โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ห้างญี่ปุ่นผันแปร

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 10 พ.ย. 2561 เวลา 12.28 น.

คอลัมน์ เรื่องราวกับความคิด

โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//:viratts.wordpress.com

 

เรื่องราวล่าสุดของห้างโตคิวในไทย สะท้อนความเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งญี่ปุ่นในหลายแง่หลายมุม

หัวข้อข่าวที่น่าสนใจ “พ่ายศึกค้าปลีก ! ห้างสรรพสินค้า “โตคิว” ปิดสาขาพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์” (ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 6 พฤศจิกายน 2561) “ห้างสรรพสินค้าโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ที่เปิดให้บริการในปี 2558 ได้ประกาศปิดสาขาในเดือนมกราคม 2562” เท่าที่อ่านประกาศทางการของห้าง ไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ อย่างที่ควร

ห้างโตคิว (Tokyu Department Store) เข้ามาเมืองไทยแล้ว 34 ปี ปักหลักที่เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ใจกลางย่านจับจ่ายใช้สอยแห่งกรุงเทพฯ ก่อนจะมีแผนการเปิดสาขาใหม่อีกแห่งที่พาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ในอีก 3 ทศวรรษต่อมา เชื่อว่าเป็นการตัดสินใจทางธุรกิจอย่างรอบคอบ ทั้งยึดโมเดลธุรกิจค่อนข้างอนุรักษนิยม การร่วมทุน (สัดส่วน 50 : 50) กับบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เจ้าของเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ และพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ในเวลานั้นประกาศแผนการคึกคักพอสมควร ด้วยเงินลงทุนขั้นต้น 400 ล้านบาท

ความพลิกผัน เปลี่ยนแผน เกิดขึ้นกับห้างสรรพสินค้าโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์ ในช่วงเวลาเพียง 4 ปี จึงเป็นกรณีน่าสนใจในภาพกว้าง ห้างญี่ปุ่นกับสังคมไทย มีเรื่อง มีราว มีสีสันไม่น้อย

เริ่มต้นตั้งแต่ Daimaru เข้ามาเมื่อครึ่งศตวรรษที่แล้ว (ปี 2507) สาขาแรกในย่านราชประสงค์ ประสบความสำเร็จด้วยดี อ้างอิงกับกระแสและการเติบโตของสินค้าญี่ปุ่นในสังคมไทย โดยเฉพาะรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า จึงตามมาด้วยสาขาที่ 2 ย่านพระโขนง (ปี 2524) แต่ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควร ต้องตัดสินใจปิดตัวลงในอีก 6 ปีถัดมา ขณะที่ Daimaru สาขาแรกต้องเผชิญปัญหาด้วยทำเลและคู่ค้าที่เปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องดราม่าพอสมควร ตอนสุดท้ายมาจบลงที่เดียวกับโตคิว พาราไดซ์ พาร์ค ขณะนั้นเป็นเสรีเซ็นเตอร์ แต่แผนธุรกิจไม่เป็นอย่างที่คาด ในที่สุด Daimaru ถอนตัวจากเมืองไทยอย่างสิ้นเชิงในช่วงวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ (ปี 2543) และในเวลาต่อมาเสรีเซ็นเตอร์เอาตัวไม่รอดเช่นกัน ได้ขายกิจการให้กับกลุ่มเอ็มบีเค และสยามพิวรรธน์ แล้วปรับโฉมเป็นพาราไดซ์ พาร์ค (ปี 2553)

