาเถอะ ในเมื่อเข้ามาอยู่ในร่างเจ้าของร่างแล้ว แถมเซนยังไม่ใช่คนที่จะยินยอมให้ตัวเองต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ หากนิสัยของเจ้าของร่างจะเปลี่ยนไปจากเดิมสักหน่อยก็ช่างมันเถอะ
ใครจะไปยอมให้คนมารังแกได้ตลอดเวลากัน ถึงเขาจะเป็นคนที่รักสงบแต่ก็ไม่ใช่คนยอมคนสักหน่อย
“นี่แกออกไปแอบกินอาหารในครัวมาใช่ไหม!” หล่อนพูดเข้าประเด็นด้วยเสียงสูงตั้งแต่เริ่มต้น
ดูจากน้ำเสียงคำเรียก นี่แม่บ้านที่หรือศัตรูกันแน่ ก็พอรู้อยู่หรอกว่ามีคนหนุนหลังเลยกร่าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะกร่างขนาดเรียกลูกชายเจ้าของบ้านแบบจิกหัวขนาดนี้
เซนเม้มปากอย่างไม่ชอบใจ สีหน้าของเขาไม่สบอารมณ์อย่างชัดเจน
แต่ยิ่งป้าแคทเทอรีนเห็นเด็กนี่หน้าเปลี่ยนยิ่งแค่นเสียงหยามเหยียด “นิสัยขี้ขโมยนี่ไม่รู้ไปได้จากใครมา สงสัยจะเป็นแม่ที่ตายไปแล้วของแกละมั้ง คุณ ๆ ที่นี่เขาก็ลูกผู้ดีกันทั้งนั้น”
แม่บ้านหรือนางร้ายในละครหลังข่าววะ ครอบครัวนี้ชักจะน่าสนใจมากขึ้นแล้วนะเนี่ย
เด็กหนุ่มที่กำลังจะเดินเข้าห้องหันหน้ามาปะทะแม่บ้านข้างห้องพร้อมด้วยใบหน้าที่ไม่บอกอารมณ์
“อ้าว ผมจะกินอาหารในบ้านตัวเองก็เป็นขโมยเหรอครับ” เซนกอดอกมองต่ำ “เผื่อป้าจะลืมว่าผมนามสกุลดักกลาส อาหารในบ้านตระกูลดักกลาสของตัวเอง ถ้าผมยังกินไม่ได้แล้วใครจะกินได้ หรือว่าคนนามสกุลเบคเกอร์ถึงจะกินได้ล่ะครับ โอ้ โทษทีลืมไปว่าเบคเกอร์เป็นนามสกุลของป้า ‘แม่บ้าน’ ของที่นี่นี่น่า”
เขาจงใจเน้นคำว่า ‘แม่บ้าน’ ให้อีกฝ่ายจดจำสถานะของตัวเองไว้บ้าง
“มะ ไม่เกี่ยวกับเบคเกอร์ของฉัน นี่บ้านตระกูลดักกลาส ที่นี่เป็นบ้านของนายท่าน” แม่บ้านวัยกลางคนตอบผิดตอบถูกอย่างรับมือไม่ทัน ดูเหมือนจะงุนงงกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเซนไม่น้อย เธอมองใบหน้าที่เอาผมทัดหูดูสะอาดสะอ้านขึ้นราวกับเห็นผี
เซนเห็นอีกฝ่ายที่อึกอักอย่างไปไม่เป็นตั้งแต่เถียงกันแมตซ์แรกแล้วก็ส่ายหัว
“ยังดีนะครับที่รู้ว่านี่เป็นบ้านของ ‘พ่อของผม’ ผมน่ะควรจะสงสัยมากกว่า ดึก ๆ ดื่น ๆ แบบนี้ป้ากำลังจะออกไปไหนล่ะครับอย่าบอกนะ จะแอบย่องไป ‘ขโมย’ กินอาหารของตระกูลผม ก็เลยมาโยนความผิดให้ผมแทน เอ๊ะ หรือจะไม่ใช่อาหารที่จะขโมยแต่เป็นอย่างอื่น”
เขาทำหน้าครุ่นคิด ไม่ได้มองสาวใหญ่ที่ทั้งโกรธและหวาดกลัวไปพร้อม ๆ กันตรงหน้าแม้แต่น้อย
“โอ้ อะไรกันนะที่ป้าอยากจะขโมย บางทีอาจจะไม่ใช่อาหาร งั้นจะเป็นอะไรไปได้ล่ะ เงิน ทอง ของมีค่า หรือว่า จุ๊ จุ๊ จะขึ้นไปชั้น 3 กันนะ”
เด็กหนุ่มมองนิ่งไปที่คนตรงหน้าแบบที่เจ้าของร่างไม่น่าจะกล้าทำแน่ ๆ แต่ถ้าต้องให้เขาหวาดกลัวกับแค่กินโยเกิร์ตกับคุกกี้ในบ้านตัวเอง ก็อย่าให้เขาเกิดใหม่เลยดีกว่า
“แก ..”
