โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

13 ภูมิปัญญาไทยโบราณ ที่ใช้จัดการปูนาอย่างได้ผล

รักบ้านเกิด

อัพเดต 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.20 น. • เผยแพร่ 18 ส.ค. 2563 เวลา 09.20 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ปูนา เป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำที่อาศัยหากินอยู่ตามท้องไร่ท้องนาและแหล่งน้ำทั่วไปมาตั้งแต่บรรพกาล โดยมีอาหารเป็นพืชและสัตว์น้ำทั่วไป ขยายเผ่าพันธุ์ได้ดีปีละครั้งในช่วงฤดูฝน (ก.พ.-ก.ค.) ชอบออกหากินเวลากลางคืน ไม่ชอบสภาพอากาศร้อน เป็นสัตว์ที่มีการวิจัยแล้วพบว่ามีสารไคตินสูงกว่าสัตว์เปลือก/กระดองอื่นๆ จึงเหมาะต่อการนำไปทำเป็นไคโตซานบำรุงพืช รวมถึงยังถูกจัดเป็นเครื่องปรุงยอดนิยมในเมนูที่คนไทยโปรดปรานอย่างส้มตำปูอีกด้วย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่เราจะกล่าวถึงในครั้งนี้ เพราะเราจะมาหาวิธีจัดการกับปูนาที่อาศัยหากินอยู่ในนาข้าวอันอุดมสมบูรณ์ จนสร้างความเสียหายที่ส่งผลกระทบต่อผลผลิตของชาวนาต่างหาก

Hilight-Kaset/29_1_5949_1.jpg

ปูนาศัตรูข้าวในระยะ 7- 14 วัน ที่นำมาทำประโยชน์เป็นปูดองใส่ส้มตำ,น้ำปู๋และไคโตซานบำรุงพืชได้ดี

ปูนาจะโปรดปรานต้นข้าวอ่อนๆ อวบๆ ระยะต้นกล้า ช่วง 7-14 วันแรก ในข้าวนาดำมากกว่านาหว่านหรือข้าวไว้ตอซัง ซึ่งปูนาจะสร้างความเสียหายให้เกิดมีกับต้นข้าวด้วยการใช้ก้ามจับ(ตัด)ต้นข้าวมากัดกิน ทำให้ต้นข้าวขาดจนถึงตายก่อนที่จะตั้งต้นและแตกกอ ดังจะเห็นการทำลายได้ชัดเจนจากต้นข้าวที่แหว่งวิ่นเป็นหย่อม ๆ กว้างประมาณ 2-3 ตารางเมตร ซึ่งปูนาวัยเด็กจะกัดกินข้าวเสียหายได้มากกว่าวัยผู้ใหญ่ และถึงแม้ว่าปูนานั้นจะไม่ได้ทำความเสียหายให้ข้าวถึงขั้นร้ายแรงเหมือนเช่น หอยเชอรี่ หนู โรค หรือ แมลงอื่นๆ มากนัก แต่ด้วยอุปนิสัยที่ไม่น่ารักของความเป็นนักขุดรูมือฉมังจากกล้ามอันแข็งแรงนี่เอง ที่ทำให้ชาวนาผู้ปราชญ์เปรื่องต้องมานั่งกุมขมับ ตามอุดรูกันไม่ทัน เพราะคันนาโดนปูนาขุดเจาะจนเก็บน้ำไม่อยู่ นอกจากนี้ปูนายังออกอาการหิวแล้วระรานกัดกินต้นข้าวแบบทิ้งๆ ขว้างอีกด้วย การเข้าทำลายข้าวของปูนาจึงไม่เหมือนหอยเชอรี่ที่จะกัดกินทุกต้นที่เข้าทำลาย ดังนั้น ถ้ามีการระบาดของปูนามากเกินไปก็จะส่งผลกระทบต่อผลผลิตข้าวและแรงงานที่ต้องเสียไปได้เช่นกัน
ทั้งนี้ หากสืบย้อนความไปในสมัยที่คนไทยยังเดินเท้า และมีควายเป็นรถไถบนวิถีชีวิตที่ผูกพันอยู่กับการทำนา เอาหลังสู้ฟ้า จนมาถึงวันที่ชาวนาเอาหน้าสู้กล้องก็เป็นเวลายาวนานหลายทศวรรษ ชาวนาได้ผจญกับปูนามานานนม จนสั่งสมประสบการณ์อันเป็นภูมิปัญญาแต่ดั้งแต่เดิมที่ใช้จัดการกับปูนาไว้หลากวิธี เท่าที่รวบรวมมาได้ ณ เวลานี้ ก็ล้วนแต่เป็นวิธีการที่ใช้แล้วได้ผลดี โดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมีให้ป่วยกาย ทั้งยังสามารถเก็บปูนาที่ดักจับได้ไปแปรรูปขายสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้ด้วย 13 ภูมิปัญญาไทยโบราณ ที่ใช้จัดการปูนาอย่างได้ผล
 

