โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ/เหรียญโภคทรัพย์ 2513 ธัมมวิตักโก ภิกขุ เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ก.พ. 2563 เวลา 06.35 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2563 เวลา 06.35 น.
เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต ธัมมวิตักโก

โฟกัสพระเครื่อง/โคมคำ komkam.ks@gmail.com

เหรียญโภคทรัพย์ 2513

ธัมมวิตักโก ภิกขุ

เจ้าคุณนรรัตนราชมานิต

“พระธัมมวิตักโกภิกขุ” หรือ “พระยานรรัตนราชมานิต” วงการพระเครื่องเรียกขานนามท่านด้วยความเคารพว่า “เจ้าคุณนรฯ”

เป็นข้าราชสำนักในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคต จึงได้บวชถวายเป็นพระราชกุศลตลอดชีวิต

วัตถุมงคลล้วนเป็นที่นิยมสะสม โดยเฉพาะ “เหรียญโภคทรัพย์ เจ้าคุณนรฯ พ.ศ.2513”

เหรียญดังกล่าว จัดสร้างโดยพระมหาสงัด สุวิเวโก วัดเทพศิรินทราวาส และเจ้าคุณนรฯ อธิษฐานจิต เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2513

ออกแบบและปั๊มโดยกองกษาปณ์ มีทั้งพิมพ์เล็กและพิมพ์ใหญ่ เนื้อทองคำ เงิน นวโลหะผิวไฟ และนวโลหะ

ลักษณะเป็นเหรียญกลม ไม่มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญ เป็นรูปเหมือนเจ้าคุณนรฯ หันข้างในเหรียญทรงกลม ด้านล่างใต้รูปเหมือน มีอักษรฉายาว่า “ธมฺมวิตกฺโก”

ด้านหลังเหรียญ เป็นยันต์น้ำเต้าหรือยันต์ภควัม ภายในบรรจุอักขระขอม 6 ตัว และตัวปี พ.ศ.ที่สร้าง คือ “๒๕๑๓” ด้านข้างเหรียญเป็นขอบสตางค์

สำหรับยันต์พระภควัม หรือยันต์น้ำเต้า เป็นยันต์ประจำของ “สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์” (เจริญ ญาณวโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดเทพศิรินทราวาส ซึ่งเป็นพระอุปปัชฌาย์ และให้ความเลื่อมใสศรัทธาและเทิดทูนไว้อย่างสูง

ด้วยเหตุที่เหรียญรุ่นนี้มีความคล้ายกับเหรียญเงินบาทที่ใช้ในปัจจุบัน จึงอุปมาได้ว่า ใครมีเหรียญดังกล่าวไว้บูชา จะเป็นโภคทรัพย์มงคลกับชีวิต

ทำให้เรียกขานว่า เหรียญโภคทรัพย์

 

เดิมชื่อ ตรึก จินตยานนท์ เกิดที่หลังวัดโสมนัสวิหาร อ.ป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ 2440 เป็นบุตรคนโตของพระนรราชภักดี (ตรอง จินตยานนท์) มารดาชื่อ ภุก จินตยานนท์

เมื่อเจริญวัยขึ้น ท่านได้เข้าศึกษาวิชาเบื้องต้นที่โรงเรียนวัดโสมนัสฯ จนจบชั้นประถม (ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดในสมัยนั้น) และได้เข้าศึกษาชั้นมัธยมที่โรงเรียนวัดเบญจมบพิตรฯ

สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมด้วยการสอบได้ที่ 1 ของสนามสอบ ทั้งนี้ การสอบในสนามสอบในสมัยนั้น เป็นการสอบรวมกันหลายๆ โรงเรียน โดยใช้ข้อสอบเดียวกัน อาจจะกล่าวได้ว่าท่านสอบได้ที่ 1 ของประเทศในสมัยนั้น และได้เข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนข้าราชการพลเรือน (ปัจจุบันคือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) โดยเลือกเรียนวิชารัฐศาสตร์ ซึ่งไม่ค่อยตรงกับที่ท่านตั้งใจไว้ เพราะแต่เดิมท่านสนใจในวิชาแพทย์

แต่ด้วยบิดาท่านเป็นนักปกครอง อยากจะให้ท่านเป็นนักปกครองตาม ท่านจึงเลือกเรียนตามความประสงค์ของบิดา และในขณะที่ท่านศึกษาอยู่ เมื่อมีเวลาว่าง ท่านก็จะเข้าเรียนพิเศษภาษาอังกฤษกับครูเฉลิม

