โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปรับเกณฑ์จ่ายประกันรถยนต์ เลือกได้ “รายวัน/รายเดือน/รายไตรมาส”

Businesstoday

เผยแพร่ 27 เม.ย. 2563 เวลา 08.07 น. • Businesstoday

คปภ.ช่วยคนมีรถยนต์ในสถานการณ์โควิด-19 ออกเกณฑ์ประกันภัยรถยนต์แบบใหม่ มีทั้งแบบจ่ายเบี้ยประกัน "รายวัน/รายเดือน/รายไตรมาส"

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า ตามที่มีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) อย่างต่อเนื่อง  เพื่อบรรเทาภาระความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ สำนักงาน คปภ. จึงได้ออกมาตรการด้านประกันภัยเพื่อข่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ

คปภ.ในฐานะนายทะเบียนได้ลงนามในคำสั่งนายทะเบียนที่ 31/2563 เรื่อง ให้ใช้แบบ ข้อความกรมธรรม์ประกันภัย และพิกัดอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์แบบรายวัน รายเดือน รายไตรมาส หรือระยะยาวฯ เพื่อผ่อนผันเงื่อนไขและอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์

ทั้งนี้ อนุญาตให้บริษัทประกันภัยคิดอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นแบบรายวัน รายเดือน หรือรายไตรมาส และใช้อัตราเบี้ยประกันภัยระยะสั้น รวมทั้งกำหนดทางเลือกให้บริษัทประกันภัยคิดเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ยรายวันได้ ซึ่งจะเป็นการแบ่งเบาภาระและเพิ่มทางเลือกให้กับผู้เอาประกันภัยที่จะสามารถทำกรมธรรม์ประกันภัยให้สอดคล้องกับการใช้รถ โดยผู้เอาประกันภัยอาจตกลงกับบริษัทประกันภัยจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะสั้น ปรับเปลี่ยนกรมธรรม์ประกันภัยให้เหมาะสม กับความเสี่ยงภัย และเลือกชำระเบี้ยประกันภัยตามความสามารถ รวมถึงเลือกความคุ้มครองตามระยะเวลาที่ต้องการ

นอกจากนี้ บริษัทอาจออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะยาวให้แก่ผู้เอาประกันภัย โดยกรมธรรม์ประกันภัยมีระยะเวลาเอาประกันภัยเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี และใช้เบี้ยประกันภัยพื้นฐานเดียวกัน ตลอดระยะเวลาคุ้มครอง  โดยปีที่ 2 และปีที่ 3 ใช้เบี้ยพื้นฐาน 95% และ 85% ของปีที่ 1 ตามลำดับ

เชื่อว่าจะสามารถตอบโจทย์ของผู้เอาประกันภัยที่ต้องการจัดทำกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ระยะยาวได้ รวมถึงบริษัทอาจออกกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามพระราช บัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถฯ ที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี โดยให้ใช้อัตราเบี้ยประกันภัยแบบเฉลี่ย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยไม่เพิ่มขึ้นตลอดระยะเวลาเอาประกัน ทั้งนี้คำสั่งนี้ให้มีผลบังคับใช้สำหรับการทำสัญญาประกันภัยกับบริษัทตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2563 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

นอกจากนี้ นายทะเบียนยังได้ออกคำสั่งนายทะเบียนที่ 30/2563 เรื่อง การระงับความคุ้มครองชั่วคราวตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ โดยไม่เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม   เพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)

ช่วยธุรกิจนำเที่ยว-มัคคุเทศน์ประกันภัยอุบัติเหตุ

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจ นำเที่ยวและมัคคุเทศก์ได้จัดทำกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ไว้กับ บริษัทประกันภัย แต่มีเหตุจำเป็นต้องหยุดประกอบธุรกิจเป็นการชั่วคราว อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ผู้ประกอบธุกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ สามารถขอระงับความคุ้มครองชั่วคราวตามกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเดินทางสำหรับธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ระหว่างหยุดประกอบธุรกิจได้ไม่เกินวันที่ 30 มิถุนายน 2563

ทั้งนี้ ให้บริษัทเปลี่ยนแปลงวันสิ้นสุดความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยขยายระยะเวลาสิ้นสุดกรมธรรม์ออกไปตามระยะเวลาที่มีการระงับความคุ้มครอง โดยกำหนดให้ไม่เรียกเก็บเบี้ยประกันภัยเพิ่มเติม ซึ่งคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2563 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563

“สำนักงาน คปภ. มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) เป็นอย่างยิ่ง จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือด้านประกันภัยอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะมาตรการผ่อนผันเงื่อนไขและอัตราเบี้ยประกันภัยของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่คิดอัตราเบี้ยประกันภัยเป็นแบบรายวัน รายเดือน หรือรายไตรมาส ซึ่งถือเป็นมิติใหม่ของการรับประกันภัยรถยนต์ และเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชนในการทำประกันภัยให้มีความเหมาะสมและสอดคล้องกับการใช้รถในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...