โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

61 ปี “โคคา สุกี้" สลัดภาพแบรนด์แก่ ปรับคอนเซ็ปต์ร้าน เอาใจวัยรุ่นสาย ig

Positioningmag

อัพเดต 24 พ.ย. 2561 เวลา 21.40 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2561 เวลา 05.00 น.

เปิดร้านโคคา สุกี้ มาได้ 61 ปี ได้เวลาที่ พิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ต้องส่งไม้ต่อให้กับเจน 3 ซึ่งเป็นลูก ๆ ทั้ง 4 คน นำโดย นัฐธารี พันธุ์เพ็ญโสภณ ทายาทคนโต ปั้นโฉมใหม่ "โคคา สุกี้" เซ็นทรัลเวิลด์  ให้มีบรรยากาศทันสมัย เมนูใหม่ๆ พร้อมเรื่องทั้งตำนานและแหล่งที่มาของวัตถุดิบ มุ่งตอบโจทย์วัยรุ่นสายอินสตาแกรมอายุ 18-25 ปี  ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่แบรนด์ต้องการไล่ล่าอย่างจริงจัง เพื่อเติมพอร์ตให้ครบทุกเจนเนอเรชั่น

พิทยา พันธุ์เพ็ญโสภณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าวว่า "เจเนอเรชั่นนี้ทำอะไรไม่อยู่ในกรอบ สำหรับสาขาเซ็นทรัลเวิลด์เป็นโปรเจคท์แรกที่ลูก ๆ ทำด้วยกัน เพื่อนำเสนอว่าเขาต้องการเห็นโคคาเป็นอย่างไรต่อไปในอนาคต"

“สมัยก่อนคนกินอาหารนอกบ้าน เพราะคิดถึงคุณภาพและความอร่อยของอาหาร แต่สมัยนี้ไม่พอแล้ว ร้านต้องสวยด้วย ความสะดวกสบายก็ต้องมี และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่อายุ 18-25 ปี ในขณะที่กลุ่มลูกค้าหลักของเราอายุ 40 ปีขึ้นไป ส่วนกลุ่มอายุ 25-40 ปี เขาจะจำได้ว่าตอนเด็ก ๆ พ่อแม่เคยพามากิน" นัฐธารี  พันธ์ุเพ็ญโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหารฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท โคคา โฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เล่ารายละเอียด

สาขาเซ็นทรัลเวิล์ดพื้นที่ 250 ตร.ม. ใช้งบปรับปรุง 15 ล้านบาท ใช้คอนเซ็ปต์ 60s is the new 20s เพื่อสื่อให้เห็นถึงตำนานของแบรนด์โคคา แต่ยังดูสดใสและมีชีวิตชีวาอยู่เสมอ ด้วยการตกแต่งสไตล์มินิมัลลิสต์ รับสมัครพนักงานรุ่นใหม่เข้ามาเพิ่มเติม รวมถึงเปลี่ยนยูนิฟอร์มใหม่

พร้อมกับติดตั้งที่ชาร์จแบบไร้สายและยูเอสบีทุกโต๊ะ เพราะเวลาเฉลี่ยในการกินสุกี้ต่อครั้งอยู่ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง กินเสร็จ ชาร์จแบตเต็ม ไปช้อปปิ้งต่อได้สบายใจ และขณะนี้กำลังพัฒนาแอปพลิเคชั่นเพื่อให้บริการซื้อกลับบ้าน โดยเตรียมเปิดตัวปีหน้า

ส่วนอาหาร จานชาม และช้อนส้อมต่าง ๆ เน้นสวยงามและเข้ากันกับอาหารแต่ละเมนู นอกจากรสชาติที่วัยรุ่นชอบแล้ว ต้องถ่ายรูปโพสต์ขึ้นอินสตาแกรมแล้วออกมาแล้วสวย เพลงที่เปิดก็ต้องวัยรุ่นขึ้น  และยังคงรองรับกับลูกค้าทั้ง 3 เจนเนอเรชั่น มีทั้งเมนูดั้งเดิม และนำเมนูที่มีอยู่ดัดแปลงให้ทันสมัยขึ้น และเป็นเมนูที่เด็กสมัยนี้ชอบกิน