ป้าแม่บ้านลากเสียงอย่างโมโห ยิ่งอีกฝ่ายพูดถึงชั้น 3 ที่เป็นห้องของคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงของบ้านแล้วยิ่งร้อนรน สิ่งที่เธอเคยจินตนาการไว้ลึกใต้จิตใจตีตื้นขึ้นมา ทำให้เธอยิ่งราวกับหนูติดจั่น
“ฉันจะไปฟ้องคุณนายเรื่องที่แกแอบไปกินอาหารในครัวตอนนี้เลย”
“ก็ไปสิครับ อยากขึ้นไปอยู่แล้วนี่ ชั้น 3 น่ะ” เขาเบือนหน้ามองนาฬิกาที่กำลังบอกเวลาว่าอีก 10 นาทีตี 2 ในความมืดแล้วหันหน้ามาจ้องป้าแคทแล้วยักคิ้ว
“ไม่ ไม่ใช่นะ ฉันไม่ได้คิดสกปรกแบบนั้น ฉันไม่ได้อยาก..”
ชายหนุ่มพูดแทรกขึ้นโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายพูดจบประโยคสักนิด
“ไปบอกเลยสิครับป้า ผมจะได้บอกคุณน้านาตาลีด้วยว่าจู่ ๆ ผมก็เห็นคุณป้าแม่บ้านตื่นขึ้นมาด้อม ๆ มอง ๆ ตอนกลางดึก”
เขาเอานิ้วลูบคางพร้อมกับหรี่ตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า
“สงสัยจะขึ้นไปชั้น 3 บ่อย ๆ ตอนที่คุณน้าไม่อยู่รึเปล่านะ ที่ผ่านมาผมก็ไม่ได้สังเกตห้องข้าง ๆ เท่าไหร่ด้วยสิ คุณพ่อยังนอนข้าง ๆ คุณน้า หรือว่าอาจจะ…”
“แกอย่ามามั่ว!” หล่อนตวาดลอดไรฟันเสียงแผ่วเมื่อคิดได้ถึงความหมายเชิงชู้สาวที่ไอ้เด็กนี่สื่อ
“ฉันไม่ได้…”
“ไม่ได้แล้วทำไมจะตื่นมาตอนนี้ล่ะครับป้า นี่จะตี 2 นะ ไม่ใช่ 2 ทุ่ม อย่างผมไม่ได้กินข้าวมาทั้งวันจะหิวบ้างก็ไม่แปลก แค่กินโยเกิร์ตสักถ้วยที่ ‘บ้านตัวเอง’ มันจะทำให้ตระกูลผมล่มจมเลยรึไง ว่าแต่ป้าเหอะครับ ‘แม่บ้าน’ อย่างป้าที่ยังด้อม ๆ มอง ๆ เจ้านายตอนนี้ ใครเขาจะคิดว่าเจตนาดีบ้างล่ะ”
“แก” หล่อนกำลูกบิดประตูจนไหล่สั่นอย่างจนคำพูด ก่อนจะปิดประตูกลับไปที่ห้องตัวเองไปดื้อ ๆ ที่น่าตลกคือป้าแคทเทอรีนปิดประตูด้วยความเบามือเหมือนกลัวคนจะรู้ว่าหล่อนยังตื่นอยู่จริง ๆ
เซนพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก
ถามจริงเซน นายแพ้ยัยป้าข้างบ้านแบบนี้เหรอเนี่ย ไม่ไหวเลยจริงๆ
เอาเถอะ ทำไงได้ ถ้าฉันยังต้องอยู่ที่นี่ ของของนายก็เป็นของของฉันแล้ว ถึงจะไม่ค่อยชอบทะเลาะฟาดฟันกับใคร แต่ฉันก็ไม่ใช่คนจะยอมให้ใครมาชี้หน้าฉอด ๆ ใส่เหมือนกัน
หึ ถ้าต้องสู้ก็สู้กันสักตั้ง ตายก็ตายมาแล้วเรื่องแค่นี้ สิว ๆ
บทที่ 2 : อาชีพไอดอล Rank A
หลังจากที่ตบตีกับป้าแม่บ้านของตัวเองก็ผ่านมา 2 วันอย่างที่เรียกได้ว่าพลิกฟ้าคว่ำดินที่แท้จริง พอทำใจได้แล้วว่าตอนนี้เขาทะลุมิติมาอีกโลกใบหนึ่ง นายช่างหนุ่มก็อ่านทุกอย่างที่มีในห้องเพื่อทำความเข้าใจกับเซนคนนี้และดาวอความารีนให้มากขึ้น
โชคดีจริง ๆ ที่เด็กหนุ่มนี่จดไดอารี่เอาไว้ด้วย พอผนวกกับความทรงจำต่าง ๆ ที่ได้รับ ตอนนี้เขาก็เข้าใจเจ้าเด็กที่กำลังจะอายุ 18 อีกไม่นานได้อย่างถ่องแท้
วันนี้เป็นวันหยุดเสาร์อาทิตย์ที่บ้านตระกูลดักกลาส 4 คน คาร์ค พ่อของเจ้าของร่างนี้ คุณน้านาตาลี แม่เลี้ยงและลูก ๆ อีก 2 คนก็เดินทางไปพักตากอากาศที่ทะเลเมืองครินตันที่ไม่ไกลจากเมืองโบรอนเท่าไหร่นัก และแน่นอนว่าพวกเขาไม่มีทางให้เซนไปด้วย เหลือแต่ป้าแคทเทอรีนที่ตอนนี้ดูสับสนแต่ก็ยังโทรไปฟ้องแม่เลี้ยง เล่าการเปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มที่กล้าเข้าไปรื้อของในตู้เย็นมาทำกินอย่างอุกอาจ
