โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พ่อเมาสติแตก ใช้เคียวฟันลูกชายดับ ต่อหน้าหลาน 5 ขวบ ยืนยันไม่มีใครห้ามกินกุ้ง

มุมข่าว

เผยแพร่ 01 ม.ค. 2568 เวลา 10.17 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
พ่อเมาสติแตก ใช้เคียวฟันลูกชายดับ ต่อหน้าหลาน 5 ขวบ ยืนยันไม่มีใครห้ามกินกุ้ง

จากกรณี พ่อเมาสติหลุดคว้าเคียวฟันลูกชายตัวเองดับที่ จ.กระบี่ ล่าสุดที่วัดโคกเคี่ยม หมู่ 2 ต.ห้วยยูง สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพนายเฉลิมพล ผู้เสียชีวิต โดยไปพบกับ น.ส.ธิดารัตน์ อายุ 29 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต ซึ่งยังอยู่ในอาการโศกเศร้า จากการสูญเสียคนรักในคืนเคานต์ดาวน์ โดยญาตินำร่างของนายเฉลิมพลมาทำพิธีรดน้ำศพ ท่ามกลางความสุขเศร้าของบรรดาญาติ และเพื่อนบ้าน ซึ่งทางญาติกำหนดจะทำพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 6 ม.ค.นี้

น.สซ.ธิดารัตน์ เล่านาทีสามีถูกพ่อผัวฟันว่า ตนกับสามีแต่งงานอยู่กินกันมา 13 ปี มีลูกชายด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 8 ปี คนเล็กอายุ 5 ปี ช่วงก่อนเกิดเหตุสามีรวมทั้งตนเองลูกอีก 2 คน แม่ยายและญาติๆ กำลังทำอาหารกินกันอย่างสนุกสนานในคืนส่งท้ายปีเก่า จังหวะนั้นพ่อก็มาร่วมวงในสภาพเมา ลูกชายตนวัย 8 ขวบ ก็พูดกับพ่อว่า ถ้าปู่เมาก็กลับไปนอน เพียงแค่นั้นปู่ก็โมโหฉุนเฉียวขึ้นมาทันที

จากนั้นก็คว้าแก้วเหล้าขว้างใส่หลานตัวเอง สามีตนเห็นเข้าก็พูดว่าทำแบบนั้นทำไม ถ้าทำนิสัยแบบนี้ก็กลับบ้านไปเถอะ ฝ่ายพ่อก็พูดว่าจะเอาเหรอ สามีตนก็โมโหขึ้นมาเหมือนกัน เพราะปกตินิสัยเป็นคนปากร้าย แต่ใจดี สามีก็พูดไปว่าก็เข้ามา แต่ตัวสามีก็ไม่ได้จะวิ่งเข้าไปทำร้ายพ่อแต่อย่างใด แต่พ่อก็คว้ามีดเคียวขึ้นมาฟันใส่สามีโดยไม่ได้ตั้งตัว หลังถูกฟัน สามียังวิ่งเข้ามาหาตนบอกว่า รักตน ดูแลลูกด้วยนะ จากนั้นทุกคนต่างตกใจก็รีบพาสามีขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลตลอด ทางสามีจับมือแน่นตนก็บอกให้สู้ แต่สุดท้ายก็สิ้นใจไป

ส่วนเรื่องกุ้งวันเกิดเหตุ ตนก็เป็นคนทำให้พ่อกิน ไม่มีใครห้ามพ่อไม่ให้กิน จึงไม่เข้าใจว่าพ่อพูดไปแบบนั้นได้อย่างไร หรือพูดไปเพราะความเมา ซึ่งปกติพ่อจะเป็นคนดื่มเหล้าเมาแบบนี้ทุกวัน หากพูดถึงพ่อได้ก็อยากถามว่าความรู้สึกพ่อที่ทำไปตอนนั้นต่อหน้าหลานๆ พ่อเคยคิดบ้างไหมว่า หากลูกตัวเองเป็นอะไรไปหลานๆ จะอยู่กันอย่างไร แล้วคนที่พ่อทำมันเป็นลูกพ่อหรือเปล่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...