สำหรับการเรียนวิชารัฐศาสตร์ จบด้วยการสอบไล่ได้ที่ 1 ของชั้นเรียน ภายหลังจากการที่ท่านศึกษาอยู่ในปีสุดท้าย นักศึกษาในปีนั้นต้องเข้ารับการซ้อมรบเสือป่าในฐานะนักเรียนเสือป่ารักษาพระองค์ และในการซ้อมรบครั้งนี้เองทำให้ชีวิตของท่านเปลี่ยนแปลงไป

เดิมนั้นต้องการเป็นข้าราชการปกครอง กลับต้องมาเป็นข้าราชการในสำนัก เพียงเพราะล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เห็นท่านรูปร่างเล็ก จึงรับสั่งถามว่า “ตัวเล็กๆ อย่างนี้ถ้าเกิดข้าศึกดักทำร้ายแล้วจะสู้เขาไหวหรือ”

จึงกราบบังคมทูลว่า “ต้องขอลองสู้ดูก่อน ส่วนจะไหวหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่งขอรับ”

ถ้อยคำกราบบังคมทูลในครั้งนั้นเป็นที่พอพระราชหฤทัยของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 มาก

หลังจากซ้อมรบเสือป่าเสร็จสิ้นแล้วก็ทรงโปรดให้ท่านเป็นฝ่ายในและโปรดเกล้าฯ ให้ท่านเข้าไปรับใช้ประจำห้องบรรทมในที่สุด

ด้วยความจงรักภักดีที่ท่านมีต่อล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 จึงปฏิบัติรับใช้ด้วยความขยันและซื่อสัตย์จนเป็นที่โปรดปรานของล้นเกล้าฯ จนได้รับโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาพานทองที่ พระยานรรัตนราชมานิต เมื่อปี พ.ศ.2462 (ขณะนั้นท่านอายุเพียง 25 ปีเท่านั้น)

และได้รับพระราชทานสายสะพาย ประถมาภรณ์มงกุฎไทย

 

ต่อมา เมื่อรัชกาลที่ 6 สวรรคต เจ้าคุณนรฯ อุปสมบทในวันถวายพระเพลิงพระบรมศพ เพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศล ณ วัดเทพศิรินทราวาส โดยมีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวรเถร) เป็นพระอุปัชฌาย์ ขณะที่บวชมีอายุ 28 ปี

โดยครั้งแรกนั้นลาบวชเพียงพรรษาเดียว จากนั้นก็ผัดเป็นสองพรรษา สามพรรษา แม้กระทั่งรัชกาลที่ 7 ทรงเห็นว่า พระยานรรัตนราชมานิต เป็นผู้ที่ซื่อสัตย์ มั่นคง ทั้งสูงด้วยความกตัญญูกตเวที ทั้งเป็นผู้ที่มีความรู้สูง สมควรที่จะแต่งตั้งให้รับราชการต่อไป

ดังในสัญญาบัตรแต่งตั้งตอนหนึ่งมีใจความว่า “ขอประกาศแก่ท่านทั้งหลายทั้งปวงฤๅผู้หนึ่งผู้ใด ซึ่งจะได้พบอ่านคำประกาศนี้ให้ทราบว่า เราได้ตั้งใจให้จางวางตรี เจ้าพระยานรรัตนราชมานิต (ตรึก จินตยานนท์) ปม.ท. จมว.ม.ล.มว.ป.ร.ต. ซึ่งเป็นที่รักใคร่ไว้วางใจของเราเป็นองคมนตรีรับปรึกษาราชการในตัวเรา เพิ่มศักดินาขึ้นอีก 1,000 เพื่อจะได้ช่วยเราคิดทำนุบำรุงแผ่นดินให้เป็นคุณประโยชน์ มีความเจริญสมบูรณ์ ฯลฯ”

แต่ก็ไม่ยอมลาสิกขาออกไปรับตำแหน่ง

ให้ความสำคัญในการออกรับบิณฑบาตตอนเช้ารวมทั้งการลงโบสถ์ การสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น อย่างเคร่งครัด ตลอดเวลาที่อยู่ในสมณเพศ

จนกระทั่งถึงแก่มรณภาพ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2514 สิริอายุ 74 ปี พรรษา 46

ดังนั้น ทุกวันที่ 8 มกราคมของทุกปี ถือเป็นวันคล้ายวันมรณภาพ “พระภิกษุพระยานรรัตนราชมานิต” วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพฯ

 

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...