ก็แค่ของกินไหม? ทำไมจะกินไม่ได้ล่ะ
คนพวกนี้จะพิลึกเกินไปแล้ว
เอาเถอะเซนเองก็รู้ดีว่าถ้าเป็นเจ้าของร่างคนเก่าจะไม่ทำแบบนี้แน่นอน เขาจะรอให้ป้าแคทเทอรีนทำอาหารที่คุณภาพแย่ ๆ มาให้ แล้วก็กินไปอย่างไม่มีปากมีเสียง เอาผมปิดหน้าปิดตาเพราะพี่น้องคู่นั้นสั่งว่าห้ามตัด ห้ามเอาผมขึ้น ต้องใส่แว่นที่ไม่รู้จะใส่ทำไม เขาไม่ได้สายตาสั้นสักหน่อย
หึ มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าเจ้าพวกนี้อิจฉาเซนที่มีใบหน้าที่ดีกว่าพวกเขา
นี่สินะ ความอิจฉาในหมู่พี่น้อง ที่ผ่านมาเซนเป็นลูกคนเดียว แถมยังอยู่แต่กับคุณย่าไม่เคยมีพี่น้องมาก่อน ความรู้สึกที่เจ้าของร่างพบเจอช่างแปลกใหม่จริง ๆ
ตอนแรกเขากะจะไปตัดผมตั้งแต่แรกเลยด้วยซ้ำ แต่แค่นิสัยที่เปลี่ยนไปก็คงทำให้บ้านนี้สงสัยมากแล้ว หากยังเปลี่ยนทรงผมและการแต่งตัวแบบปุ๊บปั๊บ จะไม่ถูกเข้าใจว่าผีเข้าหรอกเหรอ
/ ตอนนี้วิญญาณนายท่านยังไม่ได้รวมกับร่างนี้สมบูรณ์ หากมีปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น โดนไล่โดยวิชาลึกลับอาจจะถูกขับออกจากร่างนี้ได้ นายท่านต้องระวังตัวด้วยนะเนี๊ยว /
ในเมื่อระบบยังว่าแบบนั้น เซนจึงจำใจต้องปล่อยผมด้านหน้าที่ยาวถึงคางนี้ไว้ แล้วยังใส่แว่นหนา ๆ เลนส์ที่ดูใหญ่ ๆ ทั้งที่สายตาก็ปกติ สิ่งเดียวที่เปลี่ยนไปก็คือทัดผมข้างหน้าข้างหูหน่อยแล้วกัน มันรำคาญสายตาจนอดทนไม่ไหวจริง ๆ
“คุณนายคะ คุณนายต้องจัดการนะคะ เดี๋ยวนี้เด็กนั่นมันเหิมเกริมใหญ่แล้ว ปากคอเราะรายมากเลย แถมไม่รู้ว่าทำอาหารเป็นตั้งแต่ตอนไหนนะคะ จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นมาทำอาหารกินเองหมดเลยค่ะ วันนี้ยังใช้เนื้อสันนอกที่คุณนายซื้อมาทำสเต๊กให้คุณหนูเอรินมาทานด้วยค่ะ”
นาตาลีขมวดคิ้วขึ้น ตั้งแต่วันแรกที่ครอบครัวของเธอวางแผนไปพักผ่อนหย่อนใจที่ชายหาดไม่ไกลจากเมืองหลวงของจักรวรรดินัก เธอก็พบว่าป้าแคทเทอรีนโทรมารายงานความเปลี่ยนแปลงของลูกเลี้ยงที่จืดจางของเธอแทบจะวันละ 3 ครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องการพูดจา การกินอยู่ แม้จะแปลกใจอยู่บ้างแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรำคาญที่ต้องได้ยินเรื่องพวกนี้ตลอดเวลาไม่ได้
“ได้บอกเซนไหมว่าเนื้อนี้เป็นเนื้อของเอรินเขา”
“โธ่ คุณนายคะ ป้าต้องบอกอยู่แล้วค่ะ แต่เด็กนั่นไม่ยอมฟังแถมยังหัวเราะใส่อีกต่างหากบอกว่า ‘นี่บ้านของตระกูลดักกลาส ทำไมลูกชายของบ้านที่ใช้ตระกูลดักกลาสจะกินไม่ได้’ ” คนรับใช้ร่างอ้วนโอดครวญ “แถมตอนนี้ยังกล้ามาใช้คอมพิวเตอร์กลางที่ห้องนั่งเล่นชั้น 2 ของคุณชายแอชตัน อีกนะคะไม่รู้เล่นอะไร แต่เล่นทั้งวันทั้งคืนเลยค่ะ ป้าพูดจริง ๆ สาบานได้เลย ป่านนี้ไม่รู้จะไปทำอะไรกับข้อมูลของคุณชายแอชตันไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้”