Hilight-Kaset/29_2_6797_2.jpg

การถอนกล้าข้าวเตรียมปักดำ

 

13 ภูมิปัญญาไทยโบราณ ที่ใช้จัดการปูนาอย่างได้ผล

1. หัวมันสำปะหลัง : มันสำปะหลังขึ้นชื่อว่ามีกรดไฮโดรไซยานิกที่เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตอยู่แล้วตามธรรมชาติ โดยเฉพาะมันสำปะหลังทุกสายพันธุ์ ที่ปลูกเพื่อการเลี้ยงสัตว์ในปัจจุบัน หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่ามันโรงงาน(ไม่ใช่มัน 5 นาทีที่นำมาแปรรูปเป็นอาหาร คาวหวาน ในครัวเรือน) ยิ่งหัวมันสำปะหลังมีความแก่จัดมากเท่าไหร่ สารพิษที่สะสมไว้ตามธรรมชาติยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น งานนี้จึงขอแนะนำให้ใช้มันสำปะหลังพันธุ์สำหรับการเลี้ยงสัตว์ เช่น พันธุ์ระยอง 1 ที่แก่จัดอายุ ประมาณ 10-12 เดือน สับเป็นชิ้นบาง ๆ ตามขวางของหัวมันแล้วนำไปหว่านในนาข้าวให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้แบบนั้นแล้วปูนาจะเข้าไปกัดกินหัวมันแทนการกัดกินต้นข้าว สารพิษที่มีอยู่ในหัวมันดังกล่าวจะทำให้ปูนาตายลง
ภูมิปัญญาจาก : คุณสน แตงกำเนิด บ้านเลขที่ 199 หมู่ 6 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก
2. ข้าวสุก : วิธีนี้เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่ชาวจันทบุรีใช้จัดการกับปูนาในยุคสมัยที่ทุ่งรวงทองได้รับความนิยมมากกว่าสวนเงินไร่ทองอย่างในปัจจุบัน โดยมีการนำข้าวสุก 1 กก. + หัวมันสำปะหลังสดบด(คุณสมบัติตามข้อ 1 ) 1 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน หว่านให้ทั่วแปลงนา ในอัตราครึ่งกิโลกรัมต่อพื้นที่ 10 ตารางเมตร หรือ ตามจุดน้ำลึก(ปูนาชอบอยู่) หรือ จุดที่มีปูนาชุกชุมให้ทั่ว แล้วจะพบปูนาตายจากพิษที่อยู่ในมันสำปะหลังและมีอาการท้องอืดจากข้าวสุก
ภูมิปัญญาจาก : คุณเดือน บุญเกต ต.ปัถวี อ.มะขาม จ. จันทบุรี
3. สะเดา : ส่วนต่างๆ ของต้นสะเดามีสารประกอบมากมายที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิตอื่น ไม่ว่าจะเป็นแมลงหรือสัตว์เล็ก การนำไปใช้กำจัดปูนา จะส่งผลทำให้ก้ามปูหลุด จับกินต้นข้าวไม่ได้
วิธีที่ 1ให้ใช้กิ่งสะเดาสด ตัดเป็นท่อน ยาวประมาณ 2-4 นิ้ว แล้วทุบพอแตก หว่านลงในแปลงนาที่มีน้ำลึกไม่เกินฝ่ามือ ให้มีความห่างกันประมาณ 2-3 เมตร
วิธีที่ 2ตัดใบสะเดามาสดๆ ไปวางไว้ในน้ำหรือตรงบริเวณที่มีปูนาอยู่ชุกชุม ให้ครอบคลุมพื้นที่นาข้าวเกือบทั้งหมด จะสามารถไล่ปูนาไม่ให้เข้ามาบริเวณนาข้าวได้ และไม่เป็นอันตรายต่อต้นข้าวในนาอีกด้วย
หมายเหตุ : หากปล่อยใบสะเดาทิ้งไว้ในนาข้าวจนหมดสภาพ หรือปล่อยให้แห้งและเปื่อยไป จะทำให้เกิดการตกตะกอนกลายเป็นปุ๋ยบำรุงต้นข้าวได้ต่อไป
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญช่วย วงษ์ษา จ.สระบุรี
 