พิทยากล่าวเสริมว่า แม้รายได้ส่วนใหญ่ ของโคคา สุกี้  ราว 65-70% จะมาจากสุกี้ แต่เราก็จะเดินไปในทิศทางนั้น เห็นได้จากแทกไลน์ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันว่า… ความอร่อยที่ไม่ได้มีแค่เรื่องสุกี้… โดยคอนเซ็ปต์สาขารูปแบบนี้จะไปเปิดตามช้อปปิ้งมอลล์และแหล่งที่วัยรุ่นนิยมไปแฮงค์เอาท์กัน

Storytelling ต้องมา ดีไซน์ต้องเล่าเรื่อง

นัฐธารี บอกว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะดึงดูดกลุ่ม “วัยรุ่น” ให้หันมาสนใจโคคา สุกี้ ได้ก็คือการใช้ Storytelling เพราะเด็กสมัยนี้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เรื่องเล่าทำให้เกิดความสนุก เห็นแล้วไปเขียนในอินสตาแกรมได้ ดังนั้นนอกจากดีไซน์ที่บอกเล่าเรื่องราวต่าง ๆ แล้ว พนักงานต้องรู้และอธิบายที่มาที่ไปต่าง ๆ ได้

รวมถึงการเล่าเบื้องหลังที่มาของวัตถุดิบ ผัก พริก ข้าว เป็นรูปแบบของ  Farm to Table กว่า 30% เป็นผลักเพาะปลูกเองที่บูทีค ฟาร์มของบริษัทฯ บนพื้นที่ 10 ไร่ ที่บางปะกง ด้วยวิธีปลูกแบบดั้งเดิม หรือออกแกนิค และร่วมมือกับ ชาวนา ชาวสวน

เปิดพอร์ตร้านอาหารโคคา 

สำหรับ  COCA Restaurant ปัจจุบัน มี 9 สาขา เตรียมเปิดอีก 2 สาขาในปริมณฑลย่านราชพฤกษ์ และพระราม 2 ปรับพื้นที่ให้เล็กลงจากเดิม 300 ตร.ม. เหลือเพียง 100-120 ตร.ม. ค่าเช่าก็จะถูกลง อีกทั้งเตรียมนำเทคโนโลยีเข้ามา เพื่อใช้คนน้อยลง คาดว่าจะมียอดใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ 280-300 บาท ต่างจากสาขาในกรุงเทพฯ ซึ่งเฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 500 บาทต่อคน

*China White *

ส่วนหนึ่งของแบรนด์โคคา แต่ไม่มีสุกี้  เน้นวัยรุ่น ราคาถูกกว่า ใช้เวลากินน้อยกว่า ในอนาคตวางแผนจะเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Coca Kitchen

*Mango Tree *

ร้านอาหารไทยสไตล์ Casual Fine Dining กินเป็นเรื่องเป็นราว และใช้รองรับแขก มี 5 สาขาในไทย  37 สาขาทั่วโลก ส่วนใหญ่เปิดที่ญี่ปุ่น

*Mango Tree Bristobar *

ร้านอาหารไทยที่มีคอนเซ็ปต์เด็กขึ้น อาหารกินง่ายขึ้น เปิดตามศูนย์การค้า เป็นแบรนด์ที่โฟกัสต่างประเทศมากว่า วางแผนเข้าไปในสนามบิน ตอนนี้มีพันธมิตรอยู่แล้ว 4-5 แห่ง ที่ฮ่องกง,เซี่ยงไฮ้ และอิตาลี

Mango Tree Kitchen

มี 7 สาขา แบ่งเป็น กระเพรา 3 สาขา,ข้าวมันไก่ 2 ,ผัดไทย 2 สาขา เปิดตามสถานีรถไฟฟ้าในเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นอาหารประเภทGrab&Go เน้นความสะดวกและรวดเร็ว สำหรับซื้อไปกินที่บ้าง

*French St. *

ร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์โพรวองซ์ มี 1 สาขา ที่ O.P. Garden เจริญกรุง เพิ่งเปิดได้ปีเศษๆ   

Royal Pavillion

รวมอาหารทุกประเภทที่เครือโคคามี ทั้งไทย จีน และตะวันตก มี 1 สาขา ในราชกรีฑาสโมสร เป็น Exclusive Club