“เขาได้ทำอะไรอย่างอื่นนอกจากเล่นคอมพิวเตอร์รึเปล่า”
“ป้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เด็กนั่นเล่นทั้งวันทั้งคืนเลย ไม่รู้ใช้อะไรไปบ้าง” ป้าแม่บ้านกระตุกยิ้มที่มุมปาก
ปลายเสียงตอบกลับอย่างขอไปที “งั้นก็ช่างเถอะ กลับไปเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“ค่ะคุณนาย”
เซนที่แอบฟังป้าแคทเทอรีนคุยโทรศัพท์บ้านอยู่อดไม่ได้จะแค่นยิ้มจากด้านหลังบันได ก่อนจะตัดสินใจขึ้นไปด้านบนเพื่อไปใช้คอมพิวเตอร์ที่เป็นของพี่น้องแอชตันกับเอรินหาข้อมูลเกี่ยวกับโลกใบนี้ต่อ
ที่จริงเด็ก 2 คนนี้ต่างคนต่างมีมือถือเป็นของตัวเอง แต่คอมพิวเตอร์เครื่องนี้พิเศษหน่อยเพราะต่อมาด้วยสเปกที่แรงมากแถมยังแพงหูฉี่สุดๆ ของยุค ทำให้พวกเขาหวงขนาดนั้น
แต่เพราะหวงนี่แหละ เซนยิ่งอยากจะเล่น ไหน ๆ ก็ไม่มีคนอยู่บ้านอยู่แล้ว ทำไมจะไม่ทำล่ะ
ในช่วงเวลา 2 วันนี้เขาใช้เวลาอ่านข้อมูล ของดาวดวงนี้ จักรวรรดิต่าง ๆ บ้านเมือง ทุกอย่างอย่างบ้าคลั่ง
ทำให้รู้ว่าดาวที่มีสีน้ำเงินจนแทบจะเป็นแฝดกับโลกนั้นมีส่วนที่เหมือนกันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่เหมือนซะทีเดียว
โดยดาวเคราะห์อความารีนแบ่งออกเป็น 6 ทวีป นั่นคือทวีปทางเหนือ ทางใต้ ทางตะวันตก ทางตะวันออก ทางตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง แต่ละทวีปจะมีประเทศขนาดใหญ่น้อยต่างกันไป แต่ประเทศที่กุมอำนาจการเมืองการปกครองของทวีปนั้น ๆ เราจะเรียกว่าจักรวรรดิ
บ้านของเขานั้นอยู่ในทวีปภาคกลางที่มีความพิเศษมาก กล่าวคือเป็นทวีปที่เพิ่งตั้งใหม่ ในประวัติศาสตร์นั้นเขียนไว้ว่ามีสงครามดวงดาวครั้งใหญ่ ทำให้เกิดความเสียหายไปทุกทวีป จนได้ตั้งทวีปภาคกลางขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์กลางของทุกเชื้อชาติและวัฒนธรรม ทำให้คนที่นี่มีหน้าตาและเชื้อชาติในทุกแบบ ทั้งหน้าแบบยุโรป แบบจีน แบบญี่ปุ่น
กลายเป็นทวีปที่หลากหลายจนไม่อาจแยกได้ว่ามาจากทวีปไหนกันแน่ ซึ่งสิ่งนี้ไม่มีบนโลกมาก่อน แม้บางประเทศจะมีผู้อพยพเยอะ แต่อย่างไรก็ไม่เท่ากับทวีปภาคกลางในดาวดวงนี้อยู่ดี
เพราะแบบนั้นคนที่หน้าตาเป็นลูกครึ่งแบบเซนนั้นมีมาก จนกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเลย ถึงอย่างนั้นบางตระกูลที่ย้ายมาทวีปภาคกลางก็ยังรักษาเชื้อสายเอาไว้อยู่ก็มีเช่นกัน
ตอนแรกเซนก็คิดว่าจะพาตัวเองออกไปสำรวจดาวอความารีนสักหน่อย อยากจะรู้ว่าที่เขาบอกกันว่าหลากเชื้อชาติมันจะขนาดไหน แล้วก็จะได้ถือโอกาสพาเจ้าของร่างไปตรวจสุขภาพเสียเลย ยังไงก็ได้ชื่อว่ากินยามากมายขนาดนั้น ไม่รู้จะมีอะไรตกค้างรึเปล่า
แต่ของแบบนั้นมันต้องใช้เงินนี่น่า พอไม่มีก็ไปไม่ได้
ให้ตายเหอะ เซน นายจะไม่มีเงินสดสักบาท แถมไม่มีแม้แต่เลขบัญชีธนาคารแบบนี้ได้ยังไง
นี่นายยังเป็นทายาทเจ้าของบริษัทรุ่น 2 อยู่จริงรึเปล่า!