Hilight-Kaset/29_3_ปูนา 2.jpg

ปูนาเข้ากัดกินต้นข้าวในระยะ 7-14 วันหลังงอกหรือปักดำ

4.ปูนแดง : ใช้ปูนแดง 5 กก. + น้ำ 5 ลิตร ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปราดในพื้นที่นาที่มีปูนาระบาด ในอัตรา 5 ลิตรต่อพื้นที่นา 1 ไร่ (ใช้ได้ผลดีในนาที่มีน้ำไม่มาก) ฤทธิ์ของปูนแดงจะไปกัดกร่อนส่วนที่เป็นเนื้อเยื่ออ่อน
ของปูนาทำให้เกิดการระคายเคืองและหนีออกจากนาไปหรือตายในที่สุด
ภูมิปัญญาจาก : คุณนภดล น้อยใหม่ หมอดินอาสาตำบลหัวถนน หมู่ 4 ต.หัวถนน อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
5. ลูกตาลสุก : ขุดหลุมตามท้องนา หรือ มุมใดมุมหนึ่งของท้องนา ลึก 1 ฟุต กว้าง 2 ฟุต ไร่ละ 1-2 หลุม จากนั้นนำลูกตาลสุกมาทุบให้พอแหลก แล้วนำไปใส่ในหลุม เมื่อปูได้กลิ่นหอมจากผลตาล จะลงไปกัดกินจำนวนมาก ทำให้เกษตรกรจับปูนาไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ
หมายเหตุ :
- หากสามารถหาปี๊บได้ ให้ขุดหลุมฝังปี๊บลงไป ก็จะเป็นการป้องกันไม่ให้ปูนาขุดหลุมหนีได้ง่าย
- หากมีไซดักปลาให้เปลี่ยนเป็นการวางไซดักปลาที่ใส่ลูกตาลสุก(ทุบ) 1-2 ลูก ก่อนนำไปวางไว้ตามจุดต่างๆ
- สำหรับวิธีนี้เหมาะต่อการใช้ในช่วงปักดำใหม่ๆ
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญรอง ปิยวรรณหงส์ ประธานกลุ่มข้าวก่ำพะเยา ต.หงส์หิน อ.จุน จ.พะเยา
6. เมล็ดมะขาม :วิธีนี้ชาวเมืองชาละวันใช้กำจัดปูนาแล้วได้ผลดีตามแบบฉบับของตนเอง ด้วยการนำเมล็ดมะขามไปโรยตามทางน้ำไหล เมื่อปูนามากินเมล็ดมะขามปูนาก็จะตาย
ภูมิปัญญาจาก : คุณสอน โพธิ์อยู่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว อ.เมือง จ.พิจิตร
7. ถั่วเขียวคั่วเกลือ :ใช้เมล็ดถั่วเขียว 1 กก.+ เกลือป่น 4 ขีด(ประมาณ 5 ถุงเล็ก ) นำส่วนผสมทั้ง 2 อย่างคั่วในกะทะด้วยไฟอ่อนๆ แล้วพักไว้ให้เย็น จากนั้นนำไปหว่านให้ทั่วแปลงนาที่มีปูเข้ามาทำลาย เมื่อปูเข้ามากินเมล็ดถั่วเขียวคั่วเกลือ ก็จะทำให้ท้องอืดและพุงแตกตายไปเอง โดยวิธีการนี้ใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ซึ่งปัจจุบันเทคนิคภูมิปัญญานี้ เริ่มไม่มีใครรู้จักแล้ว
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ เจ้าของข้าวหอมพันธุ์แม่พญาทองดำ เกษตรกรหมู่ 2 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี
 