อีกกรณีหนึ่งควรกล่าวถึง Yaohan ห้างญี่ปุ่นที่มีแผนธุรกิจเชิงรุกอย่างที่ห้างญี่ปุ่นไม่เคยทำ ขยายกิจการอย่างมากมายในต่างประเทศ รวมทั้งเปิดตัวในเมืองไทยช่วงเศรษฐกิจขาขึ้นเมื่อปี 2534 และแล้วก็ต้องปิดตัวลงเมื่อเผชิญวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจเอเชียในอีก 6 ปีถัดมา ไม่เพียงเฉพาะในเมืองไทย Yaohan ทั้งหมดต้องล้มละลายและขายกิจการ กิจการในญี่ปุ่นและเอเชียได้กลายเป็นของ MON เจ้าของกิจการ hypermarket และ supermarket ซึ่งมีแบรนด์ JUSCO และ MaxValu ส่วนในเมืองไทย JUSCO มีภาพลักษณ์ไม่ดีนัก จึงทั้งปรับโมเดลธุรกิจและเปลี่ยนชื่อเป็น MaxValu

มองในมิติสำคัญ Tokyu กับการปรับเปลี่ยนแผนอย่างพลิกความคาดหมายพอสมควรเพียงช่วงเวลา 4 ปี ถือเป็นกรณีที่มีความเฉพาะเจาะจงอย่างมาก ๆ โดยเปรียบเทียบกับกรณีที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นที่ดูตื่นเต้นและย้อนแย้งพอสมควร ขณะที่ Tokyu ประกาศปิดสาขา Takashimaya ห้างดังญี่ปุ่นอีกแห่งหนึ่ง กำลังเปิดตัวครั้งแรกในเมืองไทย

Takashimaya ห้างสรรพสินค้ายักษ์ใหญ่แห่งญี่ปุ่นซึ่งก่อตั้งมายาวนานกว่า 180 ปี “โดยยกห้างระดับพรีเมี่ยมแบบ full-scale จากญี่ปุ่นมาเปิดตัวสาขาในเมืองไทยเป็นครั้งแรก โดยใช้ชื่อว่า Siam Takashimaya ณ ไอคอนสยาม (ICONSIAM) ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2561” เรื่องราวกำลังกลายเป็นกระแสอย่างครึกโครมเวลานี้ในบรรดาห้างญี่ปุ่นในเมืองไทยนั้น ดูไปแล้ว Tokyu มีลักษณะเฉพาะมากกว่าห้างอื่น ๆ

ปัจจุบันกรุงเทพฯเป็นที่ที่อยู่ห้างญี่ปุ่น (ในที่นี้อ้างเฉพาะ department store) 3 แห่ง นอกจาก Tokyu (เอ็มบีเค เซ็นเตอร์) กลายเป็นห้างที่อยู่มานานที่สุด Isetan (เซ็นทรัลเวิลด์) ตามมาเปิดในเมืองไทยปี 2535 และรายล่าสุด Takashimaya เพิ่งเปิดตัว เท่าที่ติดตาม พบว่า Takashimaya กับ Isetan ดำเนินธุรกิจห้างสรรพสินค้าอย่างโฟกัส ทั้งมีเครือข่ายในต่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

“Takashimaya ก่อตั้งร้านเสื้อผ้าในเมืองเกียวโตเมื่อปี ค.ศ. 1831…ตลอด 180 ปี และดำรงไว้เป็นวิถีปฏิบัติของบริษัท ซึ่งกลายมาเป็นตัวตนของเราจวบจนปัจจุบัน ณ ปัจจุบันมีทั้งหมด 19 สาขาในประเทศญี่ปุ่น และอีก 3 สาขาในสิงคโปร์ เซี่ยงไฮ้ (สาธารณรัฐประชาชนจีน) และเวียดนาม รวมถึง Siam Takashimaya สาขากรุงเทพมหานคร ร่วมกับโครงการไอคอนสยามที่จะเป็นสาขาล่าสุด” (อ้างจาก https://www.siamtakashimaya.co.th/about) โดยระบุแผนการขยายสาขาต่างประเทศไว้ด้วย “เริ่มจากสาขาแรกในต่างประเทศ ทาคาชิมายะ สิงคโปร์ เปิดในปี ค.ศ. 1993 Takashimaya เป็นผู้เช่าหลักในศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศสิงคโปร์ ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางถนนสายหลักออร์ชาร์ด ปี ค.ศ. 2012 เปิดสาขาที่เซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และในปี 2017 ได้เปิดสาขาที่ 3 โฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นผู้เช่าหลักในศูนย์การค้าไซ่ง่อน เซ็นเตอร์”