เพราะแบบนี้เขาเลยทำได้แค่ทำความรู้จักกับดาวดวงใหม่นี้ผ่านทางคอมพิวเตอร์เท่านั้น
ดาวอความารีนเป็นดาวดวงหนึ่งที่เหมือนโลกราวกับคู่ขนานโดยเฉพาะสีน้ำเงินที่เกิดจากมหาสมุทรกว้างใหญ่จนมองจากภาพในอินเทอร์เน็ตก็แทบจะแยกจากโลกไม่ออก
ในตอนแรกเซนอดคิดไม่ได้ว่าที่นี่อาจจะมีวิทยาการที่ล้ำหน้าโลกอย่างมาก หรือไม่ก็อาจจะมีเวทมนตร์หรือวิชาการต่อสู้ มีซอมบี้ วันสิ้นโลก หรือมอนเตอร์แปลก ๆ แต่ที่ไหนได้ที่อความารีนไม่ได้มีอะไรที่วิเศษกว่าโลกนัก แทบจะเรียกได้ว่าเป็นโลกอีกใบในต่างดาวก็ว่าได้
มีเว็บเสิร์ชเอนจินที่คล้ายๆ กับ Google แต่ที่นี่เรียก Click มีสิ่งคล้ายกับทวิตเตอร์ เอ๊ย X ของอีลอนมัสอย่างมาก แต่ที่นี่คนจะเรียกกันว่า อย่าง Knock Knock และมีแอปพลิเคชัน VDO สั้นๆ เหมือนTiktok อย่าง SEE ที่สำคัญยังมีแหล่งเว็บบอร์ดขนาดใหญ่ที่ลักษณะเหมือนพันธุ์ทิพย์บ้านเราอย่าง Topic อีกด้วย
และแน่นอนเซนก็เปิด Knock Knock และ SEE ของตัวเองแล้วเรียบร้อย โดยเขาเลือกใช้ชื่อจริงภาษาไทยที่ชื่อว่า นรินทร์ ต่อด้วยตัวย่อชื่อเล่น Zayn มาผสมกัน ออกมาเป็นชื่อ NARINZ
ในขณะที่ชายหนุ่มกำลังเพลิดเพลินกับการทำการเรียนรู้โลกดวงใหม่ หน้าจอโฮโลแกรมก็เด้งขึ้นเอง พร้อมกับเสียงเจ้าเหมียวตัวน้อยดังขึ้น ตอนนี้เขาตั้งชื่อให้เจ้าแมวไว้แล้วว่า ‘แคนดี้’ เพราะเจ้าตัวเล็กดูนุ่ม ๆ ฟู ๆ เหมือนขนมนั่นเอง
/ แจ้งเตือนจากระบบ
- ท่านยังไม่เปิดระบบสุ่มอาชีพในดาวอความารีน
- ท่านยังไม่ได้เปิดกล่องของขวัญต้อนรับชาวโลก ระดับเงิน 4 กล่อง
ต้องการดำเนินสุ่มและเปิดกล่องของขวัญเลยหรือไม่เนี๊ยว /
อ้าว เกือบลืมไปเลยว่ายังมีกล่องผู้เล่นมือใหม่ที่ยังไม่ได้เปิด ให้ตายเถอะ พอได้ทำอะไรสักอย่างก็จดจ่อจนลืมเวลาอีกแล้ว
เขาเหลือบตาไปเห็นหน้าจอโฮโลแกรม ก็เห็นค่าสถานะของตัวเองที่ขึ้นเด่นหราอยู่ด้านซ้าย พร้อมกับเจ้าแมวขาวมณีที่นั่งเลียมืออยู่ข้าง ๆ อย่างสบายใจ
[ชื่อ : เซน ดักกลาส (นรินทร์ ตั้งเปี่ยมยุทธ)
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์โลก
อาชีพปัจจุบัน : นักเรียนม.ปลาย]
[สมรรถภาพร่างกาย
พละกำลัง : 2 ความยืดหยุ่น : 3
ความเร็ว : 4 ความทนทาน : 4
จิตใจ : 6 สมอง : 5]
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาได้เห็นค่าสถานะต่าง ๆ นี้ พูดตรง ๆ เซนรู้สึกเหมือนทะลุเข้ามาในเกมมากกว่าจะเป็นในรูหนอนซะอีก
‘งั้นสุ่มเลยแคนดี้ เสียเวลามามากแล้ว’
เซนสั่งในใจ
/ ระบบสุ่มอาชีพเริ่มทำงานแล้วเนี๊ยว เนื่องจากนายท่านมาจากดาวโลก ได้สิทธิ์การสุ่ม 3 ครั้ง ต้องการเริ่มต้นเลยหรือไม่ /
‘จัดมาเลย’
พลันค่าสถานะที่หน้าจอก็หายไปปรากฏตัวอักษรมากมายขึ้นมาแทน ที่แม้จะดูแปลกตาจากภาษาที่ไม่คุ้นเคยในตอนแรก แต่ตอนนี้เขากลับอ่านและพูดได้อย่างน่าประหลาด อย่างน้อยหลังจากการค้นคว้ามาแล้วนอกจากที่จักรวรรดิที่ถือว่าเป็นทวีปกลางของดาวที่เขาอยู่แล้ว ยังมีทวีปทางใต้ที่ภาษาเหมือนภาษาอังกฤษ ทวีปทางเหนือที่ใช้ภาษาจีน
ปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ ว่าเขาโล่งใจอยู่มาก ตอนแรกนึกว่าจะไม่มีภาษาที่ชายหนุ่มรู้จักอยู่แล้วซะอีก พอค้นพบแบบนี้ก็เหมือนกับว่าเซนยังไม่ได้โดดเดี่ยวมากเกินไปนัก
ในช่วง 2 วันที่ผ่านมานี้ชายหนุ่มเลยได้โอกาสเปิดเพลงภาษาอังกฤษฟังยาว ๆ ไป แม้จะทำให้ป้าแคทเทอรีนเก็บไปรายงานแม่เลี้ยงของเขาก็ตาม
สิ่งหนึ่งที่เขาค้นพบว่ามันแปลกมากก็คือ เพลงบางเพลงที่ดังมาก ๆ ที่โลกหลายเพลงกลับเป็นเพลงเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ดังอะไรในดาวแห่งนี้ก็มี บางเพลงที่มีในโลก แต่กลับไม่ได้มีในดาวอความารีนไปเสียอย่างนั้น บางเพลงเป็นของนักร้องชื่อดังของโลกแท้ ๆ แต่ตอนนี้กลับร้องด้วยนักร้องที่เขาไม่รู้จัก
ที่ดาวอความารีนแห่งนี้มีนักร้องหน้าตาใหม่ ๆ ละลานตามาก ทั้งเพลงยังมีให้เลือกฟังหลากหลาย แนวเพลงใดที่โลกมีที่นี่ก็มีเหมือนกัน ทั้ง พอป ร็อก ฮิปฮอป แรป อาร์แอนด์บี ฯลฯ
/ สุ่มครั้งที่ 1 ได้รับอาชีพ เกษตรกรรม Rank H อัตลักษณ์พิเศษ เพิ่มผลผลิต 5 % /
/ ต้องการเริ่มต้นอาชีพนี้หรือไม่เนี๊ยว /
‘เกษตรกรงั้นเหรอ ทำไมชีวิตเราจะต้องข้ามรูหนอนมาเจอความยากลำบากขนาดนั้นล่ะ ข้ามไปเลยแคนดี้’
เขาโบกมือในอากาศปฏิเสธอย่างจริงจัง ถึงจะเคยอ่านนิยายแนวย้อนกลับไปทำไร่ทำฟาร์มในยุค 70-80 อยู่บ้าง หรือจะแนววันสิ้นโลกก็มีมากมาย ถึงอย่างนั้นก็เหอะไม่ใช่ว่าเขาข้ามมาดาวที่อาหารอุดมสมบูรณ์แถมความเจริญยังพอ ๆ กับโลกหรอกเหรอ ถ้าไม่ต้องลำบากได้ใครจะเลือกหนทางยาก ๆ ให้ตัวเองกันล่ะ
‘เดี๋ยว ๆ นะแคนดี้ ถ้าเกิดเราสุ่มใหม่แล้วมันแย่กว่าอันนี้แล้วเราสามารถกลับมาเลือกอันแรกได้ไหม’
/ ไม่ได้เนี๊ยว ถ้าปฏิเสธอาชีพใดไปแล้ว จะไม่สามารถกลับมาเลือกอาชีพนั้นได้อีก นายท่านต้องคิดให้รอบคอบก่อนจะเลือกปฏิเสธแล้วสุ่มใหม่นะเนี๊ยว /
‘ขอถามอีกคำถาม อาชีพมีกี่Rank แล้ว Rank H นี่มันต่ำสุดเลยรึเปล่า’
สิ่งนี้ก็นับเป็นอีกสิ่งที่แปลกมาก ตามที่ชายหนุ่มหาข้อมูลแล้ว ชาวอความารีนใช้ชีวิตเหมือนโลกราวกับแกะ เพราะฉะนั้นเป็นไปไม่ได้เลยจะมีระบบการจัดอาชีพเป็น Rank แบบนี้ เดาว่าสิ่งนี้อาจจะเป็นสิ่งพิเศษที่มีเฉพาะระบบของเขาก็ได้
/ ระบบนี้เป็นระบบอาชีพ ที่จะทำให้นายท่านเป็นได้ทุกอาชีพในจักรวาลเนี๊ยว /
มันยกอุ้งเท้าขึ้นเลียก่อนจะค่อยๆ อธิบายต่อ
/ ในอาชีพหนึ่งสามารถมีได้หลาย Rank เช่น เกษตรกรรม Rank H หรือ เกษตรกรรม rank A ทั้งนี้ Rank J ต่ำสุด สูงสุดคือ Rank SSS แต่ค่าการจัดระดับนี้จะปรากฏให้เห็นเพียงคนที่มีระบบกาแล็กซีแห่งชีวิตเท่านั้นเนี๊ยว มนุษย์ชาวอความารีนทั่วไปจะไม่เห็นการจัดอันดับนี้ /
อย่างที่คิดจริง ๆ แต่ถ้าต่ำสุดคือ Rank J งั้น Rank H ที่เหนือ J มา 2 อันดับก็โคตรจะกากเลยสิ
/ต้องการสุ่มอาชีพเพิ่มหรือไม่เนี๊ยว /
เขาละทิ้งอาชีพเกษตรกรรมอย่างไม่ต้องคิด ‘ต้องการสิ สุ่มเลย!’