Hilight-Kaset/29_4_33467_1.jpg

ข้าวนาดำ

8. มะละกอ : นำมะละกอดิบ มาทำสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหว่านในแปลงนาที่มีปัญหาปูนารบกวน ประมาณ 15-20 นาที หลังหว่านปูนาจะเข้ามากัดกินมะละกอเป็นจำนวนมาก ให้เกษตรกรนำอุปกรณ์มาช้อนจับปูนาออกจากแปลงนาได้ทันที ซึ่งวิธีนี้ใช้กันมาตั้งแต่โบราณแล้วเช่นกัน
ภูมิปัญญาจาก : คุณสมเจตน์ แก้วแกมกาญจน์ เจ้าของข้าวหอมพันธุ์แม่พญาทองดำ เกษตรกรหมู่ 2 ต.วังแซ้ม อ.มะขาม จ.จันทบุรี
9. กะปิ : ใช้กะปิ 1 ช้อนแกง ใส่ลงในปี๊ป แล้วนำปี๊บไปวางฝังไว้ตามมุมนาข้าว(ขุดหลุมฝังปี๊บให้เสมอกับพื้นนา ระวังอย่าให้น้ำท่วมเข้าในปี๊บ) ปูนาจะตามกลิ่นกะปิลงไปในปี๊บ ซึ่งเมื่อปูนาลงไปในปี๊บแล้วจะไม่สามารถไต่กลับขึ้นมาได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถกำจัดปูในนาข้าวได้อย่างง่ายดาย โดยไม่ต้องใช้สารเคมี
ภูมิปัญญาจาก : คุณรวง เพ็งเพชร ประธานวิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ข้าวชุมชน ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
10. ทองกวาว(กวาว,จอมทอง,ก๋าว,ทองตัน,ทองธรรมชาติ) : ให้ใช้ดอกทองกวาววางไว้รอบๆ รูปูและบริเวณที่ปูนาชุกชุม จะเป็นการขับไล่ปูนาไม่ให้เข้ามาทำลายนาข้าวได้โดยไม่ต้องฆ่า
ภูมิปัญญาจาก : คุณ เพชร ยาวิชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 บ้านสองแควพัฒนา เลขที่ 74/5 หมู่ 12 ต.ยกกระบัตร อ.สามเงา จ.ตาก
 

Hilight-Kaset/29_5_1423016193-1614136619-o.jpg

ต้น(ดอก)ทองกวาว
ภาพ : http://f.ptcdn.info

11. ขี้เหล็ก : ใช้น้ำต้มจากใบหรือดอกขี้เหล็กจำนวน 3 กก.+ น้ำปูนใส 10 ลิตร + กากน้ำตาลครึ่งลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปเทราดตามข้างคันนา อัตรา1 ลิตรต่อไร่(หรือมากกว่าตามจำนวนการแพร่ระบาดของปู) สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ทำติดต่อกัน 3 ครั้ง ราดตอนที่ฝนไม่ตกจะได้ผลดี วิธีนี้จะช่วยกำจัดปูและหอยเชอรี่ได้
ภูมิปัญญาจาก : คุณวุฒิชัย เมฆตรง เกษตรกรทำนาบ้านหัวไทร ต.หัวไทร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช
12. หัวกลอย : นำหัวกลอยทั้งเปลือกมาสับหมักกับเกลือ ทิ้งไว้ 1 คืน แล้วนำไปใส่ในแปลงนาข้าว(หลังหว่านข้าว 7-10 วัน )ครั้งแรกเป็นการป้องกันปูนาหรือหอยเข้ากัดกินต้นข้าวหลังงอก และใช้ซ้ำอีกครั้งได้ก่อนที่ข้าวจะมีอายุ 2 เดือน วิธีการนี้จะช่วยกำจัดปูนาและหอยเชอรี่ที่มากัดกินต้นข้าวได้เป็นอย่างดี
ภูมิปัญญาจาก : คุณบุญเชิญ ดำคำ เกษตรกรแห่งศูนย์เรียนรู้โครงการพื้นที่หนองใหญ่ ม.12 ต.บางลึก อ.เมือง จ.ชุมพร
13. ข่าแก่และปูนกินหมาก :ใช้หัวข่าแก่จัดบดละเอียด 3 กก. + น้ำ 4 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นไปเตรียยมน้ำปูนจากนำปูนกินหมาก 3 กก.+ น้ำ 2 ลิตร แล้วนำน้ำปูนกินหมากกับน้ำหมักข่าที่ได้ไปผสมกัน แล้วนำไปราดบริเวณพื้นที่นาในอัตราน้ำหมัก 4 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ วิธีนี้จะทำให้เนื้อเยื่ออ่อนของปูและหอยระคายเคือง เพราะกลิ่นฉุนร้อนของข่าและปูนกินหมาก ทำให้ปูนาหนีไปไม่เข้ามาทำลายข้าว
ภูมิปัญญาจาก : คุณเรือน ทองจำรัส เกษตรกรบ้านยางยวน ต.ดอนตรอ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครศรีธรรมราช
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...