ปัจจุบันร้านอาหารในเครือโคคารวมทุกแบรนด์มี 15 สาขาในไทย และ 67 สาขาทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นสาขาในญี่ปุ่น ราว 24 สาขา  ที่เหลือเป็นประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์, เวียดนาม, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, จีน, มาเลเซีย, เนปาล, อินเดีย และเมียนมา นอกจากนี้ยังมีสาขาที่อังกฤษ ทั้งนี้จะเน้นขยายตลาดต่างประเทศด้วยแบรนด์ Mango Tree เป็นหลัก

พิทยาเล่าว่า เป้าหมายของโคคาในอนาคต คือการเดินตามรอย RIEDEL แบรนด์ผู้ผลิตแก้วไวน์เก่าแก่ของยุโรปที่ส่งผ่านความสำเร็จมาจนถึงรุ่นที่ 11 ในปัจจุบัน 

“Brand  Value ของโคคา สุกี้ เมื่อผู้บริโภคเข้ามาใช้บริการแล้วรู้สึกว่าเจ๋งจริง เราไม่เปิดสาขาเยอะ ไม่ต้องการให้อาหารเป็นสินค้าโรงงาน ทุกสาขาของเรายังมีเชฟอยู่ เป็น Craft food จริง ๆ เราไม่ได้เน้นว่าจะมีสักกี่สาขา เราขอโตไปเรื่อย ๆ”

แนวทางในการขยายสาขาของโคคา จะเน้นกลยุทธ์ Collaboration จับมือกับ Strategic Partner ต่าง ๆ มากขึ้น เช่น สปอร์ตคลับ, สนามกอล์ฟ ที่มองหามืออาชีพเข้าไปบริหาร F&B Outletปี 2019 จะเปิดสาขารูปแบบนี้มากกว่าจะเปิดตามศูนย์การค้า เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป หาที่จอดรถลำบาก เดินไกล ผู้บริโภคจะนิยมไปกินอาหารในคอมมูนิตี้มอลล์ หรือตามสถานที่อื่น ๆ มากกว่าเพราะสะดวก

สำหรับยอดขายในประเทศปี 2018 คาดว่าจะปิดที่ 450-500 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 6% คิดเป็นสัดส่วนรายได้จากโคคา 60% ปีหน้าคาดว่าจะเติบโต 10% ส่วนรายได้จากต่างประเทศมากกว่าในไทย 4 เท่า

ต่างจังหวัดยังเป็นแดนสนธยาของโคคา

ปัจจุบันสาขาต่างจังหวัดเพียง 1 สาขา นั่นคือ หัวหิน สาเหตุที่ไม่เปิดสาขาต่างจังหวัดเพิ่มเติมโดยเฉพาะเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ เนื่องจากต้นทุนค่าเช่าและทราฟิกที่ไม่สม่ำเสมอ ทำให้บริการจัดการลำบาก รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคของผู้บริโภคชาวกรุงกับผู้บริโภคต่างจังหวัดที่แตกต่างกัน

ชีวิตหลังเกษียณ

พิทยามีลูกทั้งหมด 4 คน (ลูกสาว 2 คน และลูกชาย 2 คน) แต่ละคนละแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบกันอย่างชัดเจน คนโตคือนัฐธารี ดูแลด้านโอเปอเรชั่นทั้งหมด คนรองดูแลด้านดีไซน์ คนที่ 3 แม้จะจบด้านกฎหมาย แต่ตอนนี้ดูแลเรื่องฟาร์มและวัตถุดิบ ส่วนคนเล็กดูแลด้านการเงิน

ชีวิตหลังเกษียณของพิทยาจะใช้เวลาอยู่ที่หัวหินสัปดาห์ละ 2-3 วัน เพื่อดูและสาขาที่นั่นแล้ว เขายังมองหาธุรกิจใหม่อย่างบูทีค โฮเต็ล โดนเล็งเปิดในกรุงเทพฯ

ผมมองว่ามันเป็นเรื่องสนุกของคนเกษียณ ได้เจอคน ได้รู้จักผู้คนหลากหลาย สร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ได้ดี  

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...