/ สุ่มครั้งที่ 2 ได้รับอาชีพ ไอดอล Rank A อัตลักษณ์พิเศษ ไซเรนแรป (ชำนาญการร้องเพลง และการร้องแรป /
ไอดอลเหรอ ถามจริง
เซนนิ่งไปนิด ก่อนคิดใคร่ครวญถึงน้ำเสียงของเขาในโลกก่อน ถ้าพูดตรง ๆ ก็ไม่ได้แย่นัก พอให้ร้องคาราโอเกะได้ไม่เขินเพื่อนร่วมงาน แต่เรื่องการเรียนร้องเพลง การเต้น นี่เขาไม่เคยผ่านมาเลย มากสุดก็คือเล่นกีตาร์ได้ เอาไว้รอบกองไฟร้องเพลงเล่นกับเพื่อน แต่ถ้าคอร์ดยาก ๆ เพลงเทพ ๆ ก็เล่นไม่ได้แล้ว
ส่วนเรื่องเต้น ถ้าโยก ๆ กระโดดในคอนเสิร์ตนี่นับว่าเป็นการเต้นไหมล่ะ นี่แคนดี้จะให้วิศวกรวัย 29 ไปเรียนร้องเรียนเต้นให้สาว ๆ ดูนี่นะ
แค่คิดก็ปวดหลังแล้ว
แต่ว่านี่เป็นระบบที่จะทำให้เขาสามารถทำได้ทุกอาชีพนี่น่า แสดงว่าระบบนี้มันก็ต้องมีวิธีของมันที่จะทำให้เขาเป็นไอดอลได้ใช่ไหม
เซนต้องยอมรับว่าคำว่า ‘Rank A’ มันเย้ายวนใจมากจริง ๆ
/ ต้องการเริ่มต้นอาชีพนี้หรือไม่เนี๊ยว /
เขานิ่งคิดพร้อมกับเคาะนิ้วที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยที่สุดของบ้านตระกูลดักกลาสช้า ๆ Rank A ถือว่าสูงมาก แต่ก็ไม่ใช่ลำดับที่สูงสุด ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีอะไรจะการันตีว่าสุ่มในรอบสุดท้ายเขาจะได้อาชีพที่ดีกว่าการเป็นไอดอลแล้ว ดูได้จากการสุ่มได้อาชีพเกษตรกรในครั้งแรก ก็พอจะรู้ว่าคนโชคไม่ดีอย่างเขานั้น สุ่มยังไงก็ได้เกลือ
‘เฮ้อ แคนดี้ถามอีกนิด ฉันสามารถเปลี่ยนอาชีพในอนาคตได้ไหม’
เจ้าแมวขาวผงกหัวน้อย ๆ
/ เมื่อนายท่านทำภารกิจจากทางระบบสำเร็จ นายท่านจะได้รับรางวัลตามแต่ระบบจะสุ่มให้ เช่น แต้มทักษะ หรือโอกาสสุ่มลอตเตอรี่ รวมไปถึงกล่องรางวัลระดับต่าง ๆ ด้วย นอกจากจะสุ่มได้แต้มทักษะ วิชา ตำรา ไอเทม ยังอาจจะสามารถสุ่มอาชีพออกมาได้ด้วย รวมถึงหากนายท่านมีโชคจริง ๆ อาจจะค้นพบอาชีพเสริมจากดาวดวงนี้เพิ่มอีกอาชีพก็ย่อมเป็นไปได้ทั้งนั้นเนี๊ยว/
เอ่อ ขอโทษนะ สุ่มเก่งขนาดนี้ นี่ระบบที่เกี่ยวกับอาชีพหรือเป็นระบบกาชากันแน่
/ แต่ว่าการหมุนลอตเตอรี่รอบนี้เป็นการสุ่มของระบบอาชีพโดยตรง ยิ่งอาชีพ Rank สูงเท่าไหร่ โอกาสเปิดเจอยิ่งยากเท่านั้น ส่วนมากแล้ว คนก็จะสุ่มได้ Rank ต่ำ ๆ กันทั้งนั้น ถ้านายท่านทิ้ง Rank A ไปแล้ว ก็ยากที่จะสุ่มได้อาชีพใน Rank สูง ๆ อีกรอบนะเนี๊ยว เจ้านายต้องคิดให้ดีก่อนเปลี่ยนใจนะ/
