ดีเอสไอ บินสำรวจ 6 จุด อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
วันที่ 10 ตุลาคม 2562 พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเสษ หรือ ดีเอสไอ, พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยนายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และนายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ นายอำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ร่วมกัน แถลงข่าวความคืบหน้าในการสอบสวนคดี นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย
พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเสษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า ภายหลังจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้รับสำนวนการสอบสวนการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ไม่นำตัว นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก่งกระจาน ดำเนินคดีฐานลักลอบเก็บของป่า จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ได้เรียกสอบปากคำ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ท. เนื่องจาก พบว่า ถ้อยคำของพยานให้การขัดกันหลายจุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ ดีเอสไอ ต้องประสานขอสนับสนุน “เฮลิคอปเตอร์” จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อบินสำรวจเส้นทางภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สำรวจเส้นทางและสภาพพื้นที่ โดยจุดแรก บินสำรวจ ด่านเขามะเร็ว, จุดที่ 2 แยกหนองมะค่า, จุดที่ 3 สะพานแขวนแก่งกระจาน, จุดที่ 4 ไร่ชัยราชพฤกษ์, จุดที่ 5 ห้วยคมกฤต และจุดที่ 6 ใจกลางแผ่นดิน ซึ่งเป็นจุดที่บ้านชุมชนชาวกะเหรี่ยงถูกเผาไล่ที่ เพื่อนำระรายละเอียดทั้งหมดไปประกอบสำนวนการสอบสวน ตั้งแต่จุดที่มีการควบคุมตัว นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย และมีการแจ้งความว่า บิลลี่ หายตัวไป และการติดตามหาตัวจนสามารถพบชิ้นส่วนกระดูก บิลลี่
พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวว่า ในสำนวนการสอบสวนของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ และ ป.ป.ท. มีคำให้การของพยานบุคคลและหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย กล้องวงจรปิดและข้อมูลการติดต่อสื่อสารในวันเกิดเหตุ การบินสำรวจสภาพพื้นที่เพื่อพิสูจน์ว่า คำให้การของพยานตรงจุดใดเป็นข้อมูลจริง และคำให้การส่วนใดเป็นข้อมูลเท็จ เช่น เจ้าหน้าที่ ซึ่งเคยให้การว่า ในวันเกิดเหตุผ่านไปยังเส้นทางใด และปล่อยตัวในจุดใด เส้นทางใดซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลเท็จจริงที่ปรากฎในกล้องวงจรปิด
“ขอยืนยันว่า การสอบสวนของ ดีเอสไอ ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ตรงไปตรงมาตามพยานหลักฐาน และเป็นการสอบสวนคดีอย่างละเอียดทั้งมูลเหตุจูงใจก่อนเกิดเหตุว่า มีเหตุขัดแย้งอะไรบ้างจนทำให้ นายพอละจี รักจงเจริญ หรือ บิลลี่ แกนนำกะเหรี่ยงบ้านโป่งลึก-บางกลอย ต้องถูกฆาตกรรม ร่วมทั้งกรณีหมู่บ้านกะเหรี่ยงถูกเผา ในวันเกิดเหตุหายตัว ใครเป็นผู้สั่ง น้ำผึ้ง จนเป็นเหตุให้ บิลลี่ ต้องเข้าไปเก็บน้ำผึ้งป่า 5 ขวด”
จากถ้อยคำ พยานที่ ป.ป.ท. สอบสวนไว้ พบว่า เจ้าหน้าที่แต่ละคนให้การไว้ทั้งหมดแล้ว ซึ่งในความเป็นจริง ข้อมูลทั้งหมดจะต้องสัมพันธ์กัน เมื่อให้การไม่ตรงกันในชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ที่เคยให้ปากคำว่า ประสงค์จะให้การใหม่หรือไม่ ขณะนี้ สำนวนการสอบสวนของ ดีเอสไอ และ ป.ป.ท. มีหลักฐานเพียงพอแล้ว เรายังต้องการทำให้สำนวนมีความแน่นหนามากขึ้น เพราะเมื่อสำนวนถึงอัยการอาจมีความเป็นต่าง สั่งสอบสวนเพิ่มเติม ดังนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จึงต้องพยายามเต็มที่เพื่อให้มีหลักฐานครบถ้วนจนปราศจากข้อสงสัย และมั่นใจว่าจะสรุปสำนวนคดีก่อนวันที่ 3 ธันวาคม 2562 นี้
“ไม่สามารถก้วงล่วงกระวบนการยุติธรรมในชั้นอัยการและศาล เพราะเป็นดุลพินิจของแต่ละฝ่าย ตนไม่สามารถบอกได้ว่า เมื่อ ดีเอสไอ ฟังคดีแล้ว อัยการ จะต้องเห็นพ้องหรือไม่ และหากสั่งฟังไปแล้ว ศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ตอบได้เพียงว่า คดีนี้มี ดีเอสไอ ไม่ได้สอบสวนฝ่ายเดียว มีอัยการร่วมเป็นที่ปรึกษาคดีพิเศษ ที่ผ่านมา ได้ลงพื้นที่เก็บรวบรวมหลักฐานเพื่อคลี่คลายคดีอย่างเต็มความสามารถ” พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าว
ด้าน พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า ในพื้นที่ มีคณะทำงานของ ดีเอสไอ หลายชุด ชุดหนึ่ง ทำหน้าที่ตรวจหารถจักรยานยนต์ และกล้องถ่ายภาพของ บิลลี่ ที่หายไป การบินสำรวจพื้นที่ จะดูตั้งแต่จุดที่เจ้าหน้าที่จับกุมตัว บิลลี่ เส้นทางที่อ้างว่า ปล่อยตัว บิลลี่ และเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งประกอบอยู่ในสำนวนคดี เป็นการมองภาพจากมุมสูง และจะพยายามบินให้ต่ำที่สุดเพื่อให้เห็นภาพ เนื่องจากการมองภาพจาก แอพพลิเคชั่น กูเกิ้ล จะให้ภาพอีกแบบ
“การบินสำรวจ จะเห็นภาพเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ และนำไปวิเคราะห์เส้นทางต่าง ๆ จนนำไปสู่การค้นพบกระดูกของ บิลลี่ โดยทั้ง 6 จุดที่กำหนดบินสำรวจ มีความสำคัญทั้งหมด เช่น จุดปล่อยตัว หนองมะค่า มีระยะห่างไกลอย่างไร หรือจุดห้วยคมกฤต ซึ่งมีสภาพเป็นห้วยลึก และยังเป็นประเด็นข้อสงสัยถึงลักษณะพื้นที่ จึงจำแป็ฯต้องปูพรมตรวจค้นตามข้อมูลการข่าว เพราะขณะนี้ ดีเอสไอ ยังหารถจักรยานยนต์ไม่พบ รวมถึงคำให้การใยจุดที่ไม่สมเหตุสมผล ไม่สอดคล้องกับความจริง เพราะทุกอย่างจะฟ้องด้วยภาพจากกล้องวงจรปิด” พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าว