ขณะที่ Isetan ก่อตั้งในปี 1886 เปิดสาขาแห่งแรกที่ Shinjuku ต่อมาได้ขยายสาขาในเมืองสำคัญทั่วญี่ปุ่น รวมทั้งได้ขยายสาขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากเมืองไทยแล้วก็มีอีกหลายเมืองในประเทศมาเลเซีย อีกหนึ่งในสิงคโปร์และจีนแผ่นดินใหญ่อีก 3 แห่ง

ทว่า ห้างญี่ปุ่นต้องเผชิญความผันแปรพอสมควร อันเนื่องมาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษที่ 20 ต้องมีการควบรวมปรับโครงสร้างกิจการ ทั้งมีการปิดสาขาหลายแห่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ กรณี Isetan ได้ควบรวมกิจการกับ Mitsukoshi กลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีการปิดสาขาไปหลายแห่ง เช่น ในฮ่องกง ลอนดอน และเวียนนา ขณะที่ Takashimaya มีความพยายามจะควบกิจการเหมือนกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ

Tokyu นั้นมีโครงสร้างธุรกิจที่แตกต่างกับทั้ง Takashimaya และ Isetan อย่างมาก ๆ

Tokyu Department Store มีสาขาไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น ส่วนเครือข่ายในต่างประเทศก็มีเฉพาะเมืองไทยเท่านั้น ทั้งนี้ อาจเนื่องมาจากอยู่ในเครือข่ายธุรกิจอันหลากหลาย ภายใต้ชื่อ Tokyu Group กลุ่มธุรกิจที่เริ่มต้นกับธุรกิจหลัก ดำเนินกิจการรถไฟเชื่อมโยงกับเมืองหลวง-โตเกียว กับพื้นที่รอบนอก แผนการธุรกิจอื่น ๆ จึงตามมาด้วยอ้างอิงและต่อยอดจากธุรกิจหลักอย่างหลากหลาย ไม่ว่าธุรกิจก่อสร้าง ขนส่ง พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ค้าปลีก สื่อสาร สันทนาการ และเกี่ยวกับกิจกรรมทางวัฒนธรรม และอื่น ๆ

เมื่อเป็นเช่นนี้ธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะห้างสรรพสินค้าจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งในภาพที่ใหญ่มาก ๆ

โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ Tokyu Construction กิจการก่อสร้างยักษ์ใหญ่ซึ่งดำเนินกิจการในเมืองไทยมานานพอสมควร ด้วยผลงานโครงการใหญ่ ๆ อย่างการสร้างระบบรถไฟฟ้าใต้ดินสายสำคัญในกรุงเทพฯ “สายเฉลิมรัชมงคล ความยาว 21 กิโลเมตร มีสถานีใต้ดิน 18 แห่ง เปิดดำเนินมาแล้วเมื่อปี 2547…” (http://www.tokyu-con.co.th) ยังระบุด้วยว่า มีบทบาทโครงการถนนวงแหวนอุตสาหกรรม ที่น่าสนใจโครงการดังกล่าวได้กู้เงินธนาคารญี่ปุ่น (Japan Bank for International Cooperation หรือ JBIC) ด้วย นอกจากนี้ ยังร่วมมือบริษัทก่อสร้างยักษ์ใหญ่ของไทย ก่อตั้งบริษัทร่วมทุน–Ch.Karnchang-Tokyu Construction ซึ่งมีผลงานมากมาย (หากสนใจดูจาก http://www.chtokyu.co.th)

อย่างไรก็ตาม กรณี Tokyu กับการปิดสาขาห้างสรรพสินค้าชานเมืองกรุงเทพฯ สะท้อนสถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกบางอย่างที่น่าติดตามต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...