เซนนั่งครุ่นคิดว่าควรจะสุ่มอาชีพต่อไป เพื่อลุ้นอาชีพสุดท้าย หรือว่าก็เอาอาชีพไอดอลดี ยังไงตอนนี้อยู่ในร่างเด็ก 17-18 ก็คงจะไม่ปวดหลังมากเท่าไหร่
เฮ้อ คิดหนักจริง ๆ ปกติโชคก็ไม่มี แล้วดูสิ สถานะในระบบก็ไม่มีค่าโชคเลยด้วย คนแบบเราอะเนอะ ข้ามรูหนอนมาก็ยังจะต้องใช้ชีวิตแบบอับโชคอีกเหรอเนี่ย
เซนมองดูผลการสุ่ม 2 ครั้งที่ครั้งหนึ่งได้ Rank H และครั้งล่าสุดคือ Rank A แล้วล่ะก็ลอบตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
‘โอเคเลย งั้นฉันจะเลือกอาชีพ ไอดอล Rank A แล้วกัน’
/ เริ่มอาชีพไอดอล Rank A กรุณายืนยัน /
‘ยืนยัน’
พลันหน้าจอโฮโลแกรมที่ขึ้นค่าสถานะร่างกายก็เพิ่มส่วนด้านล่างขึ้นมาใหม่
[ชื่อ : เซน ดักกลาส (นรินทร์ ตั้งเปี่ยมยุทธ)
เผ่าพันธุ์ : มนุษย์โลก อายุ 17
สูง : 175 cm น้ำหนัก : 51 kg
อาชีพปัจจุบัน : นักเรียนม.ปลาย , ไอดอลฝึกหัด]
[สมรรถภาพร่างกาย
พละกำลัง : 3 ความยืดหยุ่น : 7
ความเร็ว : 6 ความทนทาน : 4
จิตใจ : 9 สมอง : 9
โชค : 5]
[สถานะอาชีพพิเศษ : ไอดอล Rank A อัตลักษณ์ ไซเรนแรป
หน้าตา : 15 เสน่ห์ : 13
Performance : 5 การร้อง : 10
การแรป : 17 การเต้น : 4
ดนตรี : 5]
โอ้ ค่าสถานะของ Rank A นอกจากสถานะอาชีพที่สูงแล้ว ค่าสมรรถภาพร่างกายก็จะเพิ่มจากเดิมด้วย เขาจำได้ว่าค่าจิตใจตอนแรกเขาได้ 6 เท่านั้น ตอนนี้เป็น 9 แล้ว โดยเฉพาะสมอง นี่ขึ้นมาเป็น 9 จาก 5
ที่สำคัญ ค่าโชคที่จากไม่มีก็กลายเป็นมีขึ้นมาแล้ว น้ำตาจะไหล
การเลือกอาชีพนี่มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ธรรมดาจริงๆ
ถึงอย่างนั้นเมื่อคิดว่าต่อไปในโลกใบนี้ เขาจะต้องมีอาชีพเป็นไอดอลก็รู้สึกแปลก ๆ นิดหน่อย ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเซนเติบโตมากับการเรียนหนังสือ สอบ เรียน แล้วก็ทำงาน เป็นมนุษย์ที่เบสิกมาก ๆ จนบางทีก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าถ้าต้องใช้ชีวิตแบบมีสีสันในวงการบันเทิงจะเป็นยังไง
ตอนแรกยังคิดแค่ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นหน้าตาดี เลยแซวว่าควรไปเป็นดาราสักหน่อย
ที่ไหนได้ อาจจะเป็นเพราะหน้าตาเป็นทรัพย์แบบนี้ถึงได้มีโอกาสสุ่มอาชีพเป็นไอดอลรึเปล่าหว่า
เฮ้อ แค่ข้ามรูหนอนมาในโลกที่ไม่รู้จักก็ปวดหลังพออยู่แล้ว นี่ยังถูกสุ่มให้ทำอาชีพที่ไม่เคยคิดไม่เคยฝันจะได้ทำเลยสักนิดอย่างการเป็นไอดอลอีก
ระบบกาแล็กซี พี่คิดดีแล้วจริง ๆ เหรอที่ให้วิศวกรท่านหนึ่งไปเป็นไอดอลน่ะ
ชีวิ้ตตต